ศูนย์บริการสารสนเทศทางเทคโนโลยี

ขอเล่าเรื่องราวของ TIAC สู่กันฟังเล็กน้อย ก่อนที่จะลืมเพราะขณะนี้คือปีที่ 20 แล้ว ที่ TIAC (Technical Information Access Center: ศูนย์บริการสารสนเทศทางเทคโนโลยี) ถือกำเนิดมาในโลกสารสนเทศ ผู้เล่ามิได้เป็นผู้ให้กำเนิดที่แท้จริง (Biological mother) แต่ได้มีส่วนอุ้มชูเหมือนกับเป็น Baby sitter เท่าที่จำได้ ชื่อ TIAC-Technical Information Access Center ได้ยินครั้งแรกตอนที่ผู้เล่าทำงานอยู่ที่ ม.เกษตรศาสตร์ วันหนึ่ง ศาสตราจารย์ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ ได้กรุณาไปพบทีมงานผู้บริหารของมหาวิทยาลัย เพื่อแนะนำบริการ ซึ่งจัดว่าใหม่ในยุคนั้น คือการบริการสืบค้นฐานข้อมูลออนไลน์จากต่างประเทศ ในประเทศไทยเรามีบริการอยู่เพียง 2 เจ้า คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บริการฐานข้อมูล Dialog จากสหรัฐอเมริกา และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บริการฐานข้อมูล Agris จากเวียนนา หลังจากนั้น มีการประชุมหารือโดย STDB - Science and Technology Development Board เชิญห้องสมุดทุกมหาวิทยาลัยมาพบเพื่อเชิญให้เข้าร่วมเป็นเครือข่ายใช้บริการร่วมกัน โดย USAID รับผิดชอบงบประมาณค่าใช้จ่ายทุกอย่าง ประกอบด้วยการจัดหาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์สำหรับ TIAC และ consortium ซึ่งได้รับคอมพิวเตอร์และFax เพื่อใช้ในการสื่อสารระหว่างกัน มีการสัมมนาฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ให้ทราบวิธีการสัมภาษณ์ผู้ใช้บริการ และวิธีการสืบค้น ยุคนั้นมีคนเรียนเรื่อง online searching เพียง 2-3 คน STDB เองเพิ่งเริ่มโครงการ โดยมี Dr. Vladimir Slamecka จาก Georgia Tech เป็นที่ปรึกษา และ ดร.สุทธิพร ปทุมเทวาภิบาล เป็นผู้อำนวยการ TIAC คนแรก หลังจากประชุมแล้ว ห้องสมุดส่วนใหญ่เห็นดีเห็นงามว่า เมืองไทยน่าจะมีบริการนี้โดยเร็ว หนักใจตรงที่ว่าโครงการตั้งใจจะให้เป็นต้นแบบของบริการแบบคิดเงิน เรื่องนี้ใหม่มากและสังคมไทยยังรับไม่ได้ อย่างไรก็ดี ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้เริ่มคิดเงินแล้วและมีลูกค้าพอสมควร อาจเป็นเพราะเหตุนี้ที่ทำให้ STDB ขอยืมตัวผู้เล่าเรืองนี้ให้มาช่วยงาน เป็นการยืมตัวตามมติ ค.ร.ม. ทีม TIAC จึงส่อเค้าว่าน่าจะถือกำเนิดได้ภายในหนึ่งปี ก่อนเปิดบริการครั้งแรก เรามีการเตรียมตัวกันเล็กน้อย เริ่มจากการส่งเจ้าหน้าที่ไปอบรมที่อียิปต์

TIAC ใช้เวลา 2 ปี เตรียมงานก่อนเปิดบริการ การวางแผนการตลาดเป็นเรื่องสำคัญ และในชั้นแรกกำหนดโครงสร้างว่าจะมีตำแหน่งเจ้าหน้าที่การตลาดและเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์อย่างละ 1 คน ทว่าในการทำงานจริงแม้เราไม่สามารถจ้างนักการตลาดมืออาชีพ แต่ USAID ได้สนับสนุนโดยส่ง Dr. Andrew Cao อาจารย์จาก The American University ที่ Washington มาจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ Dr.Cao เป็นอาจารย์ที่สอนเก่งมาก การสัมมนาจัดที่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาคาร ศศภัตร ห้อง GM Hall หัวข้อการสัมมนาเริ่มตั้งแต่ ความหมายของการตลาด การตลาดสำหรับหน่วยงานที่ไม่ทำกำไร ทฤษฎีการตลาด 4Ps การศึกษาความต้องการตลาด การวิเคราะห์ตำหน่งและส่วนแบ่งของตลาด การออกแบบผลิตภัณฑ์ วงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ และการทำกรณีศึกษา ระยะเวลาที่เรียน 2 สัปดาห์ สอนเป็นภาษาอังกฤษ ผู้เรียนส่วนใหญ่คือผู้บริหารห้องสมุด ขอกล่าวชื่อบางท่านดังนี้ ดร.ม.ล.จ้อย นันทิวัชรินทร์ อาจารย์วิภา โกยสุขโข (2 ท่านนี้ล่วงลับไปแล้ว) อาจารย์ขนิษฐ ตันฑวิรัตน์ อาจารย์เอมอร ศรีนิลทา อาจารย์สมพิศ คูศรีพิทักษ์ คุณเพ็ญพร เสถียรสวัสดิ์ คุณยุพิน จันทร์เจริญสิน คุณกรรณิกา เลียงพิบูลย์ และผู้เล่า เข้าเรียนและทำหน้าที่ประสานงาน (ขณะนั้นยังไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ TIAC) ผลการสัมมนาครั้งนั้น ทำให้หน่วยงานเข้าใจพื้นฐานของ TIAC ล่วงหน้าว่า ภารกิจของเราจะไปทางใด เช่น การคิดค่าบริการ การปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์และบริการตามความเหมาะสมและความต้องการของตลาด แนวทางการประชาสัมพันธ์ ผู้บริหารห้องสมุดทุกท่านเห็นตรงกันว่า ห้องสมุดควรใช้แนวการตลาดในการวางแผนกิจกรรมเพื่อให้ทำงานได้อย่างเข้าใจความต้องการลูกค้า เราเริ่มเปลี่ยนจากการเรียกผู้ใช้บริการห้องสมุดมาเป็นลูกค้า ส่วนมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมธิราชได้ริเริ่มหลักสูตรการตลาดระบบสารนิเทศขึ้นเป็นสถาบันแรก โดยใช้แนวหลักสูตรจากพื้นฐานหัวข้อการสัมมนาครั้งนี้ และ TIAC ได้กำหนดแผนการตลาดเพื่อเตรียมการเปิดตัวที่กำหนดไว้ในปี 2533 โดย Dr. Andrew Cao ร่วมวางแผนกับ TIAC และ Dr. Slamecka ยังให้คำปรึกษาแบบทางไกลจาก Georgia Tech หลังจากนั้นเมื่อ TIAC เปิดให้บริการ มีการจัดสัมมนาการตลาดอีกโดยเชิญผู้เชี่ยวชาญจาก IDRC-Canada คุณ Barbie Keiser เป็นนักการตลาดที่เปลี่ยนอาชีพจากบรรณารักษ์ หัวข้อการสัมมนา คือเรื่อง New Products Creation and Marketing จัดที่จุฬาลงกรณ์อีกเช่นเคย เพราะวิทยากรประทับใจบริการที่พักและการต้อนรับที่อบอุ่นจากศศภัตร

สถาบันที่รับเชิญและลงนามร่วมเป็นพันธมิตรกับ TIAC เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2533 ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย/มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์/มหาวิทยาลัยเชียงใหม่/มหาวิทยาลัยมหิดล/มหาวิทยาลัยขอนแก่น/มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่/สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี/สำนักบรรณสารการพัฒนา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์/มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร/สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย/สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย/สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(ส.ม.อ.)/บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย/ศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารธุรกิจ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย/ห้องสมุด A.U.A. รวม 15 แห่ง วัตถุประสงค์ของข้อตกลงความร่วมมือ ระบุความร่วมมือระหว่างคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (กพวท.) ซึ่งเป็นองค์การที่ตั้งขึ้นในปี 2529 เพื่อส่งเสริมบทบาทของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในการเจริญเติบโตของภาคเกษตรและอุตสาหกรรมของประเทศไทย ศูนย์บริการสารสนเทศทางเทคโนโลยี เป็นส่วนงานที่เป็นองค์ประกอบของ กพวท. ทำหน้าที่กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงงานด้านสารนิเทศของประเทศไทย เปลี่ยนจากบริการแบบเก่าให้เป็นบริการอิเล็กทรอนิกส์ และกระตุ้นให้มีการพัฒนาในส่วนผู้ใช้บริการสารนิเทศในภาคอุตสาหกรรม อุดมศึกษา และภาครัฐบาล

การลงนามข้อตกลงได้กระทำระหว่าง ผู้อำนวยการ STDB (ดร.เถลิง ธำรงนาวาสวัสดิ์) และอธิการบดี ผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสหากิจ และภาคเอกชน ที่ร่วมเป็นสมาชิกเครือข่าย

ข้อตกลงระบุความร่วมมือเป็นเวลา 1 ปี ทุกหน่วยงานยังคงความร่วมมืออย่างต่อเนื่องจนปัจจุบัน แม้จะมิได้มีการลงนามต่ออายุอย่างเป็นทางการในเวลาที่ผ่านมา

Product ผลิตภัณฑ์หรือบริการแรกของ TIAC คือ ฐานข้อมูล Dialog และ BRS คือบริการฐานข้อมูลจำนวนมากโดยการสืบค้นครั้งเดียว หรือเลือกค้นที่ละฐาน หรือจับกลุ่มฐานข้อมูลที่มีเรื่องเดียวกันก็ได้ สิ่งสำคัญที่ต้องเตรียมตัว คือต้องรู้จักผลิตภัณฑ์ของเราเป็นอย่างดีว่าแต่ละฐานข้อมูลมีข้อมูลสาขาวิชาอะไร หน่วยงานใดเป็นเจ้าของ ข้อมูลครอบคลุมปีใดบ้าง ราคาสืบค้น ราคาสำหรับแต่ละรูปแบบที่สั่งพิมพ์ ส่วนวิธีการสืบค้นต้องศึกษาคู่มืออย่างละเอียด เพื่อให้รู้จักโครงสร้างฐานข้อมูล และคู่มือ Subject Descriptors ทุกสาขาวิชา เพื่อให้ใช้เวลาน้อยที่สุดและได้รับข้อมูลครบถูกต้อง ดังนั้นเจ้าหน้าที่ของ TIAC จึงกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญการสืบค้นฐานข้อมูลออนไลน์ระดับประเทศโดยปริยาย และไม่มีคู่แข่งจนถึงทุกวันนี้ และทำให้เรามีพื้นความรู้เรื่องการพัฒนาฐานข้อมูลไทยด้วยมาตรฐานสากล เมื่อขยายงานสู่การทำฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย รวมทั้งการศึกษา search engine ภาษาไทยจากฐาน BRS



Personal Tools
Creative Commons License
STKS Online Learning โดย http://stks.or.th/wiki อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย.