This is an old revision of the document!
—-

> เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตและเว็บ

ขั้นตอนการพัฒนาเว็บไซต์

การพัฒนาเว็บไซต์ ควรกำหนดวัตถุประสงค์ เป้าหมายการจัดทำ ศึกษาจุดเด่นจุดด้อยของเทคโนโลยีที่จะนำมาใช้งาน เพื่อให้การพัฒนาเกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด

คำถามเพื่อช่วยในการวางแผนเว็บไซต์

  • ชื่อโครงการ/เว็บไซต์
  • กลุ่มเป้าหมาย
  • วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  • ข้อมูลที่ต้องการนำเสนอต่อกลุ่มเป้าหมาย
  • ข้อมูลใดที่พร้อมสำหรับนำเสนอ
  • ข้อมูลอื่นๆ ประกอบเว็บไซต์
  • จำนวนหน้าเว็บที่ต้องการพัฒนา
  • หน่วยงาน/กลุ่ม/ทีมงานพัฒนาเว็บไซต์
  • หัวหน้าโครงการ
  • ผู้บริหารระบบ
  • ความถี่ในการปรับปรุงเว็บไซต์
  • การตรวจสอบข้อมูลย้อนกลับจากกลุ่มเป้าหมาย
  • ผู้รับผิดชอบตรวจสอบข้อมูลย้อนกลับจากกลุ่มเป้าหมาย/ตอบคำถาม
  • คีย์เวิร์ดสำหรับเว็บไซต์
  • หมวดของเว็บไซต์
  • การประชาสัมพันธ์เว็บไซต์
  • ระบบคอมพิวเตอร์ เครือข่ายที่ต้องการ
  • เทคโนโลยีที่ต้องการ
  • Domain name สำหรับเว็บไซต์

กำหนดโครงร่างของเว็บ

การกำหนดโครงร่างของเว็บ เป็นขั้นตอนสำคัญขั้นแรกก็ว่าได้ เพราะเอกสารเว็บที่สร้างจะเพิ่มจำนวนเรื่อยๆ และมีจุดเชื่อม (Link) จำนวนมาก หากไม่มีการวางแผนไว้ก่อน จะทำให้การปรับปรุง แก้ไขเกิดปัญหาได้ง่าย ปัญหาที่ประสบแน่นอนคือ ลืมว่าไฟล์ที่เคยสร้างไว้แล้ว มีชื่ออะไรบ้าง ซึ่งจะส่งผลให้การทำจุดเชื่อมเกิดปัญหาตามไปด้วย เพราะไฟล์เหล่านี้อาจจะทิ้งช่วงเวลานานพอสมควร จึงจะปรับปรุงอีกครั้ง วิธีการที่ดีที่สุดเพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว ควรวางแผนออกแบบเอกสารเว็บบนกระดาษ และกำหนดชื่อไฟล์ของเอกสารเว็บแต่ละไฟล์ จากขั้นตอนนี้จะทำให้ผู้พัฒนาสามารถมองเห็นภาพการไหล (Data Flow) ของเอกสารเว็บได้ชัดเจน และพิจารณาต่อได้ว่าเอกสารเว็บแต่ละไฟล์มีความสัมพันธ์กับเอกสารอื่นๆ อย่างไร และสัมพันธ์กับไฟล์เอกสารใดบ้าง

การกำหนดชื่อไฟล์ และนามสกุลของไฟล์เอกสารเว็บ มีข้อกำหนดที่แตกต่างไปจากการกำหนดชื่อไฟล์ปกติทั่วไป คือ

  • ชื่อไฟล์และส่วนขยายของไฟล์เอกสารเว็บ จะถูกควบคุมจาก Web Administer ดังนั้นผู้พัฒนาที่ไม่ใช่ Web Administer จะต้องสอบถามกฎการตั้งชื่อโดยละเอียด โดยปกติ มีหลักคร่าวๆ ดังนี้
    1. ควรใช้ตัวอักษร a – z หรือตัวเลข 0 – 9 หรือผสมกัน
    2. ตัวอักษร a – z ควรเป็นตัวพิมพ์เล็ก
    3. ห้ามใช้เครื่องหมายอื่นใด ยกเว้น Underscore (ขีดล่าง), Dash (ขีดกลาง) รวมทั้งช่องว่าง
  • ส่วนขยาย (นามสกุล) ของเอกสารเว็บ มีสองรูปแบบ คือ .htm และ html (หรือส่วนขยายอื่นๆ ตามเทคโนโลยีที่นำมาพัฒนา) ดังนั้นผู้พัฒนาควรสอบถามจาก Web Administer ก่อนว่าเครื่องบริการเว็บที่ใช้เก็บเอกสารเว็บ รู้จักส่วนขยายไฟล์รูปแบบใด

หมายเหตุ แนะนำให้ใช้ส่วนขยายเป็น .html เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

นอกจากนี้ยังจะต้องพิจารณาถึงลักษณะหน้าเว็บ, ลักษณะของสีพื้น, สีอักษรและสีของจุดเชื่อม (Links) ด้วย โดยสามารถร่างหน้าเว็บคร่าวๆ เพื่อให้เห็นภาพโดยรวมก่อนสร้างงานจริง รวมทั้งการใช้สีของหน้าเว็บ ควรใช้สีที่อ่านง่าย สบายตา และมีลักษณะร่วมกันในทุกๆ หน้าเว็บ ไม่ควรเปลี่ยนสีพื้นให้ฉูดฉาด รวมทั้งศึกษาหน้าเว็บไซต์ที่มีการพัฒนาในเครือข่ายเพื่อเป็นแนวทางในการออกแบบ
รูปแสดงภาพร่างของหน้าเว็บ

กำหนดโฟลเดอร์ (Folder) ที่ใช้เก็บเอกสารเว็บ

การกำหนดโฟลเดอร์ก่อนที่จะสร้างชุดเอกสารเว็บเพจ เป็นลำดับขั้นตอนที่ควรปฏิบัติด้วยทุกครั้ง เพื่อให้เอกสารเว็บแต่ละชุดมีระบบการจัดเก็บที่เป็นระบบ สามารถค้นหา และเรียกใช้งานได้สะดวก ในการสร้างชุดเอกสารเว็บแต่ละชุด จะมีไฟล์ต่างๆ จำนวนมาก ทั้งไฟล์เอกสาร HTML, ไฟล์ภาพกราฟิก, ไฟล์เสียง, ไฟล์วีดิทัศน์ และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ไฟล์ทั้งหมดนี้ ควรจัดเก็บไว้ในที่ที่เดียวกัน อาจจะสร้างโฟลเดอร์ย่อยเพื่อแยกกลุ่มไฟล์ได้ แต่จะต้องสร้างภายใต้โฟลเดอร์หลักที่สร้างไว้ก่อนแล้ว ไม่ควรแยกไว้คนล่ะที่ เพราะจะทำให้การจัดการเว็บมีปัญหายุ่งยากได้ (การตั้งชื่อโฟลเดอร์ใช้หลักการเดียวกับชื่อไฟล์)

การสร้างโฟลเดอร์

  • เปิดหน้าต่าง My Computer โดยดับเบิลคลิกที่ไอคอน My Computer บน Desktop
  • ดับเบิลคลิกที่ไอคอนฮาร์ดดิสก์ (C: หรือ D:)
  • เลือกเมนูคำสั่ง File, New, Folder ปรากฏไอคอนโฟลเดอร์ ชื่อ New Folder

  • พิมพ์ชื่อโฟลเดอร์ใหม่ หากไม่สามารถพิมพ์ได้ ให้กดปุ่มฟังก์ชัน F2 ก่อน
  • เมื่อพิมพ์ชื่อโฟลเดอร์เสร็จแล้ว ให้กดปุ่ม Enter
  • สามารถสร้างโฟลเดอร์ย่อยๆ ภายใต้โฟลเดอร์นี้ได้

สร้างภาพหรือจัดหาภาพที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา

เอกสารเว็บต้องเกี่ยวข้องกับรูปภาพโดยตรง ดังนั้นควรสร้างภาพ หรือจัดหาภาพ แล้วคัดลอกมาไว้ในโฟลเดอร์ที่ได้จัดเตรียมไว้ เพื่อให้สะดวกในการเรียกใช้งาน และการบริหารเว็บไซต์ในอนาคตการจัดเก็บไฟล์ไว้ในโฟลเดอร์ที่เตรียมไว้ ยังรวมถึงไฟล์ต่างๆ ที่จะนำมาใช้ประกอบการสร้างเว็บ เช่นไฟล์เอกสารจากเวิร์ด กระดาษคำนวณ นำเสนอผลงานต่างๆ จะต้องดำเนินการลักษณะเดียวกับไฟล์ภาพเช่นกัน ทั้งนี้ชื่อไฟล์ต่างๆ ที่นำมาใช้ประกอบการสร้างเว็บก็ต้องตั้งโดยยึดหลักเดียวกับการตั้งชื่อไฟล์เอกสารเว็บ


ไฟล์ภาพที่ไม่สามารถนำมาสร้างเอกสารเว็บ เพราะมีส่วนขยายเป็น .bmp, .tif

สร้างเอกสารประกอบ

นอกจากภาพแล้ว อาจจะมีไฟล์ประกอบอื่นๆ เช่น Word, PowerPoint, PDF Document ก็จะต้องเตรียมไว้ในโฟลเดอร์ที่สร้างไว้ให้พร้อม โดยอาจจะสร้างเป็นโฟลเดอร์เฉพาะของแต่ละไฟล์ฟอร์แมต


ไฟล์เอกสารต่างๆ ที่ผิดพลาด เพราะชื่อไฟล์เป็นภาษาไทย หรือมีช่องว่าง

เลือกเครืองแม่ข่าย WWW และระบบการสร้างงาน

การสร้างเว็บไซต์ในปัจจุบัน ย่อมหนีไม่พ้นความต้องการด้านโปรแกรมมิ่ง เช่น ต้องการตัวนับจำนวนการเข้าชมเว็บไซต์ (Counter) ต้องการกระดานข่าว (Web board) ต้องการสมุดเยี่ยม (Guestbook) หรือฟังก์ชันสูงๆ เช่น ระบบสมาชิก แต่นักพัฒนาเว็บไซต์มักจะลืมไปว่าระบบโปรแกรมบนเว็บ เป็นระบบที่สัมพันธ์กับระบบปฏิบัติการ ดังนั้นก่อนสร้างเว็บไซต์ ควรพิจารณาให้แน่นอนว่าเว็บที่พัฒนา จะนำไปเก็บไว้บนเครื่องแม่ข่ายที่ใช้ระบบปฏิบัติการใด เพราะหากเลือกผิดพลาด ก็จะทำให้เว็บนั้นมีปัญหาอีกมากมาย

ระบบปฏิบัติการและอื่นๆระบบปฏิบัติ Windowsระบบปฏิบัติ UNIX
ภาษาโปรแกรมที่สนับสนุนASP, VB Script, Java, JavaScriptPerl, PHP, JavaScript, Java
ชื่อไฟล์แรกdefault.htmindex.html
นามสกุล.htm, .htmlมักเป็น .html
การตั้งชื่อไฟล์, โฟลเดอร์สนับสนุนภาษาไทยภาษาอังกฤษเท่านั้น

ดังนั้นการพิจารณาเลือกเครื่องแม่ข่าย WWW และระบบปฏิบัติก่อนสร้างเว็บไซต์ จะช่วยให้เว็บไซต์นั้น ไม่เกิดปัญหาตามมาทีหลัง เช่น รันโปรแกรมไม่ได้, มีปัญหาเรื่องการเรียกไฟล์ต่างๆ ซึ่งเป็นปัญหาที่นักพัฒนาเว็บมือใหม่เกือบทุกรายประสบ

สร้างเอกสารเว็บ

ไฟล์เอกสาร HTML เป็นไฟล์ข้อความปกติ (Text File) ดังนั้นสามารถใช้โปรแกรมสร้างเอกสารโปรแกรมใดก็ได้ ช่วยในการลงรหัสคำสั่ง HTML เช่น NotePad, WordPad นอกจากนี้ในปัจจุบันมีโปรแกรมช่วยในการสร้างเอกสารเว็บอีกหลายระบบ ดังที่แนะนำไปแล้ว

จากที่กล่าวไว้ว่าไฟล์เอกสาร HTML เป็นไฟล์ข้อความปกติ ดังนั้นเพื่อให้โปรแกรมเบราว์เซอร์ทราบว่าไฟล์เอกสารนี้เป็นไฟล์เฉพาะสำหรับกำหนดรูปแบบการแสดงผลผ่านอินเทอร์เน็ต จึงมีลักษณะเฉพาะของไฟล์เอกสารรูปแบบนี้คือ ในการจัดเก็บไฟล์ จะต้องกำหนดนามสกุล หรือส่วนขยายของไฟล์ (File Extension) เป็น .htm หรือ .html โดยข้อกำหนดเกี่ยวกับนามสกุลของไฟล์นี้ ขึ้นอยู่กับผู้บริหารเครือข่ายเว็บ ดังนั้นก่อนสร้างเอกสาร HTML ควรสอบถามจากผู้บริหารเครือข่ายที่ท่านจะนำข้อมูลไปฝากไว้ก่อนว่าให้กำหนดนามสกุลของไฟล์อย่างไร

นอกจากการกำหนดนามสกุลของไฟล์ ชื่อไฟล์ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ผู้พัฒนาต้องตระหนักด้วย เพราะผู้ให้บริการเผยแพร่ข้อมูล หรือผู้ดูแลระบบเครือข่าย อาจจะกำหนดชื่อไฟล์เอกสาร HTML แตกต่างกันออกไป

สำหรับการตั้งชื่อและนามสกุลของไฟล์ HTML เป็นภาษาไทย เป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง เพราะระบบปฏิบัติการหลายระบบไม่สนับสนุนภาษาไทย และควรใช้ตัวอักษรตัวพิมพ์เล็กในการกำหนดชื่อและนามสกุลของไฟล์ทุกครั้ง เพื่อป้องกันปัญหาการทำงานข้ามระบบปฏิบัติการ เนื่องจากระบบปฏิบัติการหลายระบบ โดยเฉพาะ UNIX จะเห็นตัวอักษรตัวพิมพ์ใหญ่ และตัวพิมพ์เล็กเป็นคนล่ะตัวกัน (Case-Sensitive)

ตรวจสอบเอกสารเว็บ

ขณะที่สร้างเอกสารเว็บ ควรตรวจสอบผลผ่านโปรแกรมแสดงผลเบราว์เซอร์หลายค่าย หลายรุ่น (หากทำได้) เพราะโปรแกรมเบราว์เซอร์แต่ละค่าย แต่ละรุ่น จะรู้จัก หรือให้ผลลัพธ์จากคำสั่ง HTML ไม่เหมือนกัน จะได้ทราบข้อบกพร่อง ข้อผิดพลาด และสามารถแก้ไขได้ทัน ก่อนที่จะส่งขึ้นไปแสดงผลจริงในระบบอินเทอร์เน็ต

ข้อที่ควรคำนึงถึงในการทำเว็บเชิงพาณิชย์ก็คือ ภาษา HTML เป็นภาษาที่ยังไม่ตาย ยังมีการพัฒนาชุดคำสั่งใหม่ๆ อยู่เรื่อยๆ ดังนั้นอย่าพยายามไล่ตามเทคโนโลยีใหม่ๆ เหล่านี้ ควรพัฒนาเว็บเพจที่สามารถเรียกดูได้จากเบราว์เซอร์หลายๆ รุ่น หลายค่าย ดีกว่ายึดค่ายใด ค่ายหนึ่ง หรือรุ่นใด รุ่นหนึ่ง มิฉะนั้นอาจจะทำให้พลาดจากลูกค้าบางกลุ่มไปได้

ส่งข้อมูลขึ้นเครื่องบริการเว็บ

เมื่อได้พัฒนาเอกสารเว็บ และตรวจสอบผลได้ตามที่ต้องการแล้ว ก็สามารถโอนข้อมูลนั้นๆ ไปยังเครื่องบริการเว็บได้ โดยใช้โปรแกรมกลุ่มถ่ายโอนข้อมูล (FTP Software) เช่น WinFTP, CuteFTP รวมทั้งฟังก์ชัน FTP ของ Macromedia Dreamweaver เป็นต้น
ก่อนโอนข้อมูล จะต้องขอสิทธิ์และพื้นที่จากผู้ดูแลระบบก่อนเสมอ และตลอดจนต้องสอบถามข้อมูลที่จำเป็นในการโอนข้อมูล เช่นชื่อบัญชีของผู้มีสิทธิ์ (Login Name / Account Name), รหัสผ่านของบัญชี (Password) เป็นต้น


ผู้เขียน

  • บุญเลิศ อรุณพิบูลย์ นักวิชาการ ศูนย์บริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี



Personal Tools
Creative Commons License
STKS Online Learning โดย http://stks.or.th/wiki อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย.