Trace: » water
This is an old revision of the document!
—-
น้ำเพื่อชีวิต
น้ำเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต...ชีวิตทุกชีวิตต้องอาศัยน้ำเพื่อดำรงชีวิต...
โลกเราเป็นดาวน้ำ มีน้ำเป็นองค์ประกอบกว่า 71% ในรูปแบบของของแข็ง ของเหลวและก๊าซ วัฏจักรของการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของน้ำเกิดขึ้นนับตั้งแต่โลกได้ถือกำเนิดมา ตลอดเวลาอันยาวนาน การเปลี่ยนแปลงสภาวะของน้ำนี้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภูมิประเทศทั่วโลก ชีวิตได้เกิดและดับไปหลายเผ่าพันธุ์ รุ่นแล้ว รุ่นเล่า น้ำยังคงวัฏจักรของมันอยู่อย่างไม่เสื่อมคลาย
จากปาฐกถาของนาย Kofi Annan อดีตเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ เรื่อง ความจำเป็นของน้ำต่อชีวิต/Water is Essential for Life คลิ๊กที่ภาพ เพื่อชมการปาฐกถา
น้ำมาจากไหน?
น้ำเป็นสารประกอบทางเคมีที่เกิดมาพร้อมกับการก่อตัวของกลุ่มดาว มีการพบหลักฐานการมีน้ำองค์ประกอบในกลุ่มดาวในระบบสุริยะ น้ำได้ถือกำเนิดมาในโลกกว่า 4.6 พันล้านปี มีทฤษฏีว่าด้วยการกำเนิดน้ำหลายทฤษฏีด้วยกัน เช่นน้ำเกิดจากปฏิกริยาการรวมตัวของก๊าซภายใต้ความกดดันสูงในช่วงที่โลกเริ่มเย็นตัวลง หรือมาจากดาวหางที่พุ่งชนโลกในอดีต
อ่านเพิ่มเติมได้จาก Origin of Water on Earth ที่ Wikipedia
องค์ประกอบของน้ำ
น้ำเป็นสารประกอบทางเคมี ประกอบด้วยไฮโดรเจน 2 อะตอมและออกซิเจน 1 อะตอม น้ำอยู่ในสถานะของเหลวที่ใส ไม่สีและไม่มีกลิ่นภายใต้สภาวะอุณหภูมิและความดันบรรยากาศปกติ น้ำมีจุดเดือดที่ 100oc (212oF) ที่ระดับน้ำทะเล
นิยามของน้ำ
น้ำมีชื่อเรียกอื่น ได้แก่ aqua, dihydrogen monoxide, hydrate, hydric acid, hydrogen hydroxide, hydrogen oxide, hydrohydroxic acid, oxidane, u-oxidodihydrogen
รูปแบบของน้ำ
- ตามสถานะรูปร่าง [ของเหลว, ของแข็ง, ก๊าซ]
- ตามความหมายทางอุตุนิยมวิทยา
- ปรากฏการณ์น้ำที่ลงมาจากฟ้า (Precipitation) ที่เป็นของเหลว ได้แก่ [ฝน, drizzle, freeze drizzle, น้ำค้าง]
- ปรากฏการณ์น้ำบนฝากฟ้าที่เป็นของแข็ง ได้แก่ [หิมะ, เกล็ดหิมะ, เกล็ดน้ำแข็ง, ฝนน้ำแข็ง, ลูกเห็บ, hoarfrost, atmospheric icing, glaze ice]
- อนภาคที่ลอยตัวในท้องฟ้า ได้แก่ [เมฆ, หมอก, ฝุ่น]
วัฏจักรของน้ำ (Hydrological Cycle)
น้ำในโลก
|
โลกมีน้ำประกอบถึงสามในสี่ส่วน อยู่ในสถานะที่แตกต่างกันเช่นเป็นน้ำแข็งในบริเวณขั้วโลกทั้งเหนือและใต้ เป็นของเหลวในทะเล มหาสมุทร แม่น้ำลำคลอง เป็นเมฆ หมอกในบรรยากาศ น้ำในโลกนี้มีความพูกพันกับการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์และสัตว์ การก่อกำเนิดวัฒนธรรม และรากฐานการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ในจณะเดียวกันมนุษย์ก็เป็นผู้ทำให้เกิดปัญหาต่อความสมดุลของธรรมชาติและวัฏจักรความเป็นไปของน้ำ จากพื้นฐานความไม่เข้าใจนี้เองที่นำไปสู่ปัญหาอันเกี่ยวกับน้ำในหลายๆภูมิภาคของโลก เข่น การตั้งถิ่นฐานในสถานที่ที่ไม่เอื้ออำนวยนำมาซึ่งสาเหตุของ น้ำท่วม ดินถล่ม น้ำเสียจากครัวเรือนและอุตสาหกรรมที่ปนเปื้อนสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ การใช้น้ำใต้ดินอย่างขาดสมดุลที่เป็นสาเหตุของแผ่นดินทรุด เป็นต้น
|
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับน้ำ
- มีน้ำอยู่ในมหาสมุทรประมาณ 97.2% หรือ 1,320,000,000 ลบ.กม.
- มีน้ำอยู่ในรูปน้ำแข็งประมาณ 1.8% หรือ 25,000,000 ลบ.กม.
- มีน้ำใต้ดิน ประมาณ 0.9% หรือ 13,000,000 ลบ.กม.
- มีน้ำจืดตามแหล่งน้ำผิวดินและแม่น้ำลำคลอง ประมาณ 0.02% หรือ 250,000 ลบ.กม.
- มีน้ำอยู่ในบรรยากาศ ประมาณ 0.001% หรือ 13,000 ลบ.กม.
ปริมาณการใช้น้ำจากภาคเกษตร อุตสาหกรรมและครัวเรือน
ภาคการเกษตรมีการใช้น้ำจืดสูงสุด ในสหรัฐอเมริกามีการใช้น้ำถึง 49% ของปริมาณน้ำจืดทั้งหมดและในจำนวนนี้ 85% ถูกใช้เพื่อผ่านระบบชลประทาน ในเอเซียและอัฟริกา ประมาณ 85-90% ของน้ำใช้ในการเกษตร
สำหรับภาคอุตสาหกรรม น้ำส่วนใหญ่จะถูกกักเก็บไว้ในเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำเพื่อนำไปใช้ในการปั่นไฟฟ้าเป็นพลังงานสำหรับภาคอุตสาหกรรม ประมาณ 20% ของน้ำที่กักเก็บจะถูกนำไปใช้
น้ำสำหรับใช้ในการอุปโภคบริโภคนั้น มีแนวโน้มว่าคนในประเทศพัฒนาบริโภาคน้ำมากกว่าคนในประเทศกำลังพัฒนา(500-800 ลิตรต่อวันเทียบกับ 60-150 ลิตรต่อวัน)
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่ www.unep.org
ภาพรวมน้ำในประเทศไทย
ประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตมรสุมที่ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และตะวันออกเฉียงเหนือ จากตำแหน่งที่ตั้งทำให้ประเทศไทยได้รับประโยชน์จากปริมาณน้ำฝนในฤดูมรสุมในแต่ละปีที่เพียงพอต่อการเกษตรที่เป็นอาชึพหลักของคนในประเทศ
จากกราฟแสดงปริมาณฝนตกเฉลี่ยในแต่ละเดือน และอุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุดและต่ำสุดในรอบหนึ่งปีของกรุงเทพมหานคร
ประเทศไทยมีปริมาณฝนรวมตลอดปีเฉลี่ย 1,580 ม.ม.แต่จากกราฟข้างบนแสดงปริมาณฝนรวมตั้งแต่ปี พ.ศ.2494 ถึงปี พ.ศ.2546 จากกรมอุตุนิยมวิทยา แสดงแนวโน้มการลดลงของปริมาณฝนอย่างต่อเนื่อง เป็นสัญญาณที่เตือนให้เราต้องเตรียมตัวรับสถานการณ์ของการขาดแคลนน้ำในอนาคต ทั้งนี้การรับมือที่ดีที่สุดคือการมีระบบการจัดการน้ำของประเทศในภาพรวมที่มีประสิทธิภาพในทางปฏิบัติ และทำความเข้าใจให้ประชาชนในทุกภาคส่วนได้ตระหนักร่วมกันว่า น้ำเป็นวาระแห่งชาติ คนที่อยู่ในลุ่มน้ำจะต้องมีหน้าที่ช่วยกันรักษาและดูแลแหล่งน้ำและมีการจัดการที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบใหญ่อย่างไร
การจัดการน้ำในประเทศไทย
ประเทศไทยมีหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับน้ำอยู่ 30 หน่วยงาน ภายใต้ 8 กระทรวงกับอีก 2 คณะกรรมการ นำมาซึ่งความซับซ้อนของนโยบายและวิถีปฏิบัติ การจัดการน้ำทั้งระบบในประเทศที่ยังไม่เป็นเอกภาพ เป็นปัญหาที่กำลังได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน รวมถึงวิธีการจัดการน้ำในรูปแบบใหม่ที่ต้องใช้ข้อมูลเดียวกันและมีการจัดการแบบองค์รวม
การขาดการบริหารจัดการในภาพรวมนี้นำมาซึ่งปัญหาข้อขัดแย้งระหว่างผู้ใช้น้ำในภาคเกษตร อุตสาหกรรม และครัวเรือน การไม่ตระหนักถึงความเป็นเจ้าของทรัพยากรอันจำกัดนี้ร่วมกันนำมาซึ่งมลพิษที่เกิดในแหล่งน้ำสาธารณะต่างๆ การทำลายสมดุลของธรรมชาติเข่นการใช้แหล่งน้ำใต้ดินโดยขาดการจัดการก่อให้เกิดปัญหาแผ่นดินทรุดหรือการลุกล้ำของน้ำเค็ม เป็นต้น ปัญหาเหล่านี้เกิดจากการจัดการ และความสมดุล ระหว่างการทำอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ กับ การทำเกษตรกรรมของประชาชนจำนวนมาก แต่มีกำลังทางเศรษฐกิจที่ต่ำกว่า
จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลจะดำเนินการให้วาระแห่งชาติเรื่องการจัดการน้ำนี้ มีทิศทางที่ชัดเจนในทางปฏิบัติ ที่จะนำไปสู่การจัดการอย่างเป็นระบบและมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนโดยเฉพาะการมีส่วนร่วมจากชุมชนที่อยู่ในสายน้ำจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นโยบายแปลงสู่การปฏิบัติได้อย่างราบรื่นและยั่งยืน
ข้อความส่วนนี้ยังไม่สมบูรณ์ ต้องการเอกสารอ้างอิง และผลการศึกษาที่เกี่ยวข้อง
การจัดการน้ำชุมชน
คนไทยมีความผูกพันกับน้ำมาตั้งแต่ในอดีต ชุมชนและราชธานีที่ก่อเกิดวัฒนธรรมล้วนแล้วแต่อยู่ติดกับแหล่งน้ำ ซึ่งหลายครั้งที่สายน้ำนั้นก็เป็นผู้ทำลายวัฒนธรรมนั้นๆหรือทำให้เกิดการอพยพย้ายถิ่นฐานของบรรพบุรุษ กว่า 80% ของประชากรในประเทศยังอาศัยอยู่ในชนบทซึ่งส่วนใหญ่ประกอบอาชีพการเกษตรที่ต้องอาศัยน้ำเป็นปัจจัยหลัก ชุมชนที่พึ่งพาน้ำนี้แบ่งได้เป็นชุมชนต้นน้ำ ชุมชนกลางน้ำ และชุมชนปลายน้ำ ตามสายน้ำที่ไหลลงสู่ทะเลใน 25 ลุ่มน้ำหลักของประเทศ เมื่อประชากรมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละลุ่มน้ำที่มีมากตามไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตั้งแต่การต้องการพื้นที่ทำมาหากินเพิ่มขึ้นส่งผลถึงการทำลายทรัพยากรธรรมชาติเช่น ป่าไม้ ซึ่งเป็นต้นน้ำที่สำคัญส่งผลกระทบถึงพื้นที่การเกษตรในสายน้ำเดียวกัน ขณะที่การขยายตัวของเมืองตามขนาดเศรษฐกิจและประชากรทำให้เกิดการใช้พื้นที่ผิดประเภทและส่งผลถึงปัญหาการจัดการน้ำทั้งระบบ จะเห็นได้ว่าปัญหาเหล่านี้นั้นมีความสัมพันธุ์ซึ่งกันและกันจากต้นน้ำถึงปลายน้ำและเป็นปัญหาที่เกิดจากตนเป็นปัจจัยหลัก
ตัวอย่างการจัดการน้ำชุมชนต่อไปนี้เป็นเพียงตัวอย่างของการเรียนรู้ของคนในชุมชนต่อการจัดการสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรของเขา แต่ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อกระบวนการเรียนรู้ในการก่อให้เกิดเครือข่ายของชุมชน ตลอดจนคุณภาพและปริมาณน้ำที่จะไหลลงสู่พื้นที่กลางและปลายน้ำต่อไปในระยะยาว
กรณีศึกษาบ้านสามขา อ.แม่ทะ จ.ลำปาง
บ้านสามขาเป็นชุมชนเล็กๆมี 157 หลังคาเรือนประชากรประมาณ 600 คน เป็นชุมชนืั้ตั้งอยู่ในหุบเขาติดกับเทือกเขาที่แบ่งเขตจังหวัดลำปางกับจังหวัดน่าน ชุมชนต้นน้ำแห่งนี้เป็นชุมชนที่อยู่ในเกณฑ์ปกติเหมือนชุมชนต้นน้ำอื่นๆในเขตภาคเหนือ เคยเป็นผู้ตัดไม้ เผาป่าเพื่อทำการเกษตร เผาป่าเพื่อล่าสัตว์และเก็บผลประโยชน์จากป่า คือเป็นผู้เก็บเกี่ยวด้านเดียวไม่เคยคิดที่จะดูแลรักษาเพราะนั่นเป็นหน้าที่ของรัฐ ป่าไม้ที่มีคุณค่าถูกเก็บเกี่ยวจนเหลือแต่ไม้ที่ไม่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจมาก และการถูกไฟป่าเผาทุกปีทำให้ป่าอยู่ในสภาพเสื่อมโทรม มีการชะล้างหน้าดินลงสู่ลำห้วยและลงสู่อ่างเก็บน้ำด้านล่างทำให้ตื่นเขินในที่สุด วัฏจักรของการทำลายนี้เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า นำมาซึ่งปริมาณฝนที่ลดลงเพราะป่าไม่มีความชื้นเพียงพอร ระบบนิเวศเปลี่ยนไป และน้ำที่ใช้เพื่อการเกษตรและบริโภคเริ่มขาดแคลน
สวทช.โดย เนคเทคและสถาบันสารสนเทศทรัพยกรน้ำและการเกษตร ร่วมกับพันธมิตรคือมูลนิธิศึกษาพัฒน์ กศน.ภาคเหนือ มูลนิธิไทยคม บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด ได้มีโอกาสได้เข้าไปร่วมเรียนรู้กับชุมชนบ้านสามขาในงานชุมชนแห่งการเรียนรู้ เป็นการผสมผสานความรู้ที่เป็นภูมิปัญญากับความรู้ภายนอก การปรับเปลี่ยนแนวคิด การลงมือปฏิบัติ เริ่มจากปัญหาความยากจน อะไรคือนิยามของความจน การหาสาเหตุของความจน โดยมี สกว.ให้การสนับสนุนงานวิจัยพื้นบ้านนี้และเป็นจุดเริ่มต้นของการมองเห็นและยอมรับภาพเดียวกันคือ สาเหตุหนึ่งของความยากจนมาจากรายได้ที่มีพอเพียงกับรายจ่าย โดยเฉพาะรายจ่ายที่เสียให้กับสิ่งที่เรียกว่าความเจริญ รายได้ที่ไม่พอส่วนใหญ่มาจากผลผลิตทางการเกษตรที่ไม่ได้ผลเต็มที่เพราะขาดน้ำ สามารถทำการเกษตรได้เพียงช่วงฤดูฝนเท่านั้น บางปียังประสบปัญหาน้ำหลากที่สร้างความเสียหายให้กับพื้นที่การเกษตรที่มีน้อยอยู่แล้วอีก เมื่อมองเห็นปัญหาก็ชวนกันคิดต่อไปว่าจะทำให้ป่ากลับมาเป็นแหล่งต้นน้ำสร้างชีวิตและรายได้ให้ยั่งยืนได้อย่างไร ก็เป็นจุดเปลี่ยนที่ชุมชนหันกลับมาเรียนรู้ในการสร้างฝายชะลอน้ำและแนวกันไฟ โดยมีศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ้องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นต้นแบบ ในกระบวนการเรียนรู้นี้ได้มีการนำแผนที่ดาวเทียมความละเอียดสูง(IKONOS)GPS เข้ามาเป็นเครื่องมือประกอบการวางแผน การทำความเข้าใจกับลักษณะภูมิประเทศ 4 ปีของการลงมือทำก่อให้เกิดฝายกว่า 3 พันฝายในป่าต้นน้ำบนดอยสูง ปี 2551 ลำธารที่เคยเหือดแห้งในหน้าแล้งยังมีน้ำไหลริน น้ำที่ลงจากเขาในหน้าฝนก็ใสไม่เป็นสีโกโก้เหมือนในอดีต
น้ำกลับมา ชีวิตกลับมา เมื่อเห็นน้ำปัญญาก็เกิด คำถามที่ไม่เคยอยากถามคือ จะปลูกอะไร กลับมาเป็นประเด็นหลักของสนทนา ป่าที่ชื้นมีไอน้ำมากขึ้นก็ช่วยดึงฝนให้มาตกในพื้นที่รับน้ำมากขึ้น ทรัพยากรจากป่า เช่น เห็ดชนิดต่างๆก็มีช่วงเวลาเก็บเกี่ยวที่นานขึ้น ผักหวานป่าที่เคยถูกไฟป่าไหม้ทุกปี ก็งอกงามแตกต้นใหม่ให้ผลผลิตที่มากกว่าเดิมเป็นทวีคูณ ผึ้งซึ่งหายจากป่าไปนานเพราะถูกรมควันจากไฟป่าก็กลับมาสร้างรังผลิตน้ำผึ้งให้เป็นอาหารและรายได้ให้ชุมชนอย่างต่อเนื่อง สัตว์ป่าอย่างหมูป่าและเก้งก็หวนหลับมาอาศัยในผืนป่าที่ผลิกฟื้นจากความตั้งใจของคนที่จะเปลี่ยนแปลง การลงมือทำเพื่อเรียนรู้ และการก้าวไปสู่ชุมชนแห่งการเรียนรู้ที่จะอยู่กับป่าด้วยความเข้าใจ อยู่กับธรรมชาติอย่างเกื้อกูล และทำประโยชน์ให้ชุมชนที่อยู่ในสายน้ำเดียวกัน นอกจากนี้การนำเศรษฐศาสตร์น้ำง่ายๆไปปรับใช้ให้ชุมชนเข้าใจถึงอุปสงค์ อุปทานน้ำ ปริมาณความต้องการน้ำเพื่อการเกษตรและการอุปโภคบริโภค การเดินทางของสายน้ำและการเตรียมทำแก้มลิง ล้วนแล้วแต่เป็นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานของชุมชนในระยะยาวด้วย
จะเห็นได้ว่าการจัดการน้ำชุมชนนั้นมีความเป็นไปได้ถ้าชุมชนและพันธมิตรของชุมชนเข้าใจในปัญหาและมองเห็นภาพเดียวกัน การเรียนรู้ด้วยกันเช่นนี้ทำให้เกิดต้นแบบที่ขยายผลไปสู่ชุมชนข้างเคียงและชุมชนอื่นในท้องที่จังหวัดลำปางเป็นเครือข่ายของการเรียนรู้ที่แท้จริง และที่สำคัญที่สุดคือเกิดจากใจ และความปราถนาของคนในชุมชนเป็นที่ตั้ง
ทำความเข้าใจกับข้อมูลน้ำ
ข้อมูลการจัดการน้ำจากสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร
สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตรเป็นหน่วยงานหนึ่งที่ทำหน้าที่ในการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับน้ำทั้งในและต่างประเทศ การประมวลผลข้อมูลและการแนะนำวิธีการจัดการน้ำทั้งระบบของประเทศ ข้อมูลประเภทต่างๆที่นำเสนอต่อไปนี้เป็นข้อมูลที่ใช้ประกอบในการจัดการน้ำของหน่วยงานหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ในที่นี้จะแนะนำการทำความเข้าใจเบื้องต้นกับข้อมูลบางชนิดที่ถูกนำมาใช้งานบ่อย เพื่อเป็นพื้นฐานในการใช้ข้อมูลบนระบบของหน่วยงานนั้นๆ
ข้อมูลจากดาวเทียมตรวจอากาศ
ชม ภาพข้อนหลังในลักษณะภาพเคลื่อนไหว (MPEG file) - ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ สามารถนำไปวิเคราะห์สภาพพายุ ความเร็วที่ศูนย์กลาง และความเร็วของการเคลื่อนตัว
เส้นทางพายุในมหาสมุทรแปซิฟิค
ข้อมูลจาก Doppler Radar
ข้อมูลจากระบบโทรมาตรขนาดเล็ก
ระบบโทรมาตรขนาดเล็กเป็นระบบที่มีต้นแบบมาจากอุปกรณ์ Telemetering ของห้องวิจัยด้าน Sensors Network ของ National Agriculture and Biotechnology Research Organization(NARO) ประเทศญี่ปุ่น ใช้ชื่อสากลว่า Field Server อุปกรณ์โทรมาตรขนาดเล็กนี้สามารถใช้ประโยชน์จาก sensors ที่ต่อกับเครื่องได้ 8-16 ชนิด ในการตรวจวัดสภาพอากาศเช่น ปริมาณน้ำฝน ความชื้นอากาศ ความกดอากาศ ความเข้มแสง ความชื้นดิน Leaf wetiness ระดับน้ำเป็นต้น ทั้งนี้ขึ้นกับการใช้งาน สามารถดูข้อมูลได้จากเครื่องหรือส่งข้อมูลผ่านระบบ GPRS ที่ใช้กับมือถือหรือเครือข่าย WiFi ตัวเครื่องใช้พลังงานไฟฟ้าหรือเซลพลังงานแสงอาทิตย์ สามารถใช้วัสดุในประเทศเป็นองค์ประกอบทำให้ต้นทุนการผลิตต่อเครื่องถูกลงและสามารถใช้งานได้ใกล้เคียงกับของที่นำเข้า อุปกรณ์โทรมาตร Field Server ของประเทศญี่ปุ่นนั้นมีการพัฒนาร่วมกับบริษัทเอกชนและติดกล้อง Web Cam ที่สามารถนำไปปรับใช้ในระบบการติดตามย้อนกลับของการผลิตทางการเกษตร หรือติดตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมได้
ระบบโทรมาตรเพื่อการติดตามสถานภาพของสภาพแวดล้อมในโครงการนี้ เรียกว่า Field Server มีการนำเข้ามาในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2546 โดยโดยห้องปฏิบัติการเครือข่ายคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง ศูนย์คอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ คณะผู้วิจัยของห้องปฏิบัติการได้เชิญ Prof.Seishi Ninomiya, Dr.Hirafuji และทีมงานจาก NARO มาจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่องการพัฒนาและการใช้ Field Server ในทวีปเอเซีย ขึ้นระหว่างวันที่ 9-14 มีนาคม พ.ศ. 2546 ถือว่าเป็นการถ่ายทอดแนวคิดและการลงมือประกอบ Field Server เครื่องแรกที่ใช้วัสดุอุปกรณ์ในประเทศทั้งหมด และเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนา Field Server ในประเทศไทย
ต่อมา ในปี พ.ศ. 2548 โครงการของเนคเทค ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็น สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (เป็นหน่วยงานใน สวทช.) และได้พัฒนาเครื่องต้นแบบไปสู่การใช้งานจริง ในปัจจุบันมีระบบโทรมาตรดังกล่าวอยู่ประมาณ 400 จุด ที่ติดตั้งกับสถานีสัญญาณของบริษัท AIS และตามจุดครวจวัดของกรมชลประทาน เป็นต้น
ข้อมูลจากระบบโทรมาตรขนาดเล็กนี้ประกอบด้วย
- ปริมาณน้ำฝน
- อุณหภูมิ
- ความเข้มแสง
- ความชื้นอากาศ
ปกติระบบจะมีการปรับปรุงข้อมูลทุกๆ 1 ชม.ยกเว้นสถานีที่มีฝนตกอุปกรณ์จะปรับการส่งข้อมูลเป็นทุกๆ 10 นาที เนื่องจากข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลประจำถิ่น (Micro Climate) จึงมีประโยชน์ในพื้นที่ที่สถานีตั้งอยู่โดยใช้ข้อมูลประกอบกับข้อมูลจากเรดาร์และข้อมูลจากดาวเทียมสำรวจสภาพอากาศ
ท่านที่สนใจ สามารถดูข้อมูลได้จาก http://www.thaiweather.net/Interpolated/ShowImg.php หรือคลิ๊ก
http://www.thaiweather.net/Interpolated/ShowImg.php
ข้อมูลสภาวะน้ำตามเขื่อนที่สำคัญของประเทศ
ข้อมูลปริมาณน้ำในเขื่อนค่างๆในประเทศมาจากแหล่งข้อมูล 2 แหล่งได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และกรมชลประทาน ข้อมูลจากทั้งสองแหล่งนี้ทำให้เห็นภาพของปริมาณน้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำสำคัญทั่วประเทศ สถานการณ์น้ำในแต่ละแห่งซึ่งมีผลต่อการจัดการน้ำทั้งระบบ
ข้อมูลจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
เป็นข้อมูลจากเขื่อนทั้ง 16 แห่ง(ภาคเหนือ 3,ภาคกลาง ตะวันตก 5,ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 6,ภาคใต้ 2)ภายใต้การดูแลของ กฟภ.ข้อมูลประกอบด้วย
- ระดับน้ำในเขื่อน
- ปริมาณน้ำในอ่างทั้งหมด
- ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่าง
- ปริมาณน้ำที่ระบายเพื่อการเกษตรและผลิตไฟฟ้า
ข้อมูลปรับปรุงทุกวัน
ข้อมูลจากกรมชลประทาน
เป็นข้อมูลจากเขื่อนและอ่างเก็บน้ำจำนวน 31 แห่งในประเทศ(ภาคเหนือ 5,ภาคกลาง ตะวันตก 5,ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 12,ภาคใต้ 4,ตะวันออก 5)ภายใต้การดูแลของกรมชลประทาน ข้อมูลประกอบด้วย
- ความจุของเขื่อน/อ่างเก็บน้ำ
- ปริมาณน้ำในอ่าง
- ปริมาณน้ำไหลลงอ่าง
- ปริมาณน้ำที่ระบายออก
ข้อมูลปริมาณน้ำของเขื่อนเหล่านี้สามารถดูเปรียบเทียบย้อนหลังได้โดยใช้ Rule curve ในการประเมินสถานการณ์น้ำปัจจุบันเปรียบเทียบกับในอดีต
ข้อมูลสถานการณ์น้ำของลุ่มน้ำหลัก
กรมชลประทานร่วมกับสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร ได้จัดทำข้อมูลสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำหลักของประเทศ ที่ประกอบด้วยข้อมูลจากน้ำในเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำซึ่งนับว่าเป็นต้นทาง ข้อมูลจากสถานีโทรมาตรขนาดเล็ก ข้อมูลจากสถานีอุทกฯ นำมาใช้ในการบูรณาการจัดการน้ำบนระบบแผนที่ ที่เรยกว่า “ผังน้ำ” ข้อมูลที่ได้จะบอกถึงสภาพวะปกติหรือวิกฤติของปริมาณน้ำจากต้นน้ำ ปริมาณน้ำที่เคลื่อนตัวลงสู่ที่ราบต่ำตามทางน้ำ ระยะเวลาที่มวลน้ำจะเคลื่อนที่ไปถึง ผู้ที่เกี่ยวข้องสมารถนำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ และสามารถรับมือกับปัญหาได้ทันต่อเหตุการณ์
ผังน้ำตัวอย่างเป็นผังการจัดการน้ำของลุ่มเจ้าพระยาที่ผู้ใช้ข้อมูลสามารถเรียกดูข้อมูลได้ตั้งแต่ข้อมูลน้ำในเขื่อน ปริมาณน้ำในแต่ละสถานีวัดในลุ่มน้ำ ระดับน้ำและความสูงของตลิ่งในเส้นทางน้ำ และข้อมูลทางอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยาอื่นๆ
การบูรณาการข้อมูลและการใช้ประโยชน์
ตัวอย่างการบูรณาการการใช้ข้อมูล ใช้ประโยชน์ในการทำนายเหตุการณ์ที่มีโอกาสน่าจะเป็นตามสถิติข้อมูลเดิมที่มีอยู่ และการใช้ข้อมูลอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว
ตัวอย่างการใช้ประโยชน์จากบันทึกเหตุการณ์น้ำท่วมจากสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร
เริ่มจากการใช้ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อดูกลุ่มเมฆและความชื้นที่ปกคลุมประเทศไทย แผนที่อากาศที่แสดงหย่อมความกดอากาศต่ำที่มีอิทธิพลต่อปริมาณฝนในพื้นที่ใกล้เคียง ภาพจากเรดาร์ตรวจฝนที่แสดงกลุ่มฝนและปริมาณฝนในแต่ละพื้นที่ ภาพแสดงปรมาณฝนสะสมจากข้อมูลดาวเทียมของกองทัพเรือสหรัฐ ข้อมูลปริมาณฝนจากสถานีตรวจอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ข้อมูลฝนเฉพาะพื้นที่จากระบบโทรมาตรขนาดเล็ก ข้อมูลเหล่านี้ประกอบกันให้อธิบายภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ทำความเข้าใจกับ Water Stress และ Water Scarcity
จากคำจำกัดความของสหประชาชาติ (UNEP และ World Bank) พื้นที่ที่จัดว่าขาดแคลนน้ำ (Water Stress) ได้แก่พื้นที่ที่มีปริมาณน้ำที่นำไปใช้ได้ต่อปีต่ำกว่า 1,700 ลบ.ม.ต่อคน และพื้นที่ใดที่ปริมาณน้ำที่นำไปใช้ได้ลดลงต่ำกว่า 1,000 ลบ.ม.ต่อคนพื้นที่นั้นจัดว่าอยู่ในภาวะ Water Scarcity เหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดในพื้นที่ที่มีความต้องการใช้น้ำมากกว่าปริมาณน้ำที่หาได้
จากการคาดการของสหประชาชาติ ในปี 2025 ประชากรใน 54 ประเทศกว่า 4 พันล้านคนจะอยู่ในเขตที่น้ำขาดแคลนและหายาก ซึ่งจะเป็นวิกฤตการณ์ของมนุษยชาติที่จะนำมาซึ่งความยากจน ความหิวโหย สงคราม ข้อพิพาท ในและระหว่างประเทศ
ข้อมูลพยากรณ์อากาศ
ข้อมูลอากาศ ณ ปัจจุบันของประเทศจากแหล่งข้อมูลในและต่างประเทศ ข้อมูลเหล่านี้บอกสภาพอากาศและโอกาสที่จะเกิดฝน และปริมาณน้ำฝนที่มีผลต่อปริมาณน้ำของประเทศ
ข้อมูลอากาศจาก Underground Weather.com
ข้อมูลอากาศจาก BBC
- An error occurred while fetching this feed: http://feeds.bbc.co.uk/weather/feeds/rss/5day/world/0088.xml
รายชื่อพายุที่ก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิคตอนใต้
ข้อมูลน้ำในประเทศ
- สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (http://www.thaiwater.net)มีข้อมูลสถานการณ์น้ำในประเทศจากหน่วยงานต่างๆทั้งในและต่างประเทศ ข้อมูลสภาพอากาศเฉพาะถิ่นจากระบบโทรมาตรขนาดเล็กที่ติดตั้งอยู่ทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังมีข้อมูลการจัดการน้ำระดับชุมชนด้วย
- กรมชลประทาน (http://www.rid.go.th/water/http://www.kromchol.com/DailyUDQ/)ข้อมูลภาพรวมสถานการณ์น้ำและการจัดการน้ำระดับประเทศ
- กรมทรัพยากรน้ำ (http://www.dwr.go.th/index_main.php)ข้อมูลนโยบายน้ำ คณะกรรมการลุ่มน้ำ การจัดการน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภค
- กรมอุตุนิยมวิทยา (http://www.tmd.go.th/)ข้อมูลสภาพอากาศในประเทศ การพยากรณ์อากาศประจำวัน อุตุนิยมวิทยาการเกษตร การเตือนภัยจากสภาพอากาศ
- ศูนย์เตือนภัยภิบัติแห่งชาติ (http://ndwc.opencare.org/)ข้อมูลเตือนภัยภิบัติจากธรรมชาติ
- ระบบฐานข้อมูลเพื่อการบริหารจัดการน้ำของ กฟผ.(http://water.egat.co.th/)





























