Differences

This shows you the differences between the selected revision and the current version of the page.


metadata:important 2009/05/27 15:20 metadata:important 2010/11/18 09:17 current
Line 13: Line 13:
      * The InterPARES Project (International Research  on  Permanent Authentic Records in Electronic Systems)  เป็นโครงการศึกษาของ [[http://www.slais.ubc.ca/|School of Library Archival and Information Studies]] แห่งมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบีย ศึกษาโดยใช้ความน่าเชื่อถือและความเป็นจริงของระเบียนอิเล็กทรอนิกส์มาวิเคราะห์องค์ประกอบรูปแบบของเอกสารโดยมีแผ่นแบบเป็นตัวบ่งชี้ลักษณะเฉพาะของระเบียนนั้นว่าถูกเปลี่ยนไปเมื่อใดและด้วยวิธีการใด และมีการสร้างขึ้นมาใหม่ด้วยรูปแบบใด  ซึ่งจะทำให้ทราบถึงอดีต ปัจจุบัน วิธีการ รูปแบบ และการนำไปใช้       * The InterPARES Project (International Research  on  Permanent Authentic Records in Electronic Systems)  เป็นโครงการศึกษาของ [[http://www.slais.ubc.ca/|School of Library Archival and Information Studies]] แห่งมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบีย ศึกษาโดยใช้ความน่าเชื่อถือและความเป็นจริงของระเบียนอิเล็กทรอนิกส์มาวิเคราะห์องค์ประกอบรูปแบบของเอกสารโดยมีแผ่นแบบเป็นตัวบ่งชี้ลักษณะเฉพาะของระเบียนนั้นว่าถูกเปลี่ยนไปเมื่อใดและด้วยวิธีการใด และมีการสร้างขึ้นมาใหม่ด้วยรูปแบบใด  ซึ่งจะทำให้ทราบถึงอดีต ปัจจุบัน วิธีการ รูปแบบ และการนำไปใช้
      * Australian Recording Metadata Standards เป็นโครงการศึกษาของ [[http://www.infotech.monash.edu.au/|School of Information Management and Systems แห่งมหาวิทยาลัยโมนาซ]]  ได้พัฒนา [[http://www.infotech.monash.edu.au/research/groups/rcrg/publications/adcs.html|Australian Recording Metadata Schema (RKMS)]] โดยกำหนดและจัดทำเป็นมาตรฐานสำหรับเมทาดาทาของ Recordkeeping เพื่อใช้จัดการกับระเบียนที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นดิจิทัลโดยนำเอามาตรฐานการลงเมทาดาทาที่เป็นมาตรฐานทั่วๆไป เช่น [[http://dublincore.org/|Dublin Core]] และ [[http://www.naa.gov.au/records-management/create-capture-describe/describe/AGLS/index.aspx|Australian Government Locator Service (AGLS) scheme]] มาเป็นองค์ประกอบ  พื้นฐานของระบบ       * Australian Recording Metadata Standards เป็นโครงการศึกษาของ [[http://www.infotech.monash.edu.au/|School of Information Management and Systems แห่งมหาวิทยาลัยโมนาซ]]  ได้พัฒนา [[http://www.infotech.monash.edu.au/research/groups/rcrg/publications/adcs.html|Australian Recording Metadata Schema (RKMS)]] โดยกำหนดและจัดทำเป็นมาตรฐานสำหรับเมทาดาทาของ Recordkeeping เพื่อใช้จัดการกับระเบียนที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นดิจิทัลโดยนำเอามาตรฐานการลงเมทาดาทาที่เป็นมาตรฐานทั่วๆไป เช่น [[http://dublincore.org/|Dublin Core]] และ [[http://www.naa.gov.au/records-management/create-capture-describe/describe/AGLS/index.aspx|Australian Government Locator Service (AGLS) scheme]] มาเป็นองค์ประกอบ  พื้นฐานของระบบ
-    - โครงการของ [[http://en.wikipedia.org/wiki/Open_Archival_Information_System|OAIS]]  ในบรรดาโครงการเพื่อกำหนดมาตรฐานสำหรับการจัดสร้าง บำรุงรักษาบันทึกถาวร โครงการ [[http://en.wikipedia.org/wiki/Open_Archival_Information_System|OAIS]] หรือที่เรียกว่า Reference Model for an Open Archival Information System นับเป็นหนึ่งโครงการที่ได้รับความสนใจมาก แม้แต่ ISO ซึ่งเป็นหน่วยงานมาตรฐานระดับโลก ก็ได้เริ่มดำเนินการเพื่อยกร่างให้ [[http://en.wikipedia.org/wiki/Open_Archival_Information_System|OAIS]] เป็นมาตรฐานระดับโลก  ทั้งที่โครงการนี้ถือกำเนิดนอกวงการห้องสมุดและหน่วยงานทางด้านบันทึกถาวรทั้งหลายของโลก  โดยโครงการนี้เกิดจากความจำเป็นในการเก็บรักษาข้อมูลที่ได้จากการสำรวจอวกาศ  ซึ่งมีปริมาณมหาศาล  และเนื่องจากเป็นโครงการที่ถือกำเนิดจากกลุ่มงานวิศวกรรม เป็นคณะกรรมการที่จัดตั้งโดยฝ่ายอำนวยการของสมาพันธ์หน่วยงานด้านอวกาศของโลกจำนวน 10 หน่วยงาน ซึ่งสมาพันธ์นี้มีหน่วยงานที่เป็นผู้สังเกตการณ์มีจำนวนสมาชิกถึง 23 หน่วยงาน  มาตรฐานหรือแนวทางที่ออกมาจึงมีระเบียบและแผนแบบที่ชัดเจนเป็นขั้นตอน  มีคู่มือที่เรียกว่า Red Book ที่มีรูปแบบตามแนวทางของการกำหนดมาตรฐานสำคัญของโลก  ทำให้สะดวกต่อการทำความเข้าใจและถือปฏิบัติ ดังจะเห็นได้จากการถูกนำไปปรับใช้ในการกำหนดเมทาดาทาสำหรับข้อมูลดิจิทัลของโครงการศึกษาหลายโครงการ  เช่น The Cedars Project และ The NEDLIB Project  +    - โครงการของ [[http://en.wikipedia.org/wiki/Open_Archival_Information_System|OAIS]]  ในบรรดาโครงการเพื่อกำหนดมาตรฐานสำหรับการจัดสร้าง บำรุงรักษาบันทึกถาวร โครงการ [[http://en.wikipedia.org/wiki/Open_Archival_Information_System|OAIS]] หรือที่เรียกว่า [[http://en.wikipedia.org/wiki/Open_Archival_Information_System|Reference Model for an Open Archival Information System]] นับเป็นหนึ่งโครงการที่ได้รับความสนใจมาก แม้แต่ [[http://www.iso.org/iso/home.htm|ISO]] ซึ่งเป็นหน่วยงานมาตรฐานระดับโลก ก็ได้เริ่มดำเนินการเพื่อยกร่างให้ [[http://en.wikipedia.org/wiki/Open_Archival_Information_System|OAIS]] เป็นมาตรฐานระดับโลก  ทั้งที่โครงการนี้ถือกำเนิดนอกวงการห้องสมุดและหน่วยงานทางด้านบันทึกถาวรทั้งหลายของโลก  โดยโครงการนี้เกิดจากความจำเป็นในการเก็บรักษาข้อมูลที่ได้จากการสำรวจอวกาศ  ซึ่งมีปริมาณมหาศาล  และเนื่องจากเป็นโครงการที่ถือกำเนิดจากกลุ่มงานวิศวกรรม เป็นคณะกรรมการที่จัดตั้งโดยฝ่ายอำนวยการของสมาพันธ์หน่วยงานด้านอวกาศของโลกจำนวน 10 หน่วยงาน ซึ่งสมาพันธ์นี้มีหน่วยงานที่เป็นผู้สังเกตการณ์มีจำนวนสมาชิกถึง 23 หน่วยงาน  มาตรฐานหรือแนวทางที่ออกมาจึงมีระเบียบและแผนแบบที่ชัดเจนเป็นขั้นตอน  มีคู่มือที่เรียกว่า Red Book ที่มีรูปแบบตามแนวทางของการกำหนดมาตรฐานสำคัญของโลก  ทำให้สะดวกต่อการทำความเข้าใจและถือปฏิบัติ ดังจะเห็นได้จากการถูกนำไปปรับใช้ในการกำหนดเมทาดาทาสำหรับข้อมูลดิจิทัลของโครงการศึกษาหลายโครงการ  เช่น [[http://www.ukoln.ac.uk/services/elib/projects/cedars/|The Cedars Project]] และ [[http://nedlib.kb.nl/|The NEDLIB Project]]
    - โครงการของวงการห้องสมุด  ในวงการห้องสมุดมีความตระหนักถึงการบำรุงรักษาข้อมูลดิจิทัลเพื่อเป็นการถาวรด้วยเช่นเดียวกัน ได้มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการลงเมทาดาทาสำหรับการบำรุงรักษาโดยหอสมุดแห่งชาติและหน่วยงานการศึกษาอีกหลายโครงการ  ได้แก่     - โครงการของวงการห้องสมุด  ในวงการห้องสมุดมีความตระหนักถึงการบำรุงรักษาข้อมูลดิจิทัลเพื่อเป็นการถาวรด้วยเช่นเดียวกัน ได้มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการลงเมทาดาทาสำหรับการบำรุงรักษาโดยหอสมุดแห่งชาติและหน่วยงานการศึกษาอีกหลายโครงการ  ได้แก่
-      * PANDORA  เป็นโครงการศึกษาวิจัยการลงเมทาดาทาสำหรับการบันทึกถาวรของหอสมุดแห่งชาติออสเตรเลีย (The National Library of Australia)โดยเริ่มศึกษาตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1996  ระบบ PANDORA (Preserving and Accessing Networked Documentary Resources of Australia) อาศัยการจัดเก็บและการจัดการด้วยระบบห้องสมุด รวมทั้งมีการจัดระบบ PURLs (Persistent Uniform Resource Identifiers) มาใช้ในการบ่งชี้แต่ละรายการ ในการศึกษาครั้งนี้ได้พัฒนาข้อกำหนดภายใต้ชื่อ “Preservation Metadata for Digital Collections” โดยพิมพ์ฉบับร่างออกมาในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1999 ซึ่งได้กำหนดข้อมูลที่ระบบการจัดเก็บด้วยดิจิทัลสามารถนำไปใช้เพื่อจัดการและบำรุงรักษาข้อมูลดิจิทัล ประกอบด้วย 25 องค์ประกอบ แต่ไม่ได้มีการกล่าวถึงกลยุทธ์ทางเทคโนโลยีที่จำเป็นในการประยุกต์ใช้กับการบำรุงรักษา เช่น การย้ายข้อมูล และการจำลอง (Simulation)ของเทคโนโลยีการจัดเก็บ +      * [[http://pandora.nla.gov.au/|PANDORA]] เป็นโครงการศึกษาวิจัยการลงเมทาดาทาสำหรับการบันทึกถาวรของหอสมุดแห่งชาติออสเตรเลีย (The National Library of Australia)โดยเริ่มศึกษาตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1996  ระบบ [[http://pandora.nla.gov.au/|PANDORA (Preserving and Accessing Networked Documentary Resources of Australia)]] อาศัยการจัดเก็บและการจัดการด้วยระบบห้องสมุด รวมทั้งมีการจัดระบบ PURLs (Persistent Uniform Resource Identifiers) มาใช้ในการบ่งชี้แต่ละรายการ ในการศึกษาครั้งนี้ได้พัฒนาข้อกำหนดภายใต้ชื่อ “Preservation Metadata for Digital Collections” โดยพิมพ์ฉบับร่างออกมาในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1999 ซึ่งได้กำหนดข้อมูลที่ระบบการจัดเก็บด้วยดิจิทัลสามารถนำไปใช้เพื่อจัดการและบำรุงรักษาข้อมูลดิจิทัล ประกอบด้วย 25 องค์ประกอบ แต่ไม่ได้มีการกล่าวถึงกลยุทธ์ทางเทคโนโลยีที่จำเป็นในการประยุกต์ใช้กับการบำรุงรักษา เช่น การย้ายข้อมูล และการจำลอง (Simulation)ของเทคโนโลยีการจัดเก็บ 
-      * The Cedars Project ดำเนินการโดย The Consortium of University Research Libraries (CURL) โดยมีวัตถุประสงค์ในการศึกษาเพื่อกล่าวถึงกลยุทธ์ รวมทั้งวิธีการและข้อปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการบำรุงรักษาข้อมูลดิจิทัล ซึ่งมี 3 ประการ ได้แก่ กลยุทธ์และเทคนิคในการบำรุงรักษาข้อมูลดิจิทัล  การพัฒนาข้อมูลและสิทธิในการจัดการข้อมูล และประการสุดท้ายคือการกำหนดเมทาดาทาทั้งนี้ได้จัดทำข้อกำหนดในการลงเมทาดาทาฉบับร่างซึ่งมีโครงสร้างจากโครงการของ OAIS +      * [[http://www.ukoln.ac.uk/services/elib/projects/cedars/|The Cedars Project]] ดำเนินการโดย [[http://www.lights.ca/hytelnet/uk1/uk132.html|The Consortium of University Research Libraries (CURL)]] โดยมีวัตถุประสงค์ในการศึกษาเพื่อกล่าวถึงกลยุทธ์ รวมทั้งวิธีการและข้อปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการบำรุงรักษาข้อมูลดิจิทัล ซึ่งมี 3 ประการ ได้แก่ กลยุทธ์และเทคนิคในการบำรุงรักษาข้อมูลดิจิทัล  การพัฒนาข้อมูลและสิทธิในการจัดการข้อมูล และประการสุดท้ายคือการกำหนดเมทาดาทาทั้งนี้ได้จัดทำข้อกำหนดในการลงเมทาดาทาฉบับร่างซึ่งมีโครงสร้างจากโครงการของ OAIS
      * The NEDLIB Project (Networked European Deposit Library) เป็นความร่วมมือระหว่างหอสมุดแห่งชาติ สำนักพิมพ์ หน่วยงานทางเทคโนโลยีสารสนเทศและหอจดหมายเหตุแห่งชาติของกลุ่มประเทศในยุโรป โดยเริ่มศึกษาตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1998 – 2000 โครงการนี้ได้พัฒนาระบบการจัดเก็บสิ่งพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ Deposit System for Electronic Publications (DSEP) ซึ่งมีพื้นฐานมาจาก OAIS เช่นเดียวกับโครงการของ Cedars และมีการกำหนดองค์ประกอบในการลงเมทาดาทาที่จำเป็นในการจัดการการบำรุงรักษาเอาไว้ 18 องค์ประกอบหลักและ 38 องค์ประกอบย่อย ซึ่งรวมถึงปัญหาเรื่องความล้าสมัยของเทคโนโลยีแต่จะไม่มีการลงเมทาดาทาในเรื่องการพรรณนาข้อมูลการบริหารงาน หรือทางด้านกฎหมาย       * The NEDLIB Project (Networked European Deposit Library) เป็นความร่วมมือระหว่างหอสมุดแห่งชาติ สำนักพิมพ์ หน่วยงานทางเทคโนโลยีสารสนเทศและหอจดหมายเหตุแห่งชาติของกลุ่มประเทศในยุโรป โดยเริ่มศึกษาตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1998 – 2000 โครงการนี้ได้พัฒนาระบบการจัดเก็บสิ่งพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ Deposit System for Electronic Publications (DSEP) ซึ่งมีพื้นฐานมาจาก OAIS เช่นเดียวกับโครงการของ Cedars และมีการกำหนดองค์ประกอบในการลงเมทาดาทาที่จำเป็นในการจัดการการบำรุงรักษาเอาไว้ 18 องค์ประกอบหลักและ 38 องค์ประกอบย่อย ซึ่งรวมถึงปัญหาเรื่องความล้าสมัยของเทคโนโลยีแต่จะไม่มีการลงเมทาดาทาในเรื่องการพรรณนาข้อมูลการบริหารงาน หรือทางด้านกฎหมาย
      * The OCLC/RLG Working Group on Preservation Metadata เป็นโครงการศึกษาที่  เกิดจากความร่วมมือระหว่าง OCLC Online Computer Library Center และ The Research Libraries Group  ของกลุ่มห้องสมุดในรัฐโอไฮโอแห่งสหรัฐอเมริกา โดยมีแนวความคิดที่ว่าส่วนประกอบที่สำคัญของการสร้างและจัดการทรัพยากรที่เป็นดิจิตอลคือการทำให้เกิดความมั่นใจในสารสนเทศที่จำเป็นต่อการใช้งานต่อไปว่าได้รับการสงวนรักษาในสภาพที่สามารถเข้าถึงเพื่อใช้ประโยชน์ได้ คณะทำงานชุดนี้จึงได้ร่วมกันศึกษาเมื่อพฤษภาคม ปี ค.ศ. 1997 โดยถูกขอให้ศึกษาการพรรณนาข้อมูลที่ควรเกี่ยวข้องกับแฟ้มดิจิทัลที่ได้รับการสงวนรักษา แต่ในการศึกษาครั้งนี้จำกัดเฉพาะแฟ้มข้อมูลภาพดิจิทัล (Digital image files) เท่านั้น โดยได้กำหนดองค์ประกอบของเมทาดาทาไว้ 16 รายการ       * The OCLC/RLG Working Group on Preservation Metadata เป็นโครงการศึกษาที่  เกิดจากความร่วมมือระหว่าง OCLC Online Computer Library Center และ The Research Libraries Group  ของกลุ่มห้องสมุดในรัฐโอไฮโอแห่งสหรัฐอเมริกา โดยมีแนวความคิดที่ว่าส่วนประกอบที่สำคัญของการสร้างและจัดการทรัพยากรที่เป็นดิจิตอลคือการทำให้เกิดความมั่นใจในสารสนเทศที่จำเป็นต่อการใช้งานต่อไปว่าได้รับการสงวนรักษาในสภาพที่สามารถเข้าถึงเพื่อใช้ประโยชน์ได้ คณะทำงานชุดนี้จึงได้ร่วมกันศึกษาเมื่อพฤษภาคม ปี ค.ศ. 1997 โดยถูกขอให้ศึกษาการพรรณนาข้อมูลที่ควรเกี่ยวข้องกับแฟ้มดิจิทัลที่ได้รับการสงวนรักษา แต่ในการศึกษาครั้งนี้จำกัดเฉพาะแฟ้มข้อมูลภาพดิจิทัล (Digital image files) เท่านั้น โดยได้กำหนดองค์ประกอบของเมทาดาทาไว้ 16 รายการ

Personal Tools
Creative Commons License
STKS Online Learning โดย http://stks.or.th/wiki อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย.