Trace: » calc-functions
This is an old revision of the document!
—-
ฟังก์ชันของ OpenOffice.org Calc
การคำนวณด้วยโปรแกรมกระดาษทำการ (Spreadsheet) ก็คงจะหนีไม่พ้นการใช้งานฟังก์ชันคำนวณที่โปรแกรมได้จัดเตรียม แต่อย่างไรก็ตามมีผู้ใช้หลายท่านที่ประสบปัญหาในการใช้งานฟังก์ชันเหล่านี้ ทั้งวิธีการใช้งาน รูปแบบการใช้ และการประยุกต์ใช้งาน ผู้เขียนเห็นว่าการนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับการใช้งานฟังก์ชันต่างๆ ของ OpenOffice.org Calc จึงเป็นเนื้อหาที่น่าสนใจ และจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้มากกว่าปกติ
โปรแกรม OpenOffice.org Calc แบ่งฟังก์ชันเป็นหมวดหมู่ได้ดังนี้
- หมวด Database – เป็นฟังก์ชันที่ใช้ในการจัดการบริหารข้อมูลในลักษณะฐานข้อมูล
- หมวด Date & Time – เป็นฟังก์ชันที่ใช้จัดการเกี่ยวกับวันที่ และเวลา
- หมวด Financial – เป็นฟังก์ชันจัดการด้านการเงิน
- หมวด Information – เป็นฟังก์ชันจัดการเกี่ยวกับข้อมูลต่างๆ ที่ใช้ในกระดาษทำการ เช่น ตรวจสอบประเภทข้อมูลในเซลล์ว่าเป็นค่าว่าง, ค่าอ้างอิง เป็นต้น
- หมวด Logical – เป็นฟังก์ชันตรวจสอบค่าทางตรรก การเปรียบเทียบเงื่อนไขต่างๆ
- หมวด Mathematical – เป็นฟังก์ชันควบคุมการคำนวณทางคณิตศาสตร์
- หมวด Matrix – ฟังก์ชันใช้ประมวลผลค่า Array
- หมวด Statistical – ฟังก์ชันคำนวณเกี่ยวกับค่าสถิติ
- หมวด Spreadsheet – ฟังก์ชันควบคุมกระดาษทำการ เช่น จำนวนาช่วงข้อมูลในกระดาษทำการ เป็นต้น
- หมวด Text – ฟังก์ชันจัดการเกี่ยวกับตัวอักษร เช่น เปรียบเทียบอักษร, แปลงข้อความเป็นตัวเลข เป็นต้น
- หมวด Add-in – เป็นฟังก์ชันเสริมต่างๆ ของ Calc
การคำนวณค่า
โปรแกรม OpenOffice.org Calc มีความสามารถเด่นในด้านการคำนวณ ซึ่งมีลักษณะการคำนวณ 2 รูปแบบใหญ่ๆ ได้แก่
- การคำนวณด้วยสูตร (Formula)
- การคำนวณด้วยฟังก์ชันสำเร็จรูป (Function)
การคำนวณด้วยสูตร (Formula)
- เลื่อน Cell Pointer ไปไว้ ณ เซลล์ที่ต้องการวางผลลัพธ์
- สร้างสูตรการคำนวณแล้วกดปุ่ม <Enter> โดยสูตรจะมีรูปแบบดังนี้
= ค่าที่1 เครื่องหมาย ค่าที่ 2 ...
ค่าที่ใช้ในการคำนวณ
- ค่าคงที่ เช่น 500
- ตำแหน่งเซลล์ เช่น A5 จะหมายถึงนำค่าที่ถูกเก็บไว้ในเซลล์ ณ ตำแหน่งแถวที่ 5 คอลัมน์ A มาคำนวณ
- Range name เช่น กำหนดให้ช่วง A1:A10 มีชื่อกำกับช่วงเป็น price
ลำดับความสำคัญของเครื่องหมายการคำนวณ
การคำนวณด้วยคอมพิวเตอร์ จะมีรูปแบบที่แน่นอนเฉพาะตัว โดยอาศัยลำดับความสำคัญของเครื่องหมายการคำนวณ
| ( ) | ลำดับความสำคัญอันดับ | 1 |
| ^ | ลำดับความสำคัญอันดับ | 2 |
| % | ลำดับความสำคัญอันดับ | 3 |
| * , / | ลำดับความสำคัญอันดับ | 4 |
| + , - | ลำดับความสำคัญอันดับ | 5 |
ตัวอย่างสูตรการคำนวณ
| =500*2% | หมายถึง เอา 2 หารด้วย 100 แล้วนำผลลัพธ์ไปคูณกับ 500 |
| =5+5*8 | หมายถึง เอา 5 คูณ 8 แล้วนำผลลัพธ์ไปบวกกับ 5 |
| =(5+5)*8 | หมายถึง เอา 5 บวกกับ 5 แล้วนำผลลัพธ์ไปคูณกับ 8 |
| =A2/100 | หมายถึง เอาค่าในเซลล์ A2 หารด้วย 100 |
| =A2+A3+A4+A5 | หมายถึง เอาค่าในเซลล์ A2 บวกด้วยค่าในเซลล์ A3 บวกด้วยค่าในเซลล์ A4 บวกด้วยค่าในเซลล์ A5 |
ข้อแตกต่างระหว่างสูตรการคำนวณแบบใช้ค่าคงที่ และใช้ตำแหน่งเซลล์
- สูตรแบบใช้ค่าคงที่ จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ให้อัตโนมัติ เมื่อค่าใดค่าหนึ่งเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนผลลัพธ์จะต้องไปแก้ไขที่สูตรด้วยตนเอง
- สูตรแบบใช้ตำแหน่งเซลล์ จะมีการเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ให้โดยอัตโนมัติ เมื่อค่าใดค่าหนึ่งเปลี่ยนแปลง
- สูตรหนึ่งๆ มีข้อจำกัดอยู่ 3 ประการ
- เซลล์รับสูตรได้ยาวมากที่สุด 1024 ตัวอักษร
- ในวงเล็บของสูตร เฉพาะบางสูตรซึ่งแบ่งได้ จะแยกเป็นส่วยย่อยๆได้สูงสุด 30 ส่วน แยกออกจากกันด้วยเครื่องหมาย semi colon (;) เช่น สูตร CHOOSE เป็นต้น
- ในสูตรหนึ่ง จะนำสูตรอื่นมาซ้อนกันได้ไม่เกินกว่า 7 สูตร
- การป้องกันสูตร เลือกคุณสมบัติของเซลล์ที่เก็บสูตรเป็น Hide formula แล้วป้องกันเอกสารด้วย Tools, Protect document, sheet…
ผู้เขียน
- บุญเลิศ อรุณพิบูลย์ นักวิชาการ ศูนย์บริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
