This is an old revision of the document!
—-

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พ.ศ. 2534 ซึ่งมีผลบังคับใช้วันที่ 30 ธันวาคม 2534 จึงอาจกล่าวได้ว่าได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2535 เป็นต้นมา ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (กวทช.) อย่างไรก็ตามในการจัดตั้ง สวทช. นั้นเป็นการรวม 4 หน่วยงานที่มีอยู่เข้าด้วยกัน โดยทั้ง 4 หน่วยงานได้เริ่มดำเนินการมาก่อนหน้าแล้ว ดังนี้

  • พ.ศ. 2526 ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ​
  • พ.ศ. 2528 โครงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนา
  • พ.ศ. 2529 ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ
  • พ.ศ. 2529 ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ

ตามหลักการและเหตุผลท้ายพระราชบัญญัติพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พ.ศ. 2534 ระบุไว้ชัดเจนถึงมูลเหตุการจัดตั้ง สวทช. ว่า

“การที่รัฐบาลจะนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาประเทศอย่างมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพ จำเป็นต้อง เพิ่มสมรรถนะทางวิศวกรรมและสมรรถนะทางเทคโนโลยีอื่นๆ ตลอดจนการบริการทางเทคโนโลยีด้านต่างๆ ไปพร้อมกันด้วย จึงจะสามารถนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้ปรับปรุงและพัฒนาการผลิต การบริการ และกิจกรรมต่อเนื่องต่างๆ ทั้งทางอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม รวมทั้งช่วยให้ภาคการผลิตสามารถรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพดังนั้นการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต้องครอบคลุมกิจกรรมหลายประเภทและต้องอาศัยทุนจำนวนมากทั้งจากภาครัฐบาลและจากแหล่งทุนอื่นทั้งภายในและต่างประเทศด้วย การระดมทุนและการบริหารทุนเพื่อดำเนินกิจกรรมต่างๆ สำหรับพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนี้ต้องใช้ความชำนาญพิเศษ ไม่อาจอาศัยองค์กรทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีอยู่แล้ว แต่จำเป็นต้องมีองค์กรที่มีความเป็นอิสระ และความคล่องตัวสูง โดยไม่ผูกพันไว้กับกฎระเบียบการปฏิบัติและข้อบังคับปกติของราชการและรัฐวิสาหกิจ และเป็นองค์กรที่ประกอบด้วยบุคลากรที่มีความชำนาญในการปฏิบัติภารกิจต่างๆ ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระหว่างภาครัฐบาลและภาคเอกชนให้บรรลุประโยชน์ร่วมสูงสุดต่อการพัฒนาประเทศ การส่งเสริมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในภาครัฐบาลและภาคเอกชน และการจัดตั้งกองทุนนี้จะครอบคลุมถึงการจัดตั้งศูนย์แห่งชาติเพื่อพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเฉพาะสาขา และการจัดตั้งองค์กรพิเศษอื่น เพื่อพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเฉพาะด้านด้วย”

อาคาร สวทช. ที่ถนนโยธี

อาคาร สวทช. ที่อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย

สวทช​. ​มุ่งผลักดัน​ให้​ประ​เทศไทยแข็งแกร่ง​และ​เจริญรุ่งเรืองบนเวที​เศรษฐกิจระดับโลก​ ​โดย​การนำ​ความ​สามารถ​อันเหนือชั้นด้านวิทยาศาสตร์​และ​เทคโนโลยีมา​ช่วย​ให้​ภาคการเกษตร​และ​ภาคอุตสาหกรรม​สามารถ​ดำ​เนินงาน​ได้​ดี​ ​มีประสิทธิภาพสูงขึ้น​ ​ซึ่ง​ ​สวทช​. ​ได้​ดำ​เนินงานผ่านการทำ​งานร่วม​กัน​ของศูนย์​ทั้ง​ 5 ​ศูนย์​ ​ได้​แก่

  • ศูนย์พันธุวิศวกรรม​และ​เทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ​ (BIOTEC)มุ่งพัฒนางานด้านเทคโนโลยีชีวภาพ
  • ศูนย์​เทคโนโลยี​โลหะ​และ​วัสดุ​แห่งชาติ​ (MTEC) มุ่งพัฒนางานด้านเทคโนโลยีที่​เกี่ยวข้อง​กับ​วัสดุต่างๆ​
  • ศูนย์​เทคโนโลยีอิ​เล็ก​ทรอนิกส์​และ​คอมพิวเตอร์​แห่งชาติ​ (NECTEC) มุ่งพัฒนางานด้านอิ​เล็ก​ทรอนิกส์​และ​เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
  • ศูนย์นา​โนเทคโนโลยี​แห่งชาติ​ (NANOTEC) มุ่งพัฒนางานด้านนา​โนเทคโนโลยี
  • ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี​ (TMC) ​มุ่ง​ให้​ความ​ช่วย​เหลือนักวิจัย​และ​บริษัทต่างๆ​ ​ใน​การนำ​ผลงานการ​ ​ค้น​พบ​และ​เทคโนโลยีต่างๆ​ ​มา​ใช้​ประ​โยชน์​ใน​เชิงพาณิชย์​

NSTDA

​การที่ประ​เทศของเรา​จะ​เจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืน​ได้​นั้น​ ​ขึ้น​อยู่​กับ​ความ​สามารถ​ของประ​เทศเรา​ใน​การผลิตงาน​ให้​ได้​ดีกว่าประ​เทศ​อื่นๆ​ ​และ​ความ​มั่งคั่งของประ​เทศ​จะ​เกิดขึ้น​ได้​กับ​คนไทย​ ​หากเรา​จะ​มุ่งพัฒนาประ​เทศสู่​ ‘​เศรษฐกิจฐาน​ความ​รู้​’ ​นั่นหมาย​ถึง​ ​ประ​เทศเรา​ต้อง​ไม่​เพียงรับงานประกอบชิ้น​ส่วน​ ​หรือ​ไม่​เพียงแต่ผลิตสินค้าตามแบบที่คน​อื่น​คิด​ไว้​แล้ว​ ​เพราะ​อย่างไรก็​จะ​มีคน​อื่น​ที่ผลิต​ได้​ถูกกว่า​ ​ดัง​นั้น​ ​เราจำ​เป็น​ต้อง​สร้างสรรค์​ ​และ​วิจัยพัฒนา​เทคโนโลยีของเรา​เอง​ ​อีก​ทั้ง​หาวิธีการสร้างมูลค่า​เพิ่ม​จาก​สิ่งที่มี​อยู่​แล้ว​ ​ถ้า​เรา​ไม่​สามารถ​พัฒนาตนเอง​ใน​ด้านนี้​ได้​แล้ว​ ​สิ่งที่​แต่ละคนทำ​จะ​มีมูลค่าน้อย​ ​และ​จะ​บั่นทอน​ความ​ก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของชาติอีก​ด้วย

สวทช​. ​จึง​ได้​สร้างเครือข่าย​ความ​ร่วมมือ​กับ​ส่วน​ราชการ​ ​เอกชน​ ​และ​สถาบันการศึกษา​ เพื่อเชื่อมโยง​ให้​นักวิทยาศาสตร์​ไทย​ได้​ทำ​งาน​กัน​อย่าง​ใกล้​ชิด​ ​และ​เข้า​ถึง​ความ​ต้อง​การของ​ทั้ง​ภาคการเกษตร​และ​ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ​ไม่​ว่า​จะ​เป็น​อุตสาหกรรมยานยนต์​ ​คอมพิวเตอร์​ ​อิ​เล็ก​ทรอนิกส์​ ​การแพทย์​ ​สิ่งทอ​ ​การประมง​ ​และ​อื่นๆ​ ​ทั้ง​นี้​เพื่อ​ให้​ประ​เทศไทยก้าวสู่การ​เป็น​ผู้​คิด​ค้น​เทคโนโลยี​ ​เกิดการสร้างนวัตกรรม​และ​เทคโนโลยีที่​สามารถ​ตอบโจทย์​ความ​ต้อง​การของอุตสาหกรรม​ ​และ​เพิ่มขีด​ความ​สามารถ​ใน​การแข่งขันของประ​เทศบนเวทีการค้า​โลก​ได้



Personal Tools
Creative Commons License
STKS Online Learning โดย http://stks.or.th/wiki อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย.