This is an old revision of the document!
—-

Table of Contents

น้ำเพื่อชีวิต ... น้ำคือชีวิต

บทความนี้ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ เนื้อหาบางส่วนอาจยังไม่สมบูรณ์

www.chaipat.or.th-chaipat-templates-ja_antares-images-header-header-01.jpg
ภาพถ่ายจากดาวเทียม MTSAT เมื่อประมาณหนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา รับจากมหาวิทยาลัยโคชิ ประเทศญี่ปุ่น คลิ๊กเพื่อชมถาพขยาย เป็นการแสดงภาวะอากาศที่มองด้วยตัวรับคลื่นในย่าน infrared
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเคยเปรียบว่า น้ำ คือ ชีวิต แล้วชีวิตของเราจะเป็นเช่นไร หากในอนาคตที่ใกล้จะถึงนี้ เราไม่มีน้ำเพื่อบริโภคและอุปโภค เพราะ ฉะนั้น นับตั้งแต่วันนี้ เราทุกคนควรร่วมมือร่วมใจช่วยกันรักษาน้ำ ไม่ใช่เพื่อใครที่ไหน แต่เพื่อโลกที่เราอาศัยอยู่ เพื่อตัวเราและลูกหลานของเรา นั่นเอง
”… น้ำในประเทศไทยที่ไหลเวียนนั้น ยังมีอยู่ เพียงแต่ต้องบริหารให้ดี ถ้าบริหารให้ดีแล้ว มีเหลือเฟือ มีตัวเลขแล้ว ไปแยกแยะตัวเลข เหมือนที่ได้แยกแยะตัวเลขของคาร์บอน น้ำนั้นน่ะ ในโลกมีมาก แล้วที่ใช้จริงๆ มันเป็นเศษหนึ่งส่วนหมื่นของน้ำที่มีอยู่ อาจไม่ถึง ก็ต้องบริหารให้ดีเท่านั้นเอง…”

ที่มา: มูลนิธิชัยพัฒนา


บทความนี้ จัดทำขึ้น เพื่อเป็นการรวมรวมความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการบริหารจัดการ “ทรัพยากรน้ำ” ซึ่งเกี่ยวข้องอย่างมากกับชีวิต ความเป็นอยู่ ของคนไทยทั้งประเทศ และในเวลาเดียวกัน ก็จะทำให้เราทราบว่า เทคโนโลยี มีความสำคัญมาก ต่อการจัดการน้ำให้ได้ผล ความสำเร็จของการจัดการน้ำ วัีดได้จากความสุขสบายของประชาชนในชาติ เมื่อใดที่เรามีปัญหาน้ำแล้ง หรือน้ำท่วม หรือเกิดพายุ (ไต้ฝุ่น ไซโคลน พายุโซนร้อน พายุฝน พายุหมุน ฯลฯ) หรือดินถล่ม โคลนถล่ม เมื่อนั้น กล่าวได้ว่า ส่วนหนึ่ง เกิดจากปัญหาที่มนุษย์สร้างขึ้น เช่น การตัดไม่ทำลายป่าจนไม่มีต้นไม้รักษาความชุ่มชื้นของดิน ไม่มีรากไม้คอยยึดให้ดินแขํงแรง ไม่มีการสร้างออกซิเจน ไม่มีการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ หรือไม่มีอาหารจะรับประทาน เมื่อนั้น ถือได้ว่าเรามีความผิดพลาดในการบริหารจัดการน้ำในอดีตที่ผ่านมา แม้จะมีหน่วยงานต่างๆมากมาย (ประมาณ ๓๐ แห่ง) ทำหน้าที่เหล่านี้อยู่ หน่วยงานต่างๆจำเป็นต้องมีพัฒนาการด้านความรู้ เพื่อให้สามารถทำงานประสานกันในเชิงรุก และหาทางป้องกันให้มากขึ้น ด้วยวิธีที่ชาญฉลาด และเมือ่ถึงจุดนั้นแล้ว ข่าวน้ำท่วม ดินถล่ม ฯลฯ คงจะลดน้อยลง และการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อไปช่วยผู้ประสบภัย ก็จะลดลง

สวทช. (โดยเนคเทค) เคยนำเสนอบทความนี้ในเว็บเฉลิมพระเกียรติ technology.thai.net เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๖ และบทความนี้ จัดทำขึ้นเพื่อเป็นการเตรียมปรับปรุงเนื้อหาของบทความเดิมให้ทันสมัยยิ่งขึ้น

ท่านที่มีความชำนาญด้านการวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับน้ำ อาจศึกษาเพิ่มเติมอย่างลึกซึ้งได้ ที่ เว็บของสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

น้ำเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต...ชีวิตทุกชีวิตต้องอาศัยน้ำเพื่อดำรงชีวิต...

sgphoto-sm.jpg

…โลกเราเป็นดาวน้ำ มีน้ำเป็นองค์ประกอบกว่า 71% ในรูปแบบของของแข็ง ของเหลวและก๊าซ วัฏจักรของการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของน้ำเกิดขึ้นนับตั้งแต่โลกได้ถือกำเนิดมา ตลอดเวลาอันยาวนาน การเปลี่ยนแปลงสภาวะของน้ำนี้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภูมิประเทศทั่วโลก ชีวิตได้เกิดและดับไปหลายเผ่าพันธุ์ รุ่นแล้ว รุ่นเล่า น้ำยังคงวัฏจักรของมันอยู่อย่างไม่เสื่อมคลาย ……

ปาฐกถาของนาย Kofi Annan อดีตเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ เรื่อง ความจำเป็นของน้ำต่อชีวิต/Water is Essential for Life คลิ๊กที่ภาพ เพื่อชมการปาฐกถา


น้ำมาจากไหน?

น้ำเป็นสารประกอบทางเคมีที่เกิดมาพร้อมกับการก่อตัวของกลุ่มดาว มีการพบหลักฐานการมีน้ำองค์ประกอบในกลุ่มดาวในระบบสุริยะ น้ำได้ถือกำเนิดมาในโลกกว่า 4.6 พันล้านปี มีทฤษฏีว่าด้วยการกำเนิดน้ำหลายทฤษฏีด้วยกัน เช่นน้ำเกิดจากปฏิกริยาการรวมตัวของก๊าซภายใต้ความกดดันสูงในช่วงที่โลกเริ่มเย็นตัวลง หรือมาจากดาวหางที่พุ่งชนโลกในอดีต

อ่านเพิ่มเติมได้จาก Origin of Water on Earth ที่ Wikipedia


องค์ประกอบของน้ำ

 ภาพจาก Wikipedia คลิ๊กเพื่อดูภาพขยาย
น้ำเป็นสารประกอบทางเคมี ประกอบด้วยไฮโดรเจน 2 อะตอมและออกซิเจน 1 อะตอม น้ำอยู่ในสถานะของเหลวที่ใส ไม่สีและไม่มีกลิ่นภายใต้สภาวะอุณหภูมิและความดันบรรยากาศปกติ น้ำมีจุดเดือดที่ 100oc (212oF) ที่ระดับน้ำทะเล


นิยามของน้ำ

น้ำมีชื่อเรียกอื่น ได้แก่ aqua, hydrate (สสารที่มีน้ำเจือปนอยู่), hydric acid, hydrogen hydroxide, hydrogen oxide, hydrohydroxic acid, oxidane, u-oxidodihydrogen รวมทั้งชื่อซึ่งมีคนตั้งให้ดูน่ากลัว แต่ที่จริงหมายถึงน้ำ คือ dihydrogen monoxide,


รูปแบบของน้ำ

  1. ตามสถานะรูปร่าง [ของเหลว, ของแข็ง, ก๊าซ]
  2. ตามความหมายทางอุตุนิยมวิทยา
    • ปรากฏการณ์น้ำที่ลงมาจากฟ้า (Precipitation) ที่เป็นของเหลว ได้แก่ [ฝน, drizzle, freeze drizzle, น้ำค้าง]
    • ปรากฏการณ์น้ำบนฝากฟ้าที่เป็นของแข็ง ได้แก่ [หิมะ, เกล็ดหิมะ, เกล็ดน้ำแข็ง, ฝนน้ำแข็ง, ลูกเห็บ, hoarfrost, atmospheric icing, glaze ice]
    • อนภาคที่ลอยตัวในท้องฟ้า ได้แก่ [เมฆ, หมอก, ฝุ่น]


วัฏจักรของน้ำ (Hydrological Cycle)

วัฏจักรของน้ำ คลิ๊กเพื่อชมภาพขยาย วัฏจักรของน้ำ หมายถึง การเปลี่ยนสถานะของน้ำระหว่างน้ำในบรรยากาศ น้ำในดิน น้ำใต้ดิน น้ำผิวดิน และพืช วงจรการเปลี่ยนแปลงสถานะนี้ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการระเหยของน้ำในมหาสมุทร หรือจากแหล่งน้ำผิวดินอื่นๆ รวมทั้งพืชและสัตว์ เมื่อน้ำระเหย (เปลี่ยนสถานะเป็นก๊าซในบรรยากาศ) เราสังเกตได้ในรูปของเมฆ หมอก และเกิดการกลั่นตัวกลับมาเป็นของเหลวตกลงสู่พิ้นดินในรูปแบบของฝน น้ำค้าง หรือของแข็ง เช่น หิมะ ลูกเห็บ น้ำส่วนหนึ่งที่ตกกลับมาสู่ผิวดิน จะเกิดการไหลลงสู่ที่ต่ำ คือไหลสู่แม่น้ำ ลำคลอง และลงสู่ทะเลที่เรียกว่าน้ำท่า และน้ำหลาก น้ำอีกส่วนหนึ่งจะซึมลงสู่พื้นดิน และใช้ประโยชน์จากพืช มนุษย์และสัตว์


น้ำในโลก

|

โลกมีน้ำประกอบถึงสามในสี่ส่วน อยู่ในสถานะที่แตกต่างกันเช่นเป็นน้ำแข็งในบริเวณขั้วโลกทั้งเหนือและใต้ เป็นของเหลวในทะเล มหาสมุทร แม่น้ำลำคลอง เป็นเมฆ หมอกในบรรยากาศ น้ำในโลกนี้มีความพูกพันกับการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์และสัตว์ การก่อกำเนิดวัฒนธรรม และรากฐานการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ในจณะเดียวกันมนุษย์ก็เป็นผู้ทำให้เกิดปัญหาต่อความสมดุลของธรรมชาติและวัฏจักรความเป็นไปของน้ำ จากพื้นฐานความไม่เข้าใจนี้เองที่นำไปสู่ปัญหาอันเกี่ยวกับน้ำในหลายๆภูมิภาคของโลก เข่น การตั้งถิ่นฐานในสถานที่ที่ไม่เอื้ออำนวยนำมาซึ่งสาเหตุของ น้ำท่วม ดินถล่ม น้ำเสียจากครัวเรือนและอุตสาหกรรมที่ปนเปื้อนสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ การใช้น้ำใต้ดินอย่างขาดสมดุลที่เป็นสาเหตุของแผ่นดินทรุด เป็นต้น


|

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับน้ำ

  • มีน้ำอยู่ในมหาสมุทรประมาณ 97.2% หรือ 1,320,000,000 ลบ.กม.
  • มีน้ำอยู่ในรูปน้ำแข็งประมาณ 1.8% หรือ 25,000,000 ลบ.กม.
  • มีน้ำใต้ดิน ประมาณ 0.9% หรือ 13,000,000 ลบ.กม.
  • มีน้ำจืดตามแหล่งน้ำผิวดินและแม่น้ำลำคลอง ประมาณ 0.02% หรือ 250,000 ลบ.กม.
  • มีน้ำอยู่ในบรรยากาศ ประมาณ 0.001% หรือ 13,000 ลบ.กม.


ปริมาณการใช้น้ำจากภาคเกษตร อุตสาหกรรมและครัวเรือน

ภาคการเกษตรมีการใช้น้ำจืดสูงสุด ในสหรัฐอเมริกามีการใช้น้ำถึง 49% ของปริมาณน้ำจืดทั้งหมดและในจำนวนนี้ 85% ถูกใช้เพื่อผ่านระบบชลประทาน ในเอเซียและอัฟริกา ประมาณ 85-90% ของน้ำใช้ในการเกษตร

สำหรับภาคอุตสาหกรรม น้ำส่วนใหญ่จะถูกกักเก็บไว้ในเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำเพื่อนำไปใช้ในการปั่นไฟฟ้าเป็นพลังงานสำหรับภาคอุตสาหกรรม ประมาณ 20% ของน้ำที่กักเก็บจะถูกนำไปใช้

ส่วนน้ำสำหรับใช้ในการอุปโภคบริโภค มีแนวโน้มว่าคนในประเทศพัฒนาบริโภาคน้ำมากกว่าคนในประเทศกำลังพัฒนา(500-800 ลิตรต่อวันเทียบกับ 60-150 ลิตรต่อวัน)

การใช้น้ำจืดของชาวโลก ในปี พ.ศ. ๒๕๔๓ แยกตามประเภทของการนำไปใช้งาน  การใช้น้ำจืดของชาวโลก แยกตามประเภทของการนำไปใช้งาน  ประเทศใด ใช้น้ำจืดไปในด้านใดมากที่สุด



ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่ www.unep.org

ภาพรวม - น้ำในประเทศไทย

ประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตมรสุมที่ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และตะวันออกเฉียงเหนือ จากตำแหน่งที่ตั้งทำให้ประเทศไทยได้รับประโยชน์จากปริมาณน้ำฝนในฤดูมรสุมในแต่ละปีที่เพียงพอต่อการเกษตรที่เป็นอาชึพหลักของคนในประเทศ - - - - จากกราฟแสดงปริมาณฝนตกเฉลี่ยในแต่ละเดือน และอุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุดและต่ำสุดในรอบหนึ่งปีของกรุงเทพมหานคร

ข้อมูลจาก BBC.com

ประเทศไทยมีปริมาณฝนรวมตลอดปีเฉลี่ย 1,580 ม.ม.แต่จากกราฟข้างบนแสดงปริมาณฝนรวมตั้งแต่ปี พ.ศ.2494 ถึงปี พ.ศ.2546 จากกรมอุตุนิยมวิทยา แสดงแนวโน้มการลดลงของปริมาณฝนอย่างต่อเนื่อง เป็นสัญญาณที่เตือนให้เราต้องเตรียมตัวรับสถานการณ์ของการขาดแคลนน้ำในอนาคต ทั้งนี้การรับมือที่ดีที่สุดคือการมีระบบการจัดการน้ำของประเทศในภาพรวมที่มีประสิทธิภาพในทางปฏิบัติ และทำความเข้าใจให้ประชาชนในทุกภาคส่วนได้ตระหนักร่วมกันว่า น้ำเป็นวาระแห่งชาติ คนที่อยู่ในลุ่มน้ำจะต้องมีหน้าที่ช่วยกันรักษาและดูแลแหล่งน้ำและมีการจัดการที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบใหญ่อย่างไร


การจัดการน้ำในประเทศไทย

ประเทศไทยมีหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับน้ำอยู่ 30 หน่วยงาน ภายใต้ 8 กระทรวงกับอีก 2 คณะกรรมการ นำมาซึ่งความซับซ้อนของนโยบายและวิถีปฏิบัติ การจัดการน้ำทั้งระบบในประเทศที่ยังไม่เป็นเอกภาพ เป็นปัญหาที่กำลังได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน รวมถึงวิธีการจัดการน้ำในรูปแบบใหม่ที่ต้องใช้ข้อมูลเดียวกันและมีการจัดการแบบองค์รวม

การขาดการบริหารจัดการในภาพรวมนี้นำมาซึ่งปัญหาข้อขัดแย้งระหว่างผู้ใช้น้ำในภาคเกษตร อุตสาหกรรม และครัวเรือน การไม่ตระหนักถึงความเป็นเจ้าของทรัพยากรอันจำกัดนี้ร่วมกันนำมาซึ่งมลพิษที่เกิดในแหล่งน้ำสาธารณะต่างๆ การทำลายสมดุลของธรรมชาติเข่นการใช้แหล่งน้ำใต้ดินโดยขาดการจัดการก่อให้เกิดปัญหาแผ่นดินทรุดหรือการลุกล้ำของน้ำเค็ม เป็นต้น ปัญหาเหล่านี้เกิดจากการจัดการ และความสมดุล ระหว่างการทำอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ กับ การทำเกษตรกรรมของประชาชนจำนวนมาก แต่มีกำลังทางเศรษฐกิจที่ต่ำกว่า

จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลจะดำเนินการให้วาระแห่งชาติเรื่องการจัดการน้ำนี้ มีทิศทางที่ชัดเจนในทางปฏิบัติ ที่จะนำไปสู่การจัดการอย่างเป็นระบบและมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนโดยเฉพาะการมีส่วนร่วมจากชุมชนที่อยู่ในสายน้ำจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นโยบายแปลงสู่การปฏิบัติได้อย่างราบรื่นและยั่งยืน

ข้อความส่วนนี้ยังไม่สมบูรณ์ ต้องการเอกสารอ้างอิง และผลการศึกษาที่เกี่ยวข้อง 




การจัดการน้ำชุมชน

คนไทยมีความผูกพันกับน้ำมาตั้งแต่ในอดีต ชุมชนและราชธานีที่ก่อเกิดวัฒนธรรมล้วนแล้วแต่อยู่ติดกับแหล่งน้ำ ซึ่งหลายครั้งที่สายน้ำนั้นก็เป็นผู้ทำลายวัฒนธรรมนั้นๆหรือทำให้เกิดการอพยพย้ายถิ่นฐานของบรรพบุรุษ กว่า 80% ของประชากรในประเทศยังอาศัยอยู่ในชนบทซึ่งส่วนใหญ่ประกอบอาชีพการเกษตรที่ต้องอาศัยน้ำเป็นปัจจัยหลัก ชุมชนที่พึ่งพาน้ำนี้แบ่งได้เป็นชุมชนต้นน้ำ ชุมชนกลางน้ำ และชุมชนปลายน้ำ ตามสายน้ำที่ไหลลงสู่ทะเลใน 25 ลุ่มน้ำหลักของประเทศ เมื่อประชากรมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละลุ่มน้ำที่มีมากตามไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตั้งแต่การต้องการพื้นที่ทำมาหากินเพิ่มขึ้นส่งผลถึงการทำลายทรัพยากรธรรมชาติเช่น ป่าไม้ ซึ่งเป็นต้นน้ำที่สำคัญส่งผลกระทบถึงพื้นที่การเกษตรในสายน้ำเดียวกัน ขณะที่การขยายตัวของเมืองตามขนาดเศรษฐกิจและประชากรทำให้เกิดการใช้พื้นที่ผิดประเภทและส่งผลถึงปัญหาการจัดการน้ำทั้งระบบ จะเห็นได้ว่าปัญหาเหล่านี้นั้นมีความสัมพันธุ์ซึ่งกันและกันจากต้นน้ำถึงปลายน้ำและเป็นปัญหาที่เกิดจากตนเป็นปัจจัยหลัก

ตัวอย่างการจัดการน้ำชุมชนต่อไปนี้เป็นเพียงตัวอย่างของการเรียนรู้ของคนในชุมชนต่อการจัดการสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรของเขา แต่ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อกระบวนการเรียนรู้ในการก่อให้เกิดเครือข่ายของชุมชน ตลอดจนคุณภาพและปริมาณน้ำที่จะไหลลงสู่พื้นที่กลางและปลายน้ำต่อไปในระยะยาว


กรณีศึกษาบ้านสามขา อ.แม่ทะ จ.ลำปาง

153-5370_img.jpg 162-6294_img.jpg

บ้านสามขาเป็นชุมชนเล็กๆมี 157 หลังคาเรือนประชากรประมาณ 600 คน เป็นชุมชนืั้ตั้งอยู่ในหุบเขาติดกับเทือกเขาที่แบ่งเขตจังหวัดลำปางกับจังหวัดน่าน ชุมชนต้นน้ำแห่งนี้เป็นชุมชนที่อยู่ในเกณฑ์ปกติเหมือนชุมชนต้นน้ำอื่นๆในเขตภาคเหนือ เคยเป็นผู้ตัดไม้ เผาป่าเพื่อทำการเกษตร เผาป่าเพื่อล่าสัตว์และเก็บผลประโยชน์จากป่า คือเป็นผู้เก็บเกี่ยวด้านเดียวไม่เคยคิดที่จะดูแลรักษาเพราะนั่นเป็นหน้าที่ของรัฐ ป่าไม้ที่มีคุณค่าถูกเก็บเกี่ยวจนเหลือแต่ไม้ที่ไม่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจมาก และการถูกไฟป่าเผาทุกปีทำให้ป่าอยู่ในสภาพเสื่อมโทรม มีการชะล้างหน้าดินลงสู่ลำห้วยและลงสู่อ่างเก็บน้ำด้านล่างทำให้ตื่นเขินในที่สุด วัฏจักรของการทำลายนี้เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า นำมาซึ่งปริมาณฝนที่ลดลงเพราะป่าไม่มีความชื้นเพียงพอร ระบบนิเวศเปลี่ยนไป และน้ำที่ใช้เพื่อการเกษตรและบริโภคเริ่มขาดแคลน

dsc06655.jpg dsc02322.jpg dsc07726.jpg

สวทช.โดย เนคเทคและสถาบันสารสนเทศทรัพยกรน้ำและการเกษตร ร่วมกับพันธมิตรคือมูลนิธิศึกษาพัฒน์ กศน.ภาคเหนือ มูลนิธิไทยคม บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด ได้มีโอกาสได้เข้าไปร่วมเรียนรู้กับชุมชนบ้านสามขาในงานชุมชนแห่งการเรียนรู้ เป็นการผสมผสานความรู้ที่เป็นภูมิปัญญากับความรู้ภายนอก การปรับเปลี่ยนแนวคิด การลงมือปฏิบัติ เริ่มจากปัญหาความยากจน อะไรคือนิยามของความจน การหาสาเหตุของความจน โดยมี สกว.ให้การสนับสนุนงานวิจัยพื้นบ้านนี้และเป็นจุดเริ่มต้นของการมองเห็นและยอมรับภาพเดียวกันคือ สาเหตุหนึ่งของความยากจนมาจากรายได้ที่มีพอเพียงกับรายจ่าย โดยเฉพาะรายจ่ายที่เสียให้กับสิ่งที่เรียกว่าความเจริญ รายได้ที่ไม่พอส่วนใหญ่มาจากผลผลิตทางการเกษตรที่ไม่ได้ผลเต็มที่เพราะขาดน้ำ สามารถทำการเกษตรได้เพียงช่วงฤดูฝนเท่านั้น บางปียังประสบปัญหาน้ำหลากที่สร้างความเสียหายให้กับพื้นที่การเกษตรที่มีน้อยอยู่แล้วอีก เมื่อมองเห็นปัญหาก็ชวนกันคิดต่อไปว่าจะทำให้ป่ากลับมาเป็นแหล่งต้นน้ำสร้างชีวิตและรายได้ให้ยั่งยืนได้อย่างไร ก็เป็นจุดเปลี่ยนที่ชุมชนหันกลับมาเรียนรู้ในการสร้างฝายชะลอน้ำและแนวกันไฟ โดยมีศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ้องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นต้นแบบ ในกระบวนการเรียนรู้นี้ได้มีการนำแผนที่ดาวเทียมความละเอียดสูง(IKONOS)GPS เข้ามาเป็นเครื่องมือประกอบการวางแผน การทำความเข้าใจกับลักษณะภูมิประเทศ 4 ปีของการลงมือทำก่อให้เกิดฝายกว่า 3 พันฝายในป่าต้นน้ำบนดอยสูง ปี 2551 ลำธารที่เคยเหือดแห้งในหน้าแล้งยังมีน้ำไหลริน น้ำที่ลงจากเขาในหน้าฝนก็ใสไม่เป็นสีโกโก้เหมือนในอดีต

น้ำกลับมา ชีวิตกลับมา เมื่อเห็นน้ำปัญญาก็เกิด คำถามที่ไม่เคยอยากถามคือ จะปลูกอะไร กลับมาเป็นประเด็นหลักของสนทนา ป่าที่ชื้นมีไอน้ำมากขึ้นก็ช่วยดึงฝนให้มาตกในพื้นที่รับน้ำมากขึ้น ทรัพยากรจากป่า เช่น เห็ดชนิดต่างๆก็มีช่วงเวลาเก็บเกี่ยวที่นานขึ้น ผักหวานป่าที่เคยถูกไฟป่าไหม้ทุกปี ก็งอกงามแตกต้นใหม่ให้ผลผลิตที่มากกว่าเดิมเป็นทวีคูณ ผึ้งซึ่งหายจากป่าไปนานเพราะถูกรมควันจากไฟป่าก็กลับมาสร้างรังผลิตน้ำผึ้งให้เป็นอาหารและรายได้ให้ชุมชนอย่างต่อเนื่อง สัตว์ป่าอย่างหมูป่าและเก้งก็หวนหลับมาอาศัยในผืนป่าที่ผลิกฟื้นจากความตั้งใจของคนที่จะเปลี่ยนแปลง การลงมือทำเพื่อเรียนรู้ และการก้าวไปสู่ชุมชนแห่งการเรียนรู้ที่จะอยู่กับป่าด้วยความเข้าใจ อยู่กับธรรมชาติอย่างเกื้อกูล และทำประโยชน์ให้ชุมชนที่อยู่ในสายน้ำเดียวกัน นอกจากนี้การนำเศรษฐศาสตร์น้ำง่ายๆไปปรับใช้ให้ชุมชนเข้าใจถึงอุปสงค์ อุปทานน้ำ ปริมาณความต้องการน้ำเพื่อการเกษตรและการอุปโภคบริโภค การเดินทางของสายน้ำและการเตรียมทำแก้มลิง ล้วนแล้วแต่เป็นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานของชุมชนในระยะยาวด้วย

จะเห็นได้ว่าการจัดการน้ำชุมชนนั้นมีความเป็นไปได้ถ้าชุมชนและพันธมิตรของชุมชนเข้าใจในปัญหาและมองเห็นภาพเดียวกัน การเรียนรู้ด้วยกันเช่นนี้ทำให้เกิดต้นแบบที่ขยายผลไปสู่ชุมชนข้างเคียงและชุมชนอื่นในท้องที่จังหวัดลำปางเป็นเครือข่ายของการเรียนรู้ที่แท้จริง และที่สำคัญที่สุดคือเกิดจากใจ และความปราถนาของคนในชุมชนเป็นที่ตั้ง




ทำความเข้าใจกับข้อมูลน้ำ

ข้อมูลการจัดการน้ำจากสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร

สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตรเป็นหน่วยงานหนึ่งที่ทำหน้าที่ในการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับน้ำทั้งในและต่างประเทศ การประมวลผลข้อมูลและการแนะนำวิธีการจัดการน้ำทั้งระบบของประเทศ ข้อมูลประเภทต่างๆที่นำเสนอต่อไปนี้เป็นข้อมูลที่ใช้ประกอบในการจัดการน้ำของหน่วยงานหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ในที่นี้จะแนะนำการทำความเข้าใจเบื้องต้นกับข้อมูลบางชนิดที่ถูกนำมาใช้งานบ่อย เพื่อเป็นพื้นฐานในการใช้ข้อมูลบนระบบของหน่วยงานนั้นๆ


บริการพยากรณ์อากาศรายจังหวัด

ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมถึงการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียม การศึกษาแนวโน้มของอากาศโดยทำแบบจำลองทางคณิดศาสตร์ ซึ่งจะสามารถช่วยให้การพยากรอากาศแม่นยำขึ้น หน่วยงานในต่างประเทศบางแห่ง ได้เปิดบริการพยากรณ์อากาศลงไปในระดับพื้นที่ ท่านที่สนใจ โปรดชมได้ที่ Wunderground.com หรือในเว็บนี้ พยากรณ์อากาศรายจังหวัด

ข้อมูลจากดาวเทียมตรวจอากาศ

weather.is.kochi-u.ac.jp-se-00latest.jpg asia_sat_200808170000.jpg
ภาพล่าสุดจากดาวเทียม GEOS-9 () แสดงก้อนเมฆที่มองด้วยคลื่นแสงในย่านอินฟราเรดเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมา ทำให้เก็นได้ชัดเจนทั้งกลางวันและกลางคืน ภาพของก้อนเมฆ ช่วยให้สามารถประมาณได้ว่าในแต่ละช่วงเวลา มีเมฆอยู่ตรงไหน และเมื่อเทียบกับหนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา เมฆเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเท่าใด หากเห็นก้อนเมฆที่เป็นรูปก้นหอย และมีความเร็วหมุนรอบตัวเองสูง แสดงว่าเป็นพายุ - ภาพจากมหาวิทยาลัยโคชิ ประเทศญี่ปุ่น ภาพจาก Infrared sensor ของดาวเทียมสำรวจสภาพอากาศของอังกฤษ แสดงปริมาณและการเคลื่อนตัวของกลุ่มเมฆ และพายุเขตร้อนในมหาสมุทรแปซิฟิค เมฆสีขาวจะมีอุณหภูมิต่ำกว่าเมฆสีเทา ข้อมูลนี้ใช้ประกอบกับข้อมูลเส้นทางพายุ เพื่อประเมินความหนาแน่นของเมฆ ที่สัมพันธ์กับปริมาณน้ำฝน ในเส้นทางที่เมฆดังกล่าวจะเคลื่อนที่ไป

ชม ภาพข้อนหลังในลักษณะภาพเคลื่อนไหว (MPEG file) - ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ สามารถนำไปวิเคราะห์สภาพพายุ ความเร็วที่ศูนย์กลาง และความเร็วของการเคลื่อนตัว ชม ภาพเคลื่อนไหวของภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ของวันนี้ - จากสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร


เส้นทางพายุในมหาสมุทรแปซิฟิค

ภาพการทำนายเส้นทางพายุในบริเวณมหาสมุทรแอตแลนติค (ข้อมูลปัจจุบัน) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิค ตะวันตกเฉียงเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิค ตะวันเฉียงใต้และตะวันตกเฉียงใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิค มหาสมุทรอินเดียตอนเหนือและใต้ เป็นการทำนายเส้นทางพายุในเวลา 5 วันข้างหน้า เพื่อใช้ประกอบกับข้อมูลสภาพอากาศอื่นๆในการเตือนภัยและลดความเสียหายที่จะเกิดกับทรัพย์สินและชีวิตในเส้นทางของพายุ หากไม่มีเส้นแสดงพายุใดๆในแผนที่ แปลว่าขณะนี้ ไม่พบพายุ – ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยฮาวาย ภาพเส้นทางพายุ (ดูได้ทั่วโลก) จาก UndergroundWeather.com มีข้อมูลประกอบเรื่องความเร็วลม ศุนย์กลางและวันเวลาที่พายุจะเคลื่อนที่ผ่านจุดที่สำคัญ แสดงประวัติของพายุตั้งแต่เริ่มก่อตัวจนถึงปัจจุบัน


ข้อมูลจาก Doppler Radar


ประเทศไทย มีระบบ ดอปเปลอร์เรด้าร์ ที่สามารถถ่ายภาพฝนที่กำลังตก และคำนวณปริมาณน้ำฝนในจังหวัดต่างๆ จำนวน ๒๔ สถานี ดำเนินการโดยกรมอุตุนิยมวิทยา ๒๐ สถานี และโดยสำนักฝนหลวง ๔ สถานี เครือข่ายของสถานีเรดาร์ จะสามารถถ่ายภาพฝนครอบคลุมพื้นที่ของประเทศไทยทั้งหมด หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะทำการสร้างข้อมูลภาพจากเรดาร์ทุกชั่วโมง ข้อมูลจากเรดาร์จะแสดงให้เห็นถึงกลุ่มฝนและความชื้นในอากาศ ความรุนแรงของกลุ่มฝน และแนวโน้มทิศทางการเคลื่อนที่ แม้คนธรรมดา หากดูบ่อยๆ ก็สามารถใช้ภาพเรดาร์ทำนายลักษณะของฝนในตำบลต่างๆได้อย่างขัดเจนและแม่นยำ

www.thaiwater.net-typhoontracking-radarimages-cmi-cmi_lastest.jpg www.thaiwater.net-typhoontracking-radarimages-skn-skn_lastest.jpg
www.thaiwater.net-typhoontracking-radarimages-hhn-hhn_lastest.jpg www.thaiwater.net-typhoontracking-radarimages-ryg-ryg_lastest.jpg
www.thaiwater.net-typhoontracking-radarimages-srt-srt_lastest.jpg .


ข้อมูลจากระบบโทรมาตรขนาดเล็ก

ภาพการใช้ Field Server ในญี่ปุ่นและประเทศไทย fs3.jpg
ระบบโทรมาตรขนาดเล็กเป็นระบบที่มีต้นแบบมาจากอุปกรณ์ Telemetering ของห้องวิจัยด้าน Sensors Network ของ National Agriculture and Biotechnology Research Organization(NARO) ประเทศญี่ปุ่น ใช้ชื่อสากลว่า Field Server อุปกรณ์โทรมาตรขนาดเล็กนี้สามารถใช้ประโยชน์จาก sensors ที่ต่อกับเครื่องได้ 8-16 ชนิด ในการตรวจวัดสภาพอากาศเช่น ปริมาณน้ำฝน ความชื้นอากาศ ความกดอากาศ ความเข้มแสง ความชื้นดิน Leaf wetiness ระดับน้ำเป็นต้น ทั้งนี้ขึ้นกับการใช้งาน สามารถดูข้อมูลได้จากเครื่องหรือส่งข้อมูลผ่านระบบ GPRS ที่ใช้กับมือถือหรือเครือข่าย WiFi ตัวเครื่องใช้พลังงานไฟฟ้าหรือเซลพลังงานแสงอาทิตย์ สามารถใช้วัสดุในประเทศเป็นองค์ประกอบทำให้ต้นทุนการผลิตต่อเครื่องถูกลงและสามารถใช้งานได้ใกล้เคียงกับของที่นำเข้า อุปกรณ์โทรมาตร Field Server ของประเทศญี่ปุ่นนั้นมีการพัฒนาร่วมกับบริษัทเอกชนและติดกล้อง Web Cam ที่สามารถนำไปปรับใช้ในระบบการติดตามย้อนกลับของการผลิตทางการเกษตร หรือติดตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมได้
ภาพการลงนามในข้อตกลงร่วมระหว่างศูนย์คอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติกับ National Agriculture and Biotechnology Reserach Organization(NARO) เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2003 ผ่านระบบ Video Conference (เนื่องในขณะนั้นมีการระบาดของโรค SARS) ภาพการลงนามในข้อตกลงร่วมระหว่างศูนย์คอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติกับ National Agriculture and Biotechnology Reserach Organization(NARO) เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2003 ผ่านระบบ Video Conference (เนื่องในขณะนั้นมีการระบาดของโรค SARS)
ระบบโทรมาตรเพื่อการติดตามสถานภาพของสภาพแวดล้อมในโครงการนี้ เรียกว่า Field Server มีการนำเข้ามาในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2546 โดยโดยห้องปฏิบัติการเครือข่ายคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง ศูนย์คอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ คณะผู้วิจัยของห้องปฏิบัติการได้เชิญ Prof.Seishi Ninomiya, Dr.Hirafuji และทีมงานจาก NARO มาจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่องการพัฒนาและการใช้ Field Server ในทวีปเอเซีย ขึ้นระหว่างวันที่ 9-14 มีนาคม พ.ศ. 2546 ถือว่าเป็นการถ่ายทอดแนวคิดและการลงมือประกอบ Field Server เครื่องแรกที่ใช้วัสดุอุปกรณ์ในประเทศทั้งหมด และเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนา Field Server ในประเทศไทย
ต่อมา ในปี พ.ศ. 2548 โครงการของเนคเทค ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็น สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (เป็นหน่วยงานใน สวทช.) และได้พัฒนาเครื่องต้นแบบไปสู่การใช้งานจริง ในปัจจุบันมีระบบโทรมาตรดังกล่าวอยู่ประมาณ 400 จุด ที่ติดตั้งกับสถานีสัญญาณของบริษัท AIS และตามจุดครวจวัดของกรมชลประทาน เป็นต้น


ข้อมูลจากระบบโทรมาตรขนาดเล็กนี้ประกอบด้วย

  • ปริมาณน้ำฝน
  • อุณหภูมิ
  • ความเข้มแสง
  • ความชื้นอากาศ

ปกติระบบจะมีการปรับปรุงข้อมูลทุกๆ 1 ชม.ยกเว้นสถานีที่มีฝนตกอุปกรณ์จะปรับการส่งข้อมูลเป็นทุกๆ 10 นาที เนื่องจากข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลประจำถิ่น (Micro Climate) จึงมีประโยชน์ในพื้นที่ที่สถานีตั้งอยู่โดยใช้ข้อมูลประกอบกับข้อมูลจากเรดาร์และข้อมูลจากดาวเทียมสำรวจสภาพอากาศ

ท่านที่สนใจ สามารถดูข้อมูลได้จาก http://www.thaiweather.net/Interpolated/ShowImg.php หรือคลิ๊กภาพข้างล่าง




ข้อมูลสภาวะน้ำตามเขื่อนที่สำคัญของประเทศ

ข้อมูลปริมาณน้ำในเขื่อนค่างๆในประเทศมาจากแหล่งข้อมูล 2 แหล่งได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และกรมชลประทาน ข้อมูลจากทั้งสองแหล่งนี้ทำให้เห็นภาพของปริมาณน้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำสำคัญทั่วประเทศ สถานการณ์น้ำในแต่ละแห่งซึ่งมีผลต่อการจัดการน้ำทั้งระบบ



ข้อมูลจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยและกรมชลประทาน

เป็นข้อมูลสรุปรายวัน จากเขื่อน 16 แห่งภายใต้การดูแลของ กฟภ. (ภาคเหนือ 3,ภาคกลาง ตะวันตก 5,ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 6,ภาคใต้ 2)ข้อมูลประกอบด้วย

  • ระดับน้ำในเขื่อน
  • ปริมาณน้ำในอ่างทั้งหมด
  • ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่าง
  • ปริมาณน้ำที่ระบายเพื่อการเกษตรและผลิตไฟฟ้า

ตารางข้อมูลสรุปรายวัน จากเขื่อนและอ่างเก็บน้ำจำนวน 31 แห่งในประเทศ(ภาคเหนือ 5,ภาคกลาง ตะวันตก 5,ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 12,ภาคใต้ 4,ตะวันออก 5)ภายใต้การดูแลของกรมชลประทาน ข้อมูลประกอบด้วย

  • ความจุของเขื่อน/อ่างเก็บน้ำ
  • ปริมาณน้ำในอ่าง
  • ปริมาณน้ำไหลลงอ่าง
  • ปริมาณน้ำที่ระบายออก
ภาพตัวอย่างของการรายงานสภาวะน้ำในเขื่อนเทียบกับอดีต โปรดเลือกชื่อเขื่อนที่ท่านต้องการจากทางขวามือ กราฟแสดงข้อมูลปริมาณน้ำของเขื่อนต่างๆที่สำคัญในประเทศไทย บันทึกระดับน้ำในเขื่อนทุกวัน สามารถดูเปรียบเทียบย้อนหลังของแต่ละปีได้ ทำให้เกิดการเรียนรู้ ว่าสภาพของปีปัจจุบัน กำลังจะคล้ายกับปีใด และควรจะตัดสินใจปล่่อยน้ำหรือกักน้ำอย่างไร (กล่าวคือ นำสภาพปัจจุบันไปเทียบกับเส้นควบคุม (Rule curve) ในการประเมินสถานการณ์น้ำปัจจุบันเปรียบเทียบกับในอดีต) แล้วจะทำให้เขื่อนมีประโยชน์ที่สุด ทั้งในแง่กันน้ำท่วม และป้องกันน้ำแล้ง หากไม่ใช้กราฟเหล่านี้ควบคุม ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งจะรุนแรงมาก - - เลือกชื่อเขื่อนที่ท่านต้องการอ่านข้อมูลในอดีต: เขื่อนภูมิพล, เขื่อนสิริกิติ์, เขื่อนศรีนครินทร์, เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์, เขื่อนวชิราลงกรณ์, เขื่อนอุบลรัตน์, เขื่อนสิรินธร, เขื่อนจุฬาภรณ์


ข้อมูลสถานการณ์น้ำของลุ่มน้ำหลัก

กรมชลประทานร่วมกับสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร ได้จัดทำข้อมูลสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำหลักของประเทศ ที่ประกอบด้วยข้อมูลจากน้ำในเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำซึ่งนับว่าเป็นต้นทาง ข้อมูลจากสถานีโทรมาตรขนาดเล็ก ข้อมูลจากสถานีอุทกฯ นำมาใช้ในการบูรณาการจัดการน้ำบนระบบแผนที่ ที่เรียกว่า “ผังน้ำ” ข้อมูลที่ได้จะบอกถึงสภาพวะปกติหรือวิกฤติของปริมาณน้ำจากต้นน้ำ ปริมาณน้ำที่เคลื่อนตัวลงสู่ที่ราบต่ำตามทางน้ำ ระยะเวลาที่มวลน้ำจะเคลื่อนที่ไปถึง ผู้ที่เกี่ยวข้องสมารถนำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ และสามารถรับมือกับปัญหาได้ทันต่อเหตุการณ์

ผังน้ำตัวอย่างเป็นผังการจัดการน้ำของลุ่มเจ้าพระยาที่ผู้ใช้ข้อมูลสามารถเรียกดูข้อมูลได้ตั้งแต่ข้อมูลน้ำในเขื่อน ปริมาณน้ำในแต่ละสถานีวัดในลุ่มน้ำ ระดับน้ำและความสูงของตลิ่งในเส้นทางน้ำ และข้อมูลทางอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยาอื่นๆ ข้อมูลเป็นการสรุปรายวัน

การบูรณาการข้อมูลและการใช้ประโยชน์

ตัวอย่างการบูรณาการการใช้ข้อมูล ใช้ประโยชน์ในการทำนายเหตุการณ์ที่มีโอกาสน่าจะเป็นตามสถิติข้อมูลเดิมที่มีอยู่ และการใช้ข้อมูลอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว

ตัวอย่างการใช้ประโยชน์จากบันทึกเหตุการณ์น้ำท่วมจากสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร

เริ่มจากการใช้ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อดูกลุ่มเมฆและความชื้นที่ปกคลุมประเทศไทย แผนที่อากาศที่แสดงหย่อมความกดอากาศต่ำที่มีอิทธิพลต่อปริมาณฝนในพื้นที่ใกล้เคียง ภาพจากเรดาร์ตรวจฝนที่แสดงกลุ่มฝนและปริมาณฝนในแต่ละพื้นที่ ภาพแสดงปรมาณฝนสะสมจากข้อมูลดาวเทียมของกองทัพเรือสหรัฐ ข้อมูลปริมาณฝนจากสถานีตรวจอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ข้อมูลฝนเฉพาะพื้นที่จากระบบโทรมาตรขนาดเล็ก ข้อมูลเหล่านี้ประกอบกันให้อธิบายภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น



ทำความเข้าใจกับ Water Stress และ Water Scarcity

จากคำจำกัดความของสหประชาชาติ (UNEP และ World Bank) พื้นที่ที่จัดว่าขาดแคลนน้ำ (Water Stress) ได้แก่พื้นที่ที่มีปริมาณน้ำที่นำไปใช้ได้ต่อปีต่ำกว่า 1,700 ลบ.ม.ต่อคน และพื้นที่ใดที่ปริมาณน้ำที่นำไปใช้ได้ลดลงต่ำกว่า 1,000 ลบ.ม.ต่อคนพื้นที่นั้นจัดว่าอยู่ในภาวะ Water Scarcity เหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดในพื้นที่ที่มีความต้องการใช้น้ำมากกว่าปริมาณน้ำที่หาได้

25-waterstress-worldm.jpgภาพจาก UNEP.ORG

จากการคาดการของสหประชาชาติ ในปี 2025 ประชากรใน 54 ประเทศกว่า 4 พันล้านคนจะอยู่ในเขตที่น้ำขาดแคลนและหายาก ซึ่งจะเป็นวิกฤตการณ์ของมนุษยชาติที่จะนำมาซึ่งความยากจน ความหิวโหย สงคราม ข้อพิพาท ในและระหว่างประเทศ



ข้อมูลพยากรณ์อากาศ

ข้อมูลอากาศ ณ ปัจจุบันของประเทศจากแหล่งข้อมูลในและต่างประเทศ ข้อมูลเหล่านี้บอกสภาพอากาศและโอกาสที่จะเกิดฝน และปริมาณน้ำฝนที่มีผลต่อปริมาณน้ำของประเทศ

บริการข่าวอากาศจาก สำนักงานอุตุนิยมฯ ประเทศอังกฤษ

ข้อมูลอากาศจาก Underground Weather.com

ข้อมูลอากาศจาก BBC




รายชื่อพายุที่ก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิคตอนใต้

ข้อมูลน้ำในประเทศ

  • สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (http://www.thaiwater.net)มีข้อมูลสถานการณ์น้ำในประเทศจากหน่วยงานต่างๆทั้งในและต่างประเทศ ข้อมูลสภาพอากาศเฉพาะถิ่นจากระบบโทรมาตรขนาดเล็กที่ติดตั้งอยู่ทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังมีข้อมูลการจัดการน้ำระดับชุมชนด้วย
  • กรมชลประทาน (http://www.rid.go.th/water/http://www.kromchol.com/DailyUDQ/)ข้อมูลภาพรวมสถานการณ์น้ำและการจัดการน้ำระดับประเทศ
  • กรมทรัพยากรน้ำ (http://www.dwr.go.th/index_main.php)ข้อมูลนโยบายน้ำ คณะกรรมการลุ่มน้ำ การจัดการน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภค
  • กรมอุตุนิยมวิทยา (http://www.tmd.go.th/)ข้อมูลสภาพอากาศในประเทศ การพยากรณ์อากาศประจำวัน อุตุนิยมวิทยาการเกษตร การเตือนภัยจากสภาพอากาศ
  • ศูนย์เตือนภัยภิบัติแห่งชาติ (http://ndwc.opencare.org/)ข้อมูลเตือนภัยภิบัติจากธรรมชาติ
  • ระบบฐานข้อมูลเพื่อการบริหารจัดการน้ำของ กฟผ.(http://water.egat.co.th/)

ข้อมูลน้ำต่างประเทศ


Personal Tools
Creative Commons License
STKS Online Learning โดย http://stks.or.th/wiki อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย.