Trace:
Differences
This shows you the differences between the selected revision and the current version of the page.
| spreadsheet:calc-isna 2008/11/26 04:23 | spreadsheet:calc-isna 2008/11/26 04:28 current | ||
|---|---|---|---|
| Line 1: | Line 1: | ||
| > [[spreadsheet:start|กระดาษทำการ]] | > [[spreadsheet:start|กระดาษทำการ]] | ||
| - | ====== การสร้างฟอร์มข้อมูล ====== | + | ====== การแก้ไข Error #N/A ====== |
| - | Calc รองรับการสร้างแบบฟอร์มด้วยความสามารถ | + | บางครั้้งเมื่อใช้ฟังก์ชันคำนวณใดๆ อาจจะแสดง Error #NA ในเซลล์ที่การคำนวณยังไม่สมบูรณ์ดังนี้ |
| - | - กำหนดฟอร์แมตข้อมูลได้ เช่น ป้อน 1/1/08 แต่ให้แสดงผลเป็น วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2551 โดยใช้คำสั่ง Format, Cells, ... | + | {{:spreadsheet:isna01.gif|}} |
| - | - กำหนดรูปแบบการป้อนข้อมูลลักษณะต่างๆ เช่น ป้อนเฉพาะตัวเลขในช่วง เลือกข้อมูลจากช่วง โดยใช้คำสั่ง Data, Validity | + | |
| - | - ป้องกันส่วนอื่นๆ ยกเว้นพื้นที่ที่ให้ป้อน ด้วยคำสั่ง Protect cell and sheet | + | |
| + | การแก้ไข Error #N/A จะต้องใช้ฟังก์ชัน =isna() ตรวจสอบว่าในเซลล์ดังกล่าวมี Error นี้หรือไม่ ถ้ามีก็จะแสดงค่าจริง (1) แต่ถ้าไม่มีก็จะแสดงค่าเท็จ (0) ดังนั้นจึงต้องนำฟังก์ชัน =if() มาช่วยในการตรวจสอบและััจัดการใหม่ กรณีข้างต้น แสดงว่าในเซลล์อื่นๆ ยังไม่มีการป้อนรหัสทำให้ชื่อสินค้าแสดงข้อผิดพลาด #N/A จึงต้องแก้ไขโดยให้แสดงเป็นค่าว่างแทน ด้วยสูตร =IF(ISNA(VLOOKUP(B8;$J$4:$L$8;2));" ";VLOOKUP(B8;$J$4:$L$8;2)) | ||
| - | เริ่มต้นด้วยการออกแบบฟอร์มข้อมูลก่อนนะครับ เช่น | + | {{:spreadsheet:isna02.gif|}} |
| - | + | ||
| - | {{:spreadsheet:form01.gif|}} | + | |
| - | + | ||
| - | จากนั้นกำหนดรูปแบบการป้อน/แสดงผลข้อมูล | + | |
| - | + | ||
| - | 1) เซลล์ D4 เป็นส่วนป้อนวันที่ ให้เลือก D4:F4 แล้ว Merge Cell จากนั้นป้อนวันที่ในรูปแบบ dd/mm/yy แล้วกำหนดรูปแบบการแสดงผลเป็นวันที่รูปแบบเต็มภาษาไทยด้วย Format, Cells | + | |
| - | + | ||
| - | 2) ช่วง A8:A13 ป้อนลำดับของสินค้า ซึ่งเป็นตัวเลขจำนวนเต็มตั้งแต่ 1 จึงต้องกำหนด Data, Validity เป็น | + | |
| - | + | ||
| - | {{:spreadsheet:validity-01.gif|}} | + | |
| - | + | ||
| - | 3) ช่วง B8:B13 ป้อนรหัสสินค้า ควรจะให้คลิกเลือกจากสินค้าที่มีอยู่ในระบบ โดย | + | |
| - | + | ||
| - | 3.1) สร้างตารางย่อย นอกพื้นที่ฟอร์มข้อมูล แล้วป้อนข้อมูลสินค้า เพื่อเป็นคลังสินค้าตัวอย่าง | + | |
| - | + | ||
| - | {{:spreadsheet:form02.gif|}} | + | |
| - | + | ||
| - | 3.2) เลือก B8:B13 แล้วกำหนดวิธีการเลือกข้อมูลจากคลังสินค้าด้วย Data, Validity | + | |
| - | + | ||
| - | {{:spreadsheet:validity-02.gif|}} | + | |
| - | + | ||
| - | ทั้งนี้การป้อนข้อมูลในรายการนี้จะแสดงเป็น Drop Down List ดังนี้ | + | |
| - | + | ||
| - | {{:spreadsheet:form03.gif|}} | + | |
| - | + | ||
| - | 4) ข้อมูลในรายการสินค้า ไม่ควรจะป้อนซ้ำ แต่ควรตรวจสอบรหัสที่เลือกแล้วนำไปตรวจสอบในคลัง พร้อมแสดงผลอัตโนมัติด้วยฟังก์ชัน VLookUp ดังนี้ | + | |
| - | + | ||
| - | {{:spreadsheet:vlookup.gif|}} | + | |
| - | + | ||
| - | โดยมีรูปแบบคำสั่งคือ =VLOOKUP(ค่าที่จะตรวจสอบ;ช่วงข้อมูลคลังสินค้า;ลำดับคอลัมน์ที่จะนำมาแสดง) | + | |
| - | + | ||
| - | ส่วนที่เหลือก็ใช้หลักการไม่แตกต่างกันแล้วครับ ลองศึกษาดูนะครับ | + | |
| - | + | ||
| - | {{:spreadsheet:form04.gif|}} | + | |
| ---- | ---- | ||
