Trace:
Differences
This shows you the differences between the selected revision and the current version of the page.
| metadata:dublincore 2009/05/20 09:37 | metadata:dublincore 2010/11/18 09:39 current | ||
|---|---|---|---|
| Line 13: | Line 13: | ||
| การออกแบบต้นแบบดับลินคอร์ สามารถทำได้หลากหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับองค์ความรู้ ประสบการณ์ และรูปแบบของโปรแกรมเมอร์ ถ้าออกแบบเป็นมาตรฐานเดียวกัน แต่แฟ้มข้อมูลไม่เหมือนกันก็สามารถแลกเปลี่ยนกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ | การออกแบบต้นแบบดับลินคอร์ สามารถทำได้หลากหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับองค์ความรู้ ประสบการณ์ และรูปแบบของโปรแกรมเมอร์ ถ้าออกแบบเป็นมาตรฐานเดียวกัน แต่แฟ้มข้อมูลไม่เหมือนกันก็สามารถแลกเปลี่ยนกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ | ||
| ดับลินคอร์เมทาดาทาได้รับความสนใจเป็นอย่างมากตั้งแต่ที่ดับลินคอร์เมทาดาทาได้ ISO 15836 ประชาคมห้องสมุดยอมรับดับลินคอร์เมทาดาทาเป็นทางเลือกเพื่อสร้างฐานข้อมูลของตนเอง (Local content) ขณะที่บรรณารักษ์วิเคราะห์ทรัพยากรสารสนเทศ บางคน ตั้งคำถามว่า ถ้ามีการใช้ดับลินคอร์เมทาดาทา จะเป็นการเข้ามาแทนที่การลงรายการแบบมาร์ก(Machine Readable Cataloging)หรือไม่ทั้งนี้ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา (2545-2547) ประชาคมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเริ่มตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์และตัวอย่างของการประยุกต์ใช้ดับลินคอร์เมทาดาทา ตลอดจนความสอดคล้องและกลมกลืนของการใช้ดับลินคอร์เมทาดาทากับการรวมฐานข้อมูลต่างๆ ที่ต้องการเข้าด้วยกัน | ดับลินคอร์เมทาดาทาได้รับความสนใจเป็นอย่างมากตั้งแต่ที่ดับลินคอร์เมทาดาทาได้ ISO 15836 ประชาคมห้องสมุดยอมรับดับลินคอร์เมทาดาทาเป็นทางเลือกเพื่อสร้างฐานข้อมูลของตนเอง (Local content) ขณะที่บรรณารักษ์วิเคราะห์ทรัพยากรสารสนเทศ บางคน ตั้งคำถามว่า ถ้ามีการใช้ดับลินคอร์เมทาดาทา จะเป็นการเข้ามาแทนที่การลงรายการแบบมาร์ก(Machine Readable Cataloging)หรือไม่ทั้งนี้ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา (2545-2547) ประชาคมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเริ่มตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์และตัวอย่างของการประยุกต์ใช้ดับลินคอร์เมทาดาทา ตลอดจนความสอดคล้องและกลมกลืนของการใช้ดับลินคอร์เมทาดาทากับการรวมฐานข้อมูลต่างๆ ที่ต้องการเข้าด้วยกัน | ||
| + | ปัจจุบันดับลินคอร์เมทาดาทาเป็นที่กล่าวถึงอย่างกว้างขวางและเป็นที่ต้องการต่อสาธารณชน ซึ่งต้องการเรียนรู้ว่าดับลินคอร์เมทาดาทาสามารถนำมาใช้ในบริบทที่ต่างกันได้อย่างไร เช่น รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (E-government) การพัฒนาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-book)และวารสารอิเล็กทรอนิกส์ (E-journal)สำหรับห้องสมุดดิจิทัล พิพิธภัณฑ์เสมือน(E-museum)อีเลิร์นนิง(E-learning) และการจัดการองค์ความรู้ (Knowledge Management : KM) การฝึกอบรมขั้นสูงมีแผนเพื่อให้ความรู้แก่ทุกกลุ่มทั้งในภาครัฐและเอกชนเพื่อเตรียมความพร้อมเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการใช้ดับลินคอร์เมทาดาทา ตัวขยาย และการใช้เขตข้อมูล (Element) บางเขตข้อมูลโดยเฉพาะ เช่น คำศัพท์เฉพาะกลุ่ม (Local keyword)และอนุกรมวิธาน (Taxonomy) ของหน่วยงาน โดยเฉพาะการสร้างศัพท์หลากหลายภาษา | ||
| + | ===== รายชื่อฐานข้อมูลไทยที่มีการประยุกต์ใช้ดับลินคอร์เมทาดาทา ===== | ||
| + | การประยุกต์ใช้ดับลินคอร์เมทาดาทาในปี พ.ศ. 2544-2547 แสดงถึงระยะแรกของการประยุกต์ใช้ดับลินคอร์เมทาดาทาในห้องสมุดและในสถาบันอุดมศึกษา | ||
| + | - ฐานข้อมูลวิจัยไทย http://www.nstda.or.th/grants (2544) เป็นการรวมฐานข้อมูลงานวิจัยจาก 4 หน่วยงานในประเทศไทย คือ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) สำนักงานกองทุนสนันสนุนการวิจัย (สกว.) และสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ซึ่งต่อมาได้มีการเพิ่มข้อมูลผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย จัดเตรียมการเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อแสดงรายละเอียดสารสนเทศรวมถึงรายการสิ่งพิมพ์และรายการอ้างอิง | ||
| + | - ฐานข้อมูลสิ่งพิมพ์ สวทช.(2544)เป็นเว็บไซต์แสดงรายการสิ่งพิมพ์ และรายงานการวิจัยของ สวทช.ฐานข้อมูลนี้จะมีการเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลวิจัยไทยเพื่อสั่งเอกสารฉบับเต็มและแสดงรายงานการวิจัยฉบับเต็มดิจิทัลต่อไป | ||
| + | - ฐานข้อมูลห้องสมุดสถาบันมะเร็งไทย (Thai Cancer Institute library database) (2545) เป็นกรณีศึกษาที่แสดงถึงการทดลองใช้งานของบรรณารักษ์เพื่อประเมิน การประยุกต์ใช้ดับลินคอร์เมทาดาทาเพื่อการจัดการเอกสารการวิจัย เพื่อเปรียบเทียบกับการลงรายการ (Cataloging) ด้วยการใช้ฐานข้อมูล CDS/ISIS ฐานข้อมูลห้องสมุดสถาบันมะเร็งไทย เป็นกระบวนการของการบูรณาการฐานข้อมูลวิจัยสาธารณสุข (Health Research Database) ของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) และฐานข้อมูลวิจัยไทย | ||
| + | - ฐานข้อมูลจัดเก็บเอกสารในรูปอิเล็กทรอนิกส์.......(Digital Collection(2545)ของห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษา เป็นการจัดเก็บและแสดงเอกสารฉบับเต็ม (Full text) พร้อมภาพ โดยเฉพาะข้อมูลวิทยานิพนธ์ งานวิจัยของสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย ตลอดจนให้บริการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างห้องสมุดมหาวิทยาลัย/สถาบัน 86 แห่ง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ในการเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศฉบับเต็มพร้อมภาพที่ต้องการได้ทันที โดยปัจจุบันมีการจัดเก็บข้อมูลในระบบจัดเก็บเอกสารในรูปอิเล็กทรอนิกส์ จำนวนทั้งสิ้น 58,392 รายการ สิ่งพิมพ์ดิจิทัลของห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย (Digital Collection Management System) | ||
| + | - ฐานข้อมูลสหบรรณานุกรมห้องสมุด ศูนย์ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (Science and Technology Knowledge Center : STKC) (2546) www.stkc.go.th เป้าหมายของการจัดทำฐานข้อมูลสหบรรณานุกรมห้องสมุด STKC เพื่อให้เป็นห้องสมุดเสมือนของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ห้องสมุดทั้ง 10 หน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ดำเนินการเชื่อมโยงฐานข้อมูลห้องสมุดแต่ละแห่งซึ่งได้มีการนำดับลินคอร์เมทาดาทาไปประยุกต์ใช้ STKC สามารถให้บริการยืมระหว่างห้องสมุดแบบออนไลน์ได้ | ||
| + | - คลังความรู้ STKC (2546) เป็นการวิเคราะห์หมวดหมู่และลงรายการเอกสารที่มีการตีพิมพ์และเผยแพร่บนเว็บไซต์ของหน่วยงานทั้ง 10 แห่ง ภายใต้สังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ข้อมูลและเอกสารถูกรวบรวบ วิเคราะห์หมวดหมู่และลงรายการโดยบรรณารักษ์และผู้เชี่ยวชาญสารสนเทศ เอกสารมากกว่า 35,000 รายการสามารถเชื่อมโยงสู่เอกสารฉบับเต็มแบบดิจิทัลได้ | ||
| + | - ฐานข้อมูลเครือข่ายห้องสมุดของนักวิจัย (University Network Database of Research) (2547) เป็นโครงการที่ก่อตั้งขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา เพื่อสร้างระบบการจัดการ knowledge- based research ระดับชาติ โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อบูรณาการฐานข้อมูลนักวิจัยของสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติและฐานข้อมูล Best and the Brightest ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการแบ่งปันข้อมูลกับฐานข้อมูลอื่นที่ใช้ดับลินคอร์เมทาดาทา คือ ฐานข้อมูลวิจัยไทยและฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ดิจิทัล | ||
| + | - Chemical Safety Knowledge Base (2548) เป็น Prototype เพื่อแบ่งปันความรู้ด้านสารเคมี ซึ่งก่อตั้งโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย และดำเนินการโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยเชื่อมโยงฐานข้อมูล 5 ฐานข้อมูล ได้แก่ ความปลอดภัยด้านสารเคมี Thai Index Medicus องค์ความรู้เกษตรไทย ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย และฐานข้อมูล STKC เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อแบ่งปันความรู้ของแต่ละแห่งที่สร้างขึ้น (Local knowledge) | ||
| + | ===== การใช้คำศัพท์ ===== | ||
| + | คำศัพท์ควบคุม (Controlled vocabulary)หัวเรื่อง (Subject heading)คำสำคัญ (Keyword) ศัพท์สัมพันธ์ (Thesaurus) อนุกรมวิธาน (Taxonomy)และออนโทโลยี (Ontology) ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักและได้รับความสนใจในการบริหารจัดการฐานข้อมูลเชิงธุรกิจในประเทศไทยเท่าที่ควร จนเมื่อเร็วนี้ผู้ซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาฐานข้อมูล (ยกเว้นบรรณารักษ์) เริ่มกังวลเกี่ยวกับความถูกต้อง แม่นยำ และคุณภาพของการสืบค้นและค้นคืนสารสนเทศ แนวโน้มของการจัดการความรู้เป็นแรงผลักดันให้โปรแกรมเมอร์ศึกษาศัพท์ควบคุมและการใช้ ศัพท์สัมพันธ์ และ อนุกรมวิธาน โดยการจัดทำแผนที่แหล่งความรู้ด้วยผู้เชี่ยวชาญเพื่อสร้างชุมชนของการฝึกฝน ซึ่งเป็นหน้าที่ที่สำคัญของหลายหน่วยงานทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน | ||
| + | รายชื่อของศัพท์ควบคุมภาษาไทย ประกอบด้วยเครื่องมือที่มีอยู่สำหรับจัดทำดัชนีจากฐานข้อมูลเฉพาะซึ่งส่วนใหญ่เป็นฐานข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี | ||
| + | - หัวเรื่องสำหรับหนังสือภาษาไทย รายชื่อของศัพท์ควบคุมภาษาไทย รวบรวมโดยกลุ่มทำงานกลุ่มวิเคราะห์ทรัพยากรสารสนเทศ ห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษา รายชื่อของคำศัพท์มีการแก้ไขปรับปรุงให้ทันสมัยอย่างต่อเนื่อง ห้องสมุดไทยส่วนใหญ่ใช้คู่มือนี้เพื่อจัดทำดัชนีสิ่งพิมพ์ภาษาไทยพร้อมกับหัวเรื่องห้องสมุดรัฐสภาอเมริกัน (Library of Congress Subject Heading : LCSH) และ Sears’ list of subject headings | ||
| + | - AGROVOC ได้เริ่มแปลเป็นภาษาไทยตั้งแต่ก่อนปี พ.ศ. 2527ซึ่งเป็นศัพท์สัมพันธ์หลายภาษา (Multi-lingual Thesaurus) พัฒนาโดยองค์การอาหารและการเกษตร (Food and Agricultural Organization : FAO)คำศัพท์ถูกกำหนดโดย AGROVOC ซึ่งไม่สนับสนุนการจัดทำดัชนีสิ่งพิมพ์ภาษาไทย หลังจากนั้น 10 ปี ทีมงานของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้แปลเป็นคำศัพท์ไทยและเชื่อมโยงกับภาษาต่างๆ มากถึง 7 ภาษา | ||
| + | - STKC Subject Categories พัฒนาจากหมวดหมู่ขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organization for Economic Co-operation and Development : OECD) องค์การสหประชาชาติ (UN) และได้มีการประยุกต์เพื่อให้เหมาะกับเนื้อหาภาษาไทย ศัพท์ควบคุมที่ร่างขึ้นนั้นพิจารณาจากหัวเรื่องห้องสมุดไทยและหมวดย่อยตามหัวเรื่องห้องสมุดรัฐสภาอเมริกัน (Library of Congress Subject Heading : LCSH)หัวเรื่องทางการแพทย์ (Medical Subject Heading : MeSH) และ AGRIS (International Agriculture Information System) STKC Subject Categories | ||
| + | - หัวเรื่องการแพทย์ไทย ประยุกต์จากหัวเรื่องทางการแพทย์ (Medical Subject Heading : MeSH) และได้มีการเพิ่มคำศัพท์เพื่อให้เหมาะสมกับเนื้อหาภาษาไทย | ||
| + | - คำศัพท์ความปลอดภัยด้านสารเคมี (Chemical safety vocabulary) เป็นโครงการริเริ่มศัพท์ความปลอดภัยด้านสารเคมีเป็นระดับย่อย (Sub-level) ของศัพท์ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เกิดจากความร่วมมือของทีมนักวิจัยห้องสมุดคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในหัวเรื่องการแพทย์ไทย ห้องสมุดมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสวทช. | ||
| + | ===== การสร้างศัพท์ควบคุมซึ่งเกิดจากผลของการบูรณาการฐานข้อมูล ===== | ||
| + | ฐานข้อมูลวิจัยไทย เป็นโครงการแรกที่ได้บูรณาการฐานข้อมูลจาก 4 หน่วยงาน แรกเริ่มนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เห็นโครงการการวิจัยทั้งหมด ซึ่งจัดทำโดยงบประมาณของหน่วยงานภาครัฐ | ||
| + | ดับลินคอร์เมทาดาทา ถูกยอมรับว่าเป็นรูปแบบของการลงรายการทั่วไปและฐานข้อมูลทั้ง 4 ฐานข้อมูล ก็ถูกสร้างขึ้นโดยการใช้โครงสร้างที่ต่างกันแต่สามารถผสานเข้าเป็นหนึ่งเดียวได้ ปัญหาที่พบ คือ แรกเริ่มฐานข้อมูลถูกจัดการโดยทีมงานคอมพิวเตอร์ และไม่ได้มีการจัดเตรียมการทำรายการดัชนีที่ดีจากศัพท์ควบคุม กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในขณะนั้นจึงได้ริเริ่มสร้างรายการศัพท์ควบคุมสำหรับ STKC category ซึ่งพัฒนาจากคู่มือมาตรฐานการวิเคราะห์หมวดหมู่และการทำดัชนีของห้องสมุด STKC category เป็นการทำดัชนีสำหรับข้อมูลดิจิทัล ซึ่งข้อมูลและเนื้อหาดังกล่าวจัดทำโดยนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผลจากการดำเนินงาน คือ แม้ว่ารายการคำศัพท์จะไม่เสร็จสมบูรณ์พร้อม แต่ก็สามารถเป็นเครื่องมือเพื่อวิเคราะห์ขอบเขตของโครงการศึกษาวิจัย เปรียบเสมือนเป็นเครื่องมือการจัดการสำหรับตรวจสอบ ติดตาม และประเมินคุณค่าของงานวิจัยจากหัวเรื่องที่สนใจ | ||
| + | ===== ขั้นตอนการสร้างรายการศัพท์ควบคุม ===== | ||
| + | รายการศัพท์ควบคุมสำหรับ STKC category ไม่ใช่สิ่งใหม่ แต่ถูกเลือกจากหัวเรื่องที่มีอยู่ในหัวเรื่องภาษาอังกฤษและภาษาไทย | ||
| + | - แหล่งของคำศัพท์ STKC พัฒนาขึ้นจาก 10 หมวดหลักของ OECD คำศัพท์ต่างๆ ใน OECD ได้ถูกเลือกเพื่อสนับสนุนขอบเขตหัวเรื่อง ซึ่งอยู่ในหน้าที่ความรับผิดชอบของ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คำศัพท์มีการแบ่งเป็น 3 ระดับ ในความจริงคำศัพท์ของ STKC แม้จะพัฒนามาจากหมวดหมู่ของ OECD แต่ได้มีการผสมผสานรายชื่อของคำศัพท์ที่ มีจริงตามมาตรฐาน และคำศัพท์ที่เลือกก็มาจากฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย | ||
| + | - การปรับปรุง (Update) รายการคำศัพท์ได้มีการเพิ่มเติมคำศัพท์ตามโอกาส ตามการเปลี่ยนแปลงของเนื้อหาและความรู้ใหม่ และจากการเปลี่ยนแปลงขององค์กร | ||
| + | - ศักยภาพการใช้อนุกรมวิธานของหน่วยงาน (Corporate taxonomy) คำศัพท์ STKC เป็นเครื่องมือเดียวซึ่งผลิตโดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คำศัพท์ STKC ถูกนำมาใช้เพื่อแยกประเภทรายงานต่างๆ ของศูนย์ปฏิบัติการกระทรวง (Ministry Operating Center : MOC) และคำศัพท์ STKC จะมีการปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่เสมอการใช้ศัพท์ควบคุมไม่ได้เป็นการจัดทำสำหรับการบริหารจัดการ ที่ต้องตอบคำถามในด้าน งบประมาณที่รัฐบาลใช้จ่ายเพื่อการวิจัยเรื่องกุ้ง รัฐบาลสามารถระบุผู้เชี่ยวชาญในเรื่อง ภัยธรรมชาติ เช่น สึนามิ หน่วยงานใดที่ใช้งบประมาณล่าช้าระหว่างในช่วงระหว่างไตรมาสที่ 2 ของงบประมาณปัจจุบัน เป็นต้น แต่คำศัพท์ควบคุมช่วยให้การค้นคืนสารสนเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ | ||
| + | ===== ระยะต่อไป ===== | ||
| + | - คลังปัญญาขององค์กร (Organization repository) ทุกองค์กรมีกิจกรรมในการจัดการความรู้ และได้เริ่มต้นแก้ไข ปรับปรุงฐานข้อมูลของหน่วยงาน โดยบางหน่วยงานได้ดำเนินการจัดหาซอฟต์แวร์ เพื่อดำเนินการทรัพย์สินทางปัญญาของหน่วยงาน ขณะที่ หลายหน่วยงานพบปัญหาจากการนำระบบไปใช้งาน เนื่องจากขาดความรู้เกี่ยวกับการลงรายการ และอนุกรมวิธาน ดังนั้นการฝึกอบรมผู้ใช้จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อมุ่งไปสู่แนวคิดของการลงรายการ ศัพท์ควบคุม และดับลินคอร์เมทาดาทา | ||
| + | - Open Access การแบ่งปันแหล่งสารสนเทศเป็นต้นแบบสำหรับเครือข่ายสารสนเทศเพื่อการวิจัย ได้มีการจัดเตรียมต้นแบบสำหรับนักวิจัยเพื่อการนำเข้าผลงานและการเก็บรวบรวมผลงานวิจัย เพื่อให้เกิดการใช้สารสนเทศร่วมกันระหว่างประชาคมวิทยาศาตร์และเทคโนโลยี ขณะที่เครือข่ายห้องสมุดก็ได้มีการนำดับลินคอร์เมทาดาทาไปใช้เพื่อเป็นมาตรฐานของการลงรายการหมวดหมู่ STKC (STKC category ) และรายการคำศัพท์ได้ถูกแนะนำเพื่อใช้ในการทำดัชนีเอกสารต่างๆ | ||
| + | - การแปลเว็บไซต์ดับลินคอร์เมทาดาทาเป็นภาษาไทย กลุ่มทำงานดับลินคอร์จะมีการแปลเอกสารดับลินคอร์เป็นภาษาไทย เป้าหมายเพื่อสนับสนุนความต้องการการใช้งานจากผู้ใช้ในสถาบันการศึกษารวมถึงหน่วยงานทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน | ||
| + | ===== กลุ่มผู้ใช้ดับลินคอร์ประเทศไทย (Thailand DC Users Group) ===== | ||
| + | จากการที่มีการนำดับลินคอร์ไปใช้กันพอสมควร และเริ่มมีการตื่นตัวกันมากขึ้น โดยเฉพาะกับหน่วยงานที่ไม่สามารถมีบรรณารักษ์ นักเอกสารสนเทศ หรือผู้ปฏิบัติงานระดับวิชาชีพได้นั้น การใช้ดับลินคอร์เป็นทางเลือกที่เหมาะสมกับการนำไปใช้ในการเก็บองค์ความรู้ของสิ่งพิมพ์ที่หน่วยงานมีอยู่ การจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้ดับลินคอร์ประเทศไทยจะเป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยให้ผู้ใช้ในองค์กร/หน่วยงานต่างๆ สามารถมีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ปัญหาในการใช้งาน ข้อเสนอแนะต่าง ๆ โดยมีศูนย์สารสนเทศทางเทคโนโลยีทำหน้าที่เป็นศูนย์ประสานงานในการเข้าร่วมประชุมกับคณะทำงานดับลินคอร์ นำความรู้ ความคืบหน้ามาเผยแพร่แก่สมาชิก การฝึกอบรม การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ตลอดจนการเสนอปัญหาที่พบและแนวทางแก้ไข รวมทั้งนำเสนอเทคนิคใหม่เพื่อสนับสนุนการทำงานของกลุ่มสมาชิก | ||
| + | |||
| + | ==== รายการอ้างอิง ==== | ||
| + | ทัศนา หาญพล และรุ้งฟ้า ฐิโณทัย. (2546). “หน่วยที่ 13 การจัดการในงานวิเคราะห์สารสนเทศ.” | ||
| + | ใน เอกสารการสอนชุดวิชา การวิเคราะห์สารสนเทศ เล่มที่ 3. หน้า 99. นนทบุรี : สาขาวิชาศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. | ||
| + | ประดิษฐา ศิริพันธ์.(2550). การประยุกต์ดับลินคอร์เมทาดาทาเพื่อการสืบค้นสารสนเทศ. [ออนไลน์] แหล่งที่มา: http://www.tiac.or.th/tiacthai/seminar/2003/ annual/presentation/praditta_dublincore.ppt [20 เมษายน 2550]. | ||
| + | ประดิษฐา ศิริพันธ์.(2546). “การประยุกต์ดับลินคอร์เมทาดาทาเพื่อการสืบค้นสารสนเทศ.” ใน | ||
| + | เอกสารเรียบเรียงเพิ่มเติมจากเอกสารประกอบการบรรยายเรื่องการประยุกต์ | ||
| + | ดับลินคอร์เมทาดาทาเพื่อการสืบค้นสารสนเทศในการประชุมวิชาการศูนย์บริการ | ||
| + | สารสนเทศทางเทคโนโลยี 1,2-4,28 เมษายน 2546. กรุงเทพฯ : ศูนย์บริการสารสนเทศทางเทคโนโลยี. | ||
| + | ยรรยง เต็งอำนวย, สุภาพร ชัยธัมมะปกรณ์ และนิทัศน์ สุทวีปราโมชานนท์. (2545). การกำหนด | ||
| + | รูปแบบบรรณานุกรมและการวางแนวทางการจัดเก็บถาวรสำหรับข้อมูลต่อเนื่องที่ตัดมาเป็นกลุ่มให้สืบค้นผ่านห้องสมุดอัตโนมัติ : กรณีศึกษาข้อมูลสถิติการใช้งานอินเตอร์เน็ตของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. | ||
| + | เมทาดาทา (Metadata) สำหรับการลงรายการสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของโครงการพัฒนาระบบ | ||
| + | เครือข่ายห้องสมุดในประเทศไทย (ThaiLIS). (2547). กรุงเทพฯ : คณะทำงานด้านระบบจัดเก็บเอกสารในรูปอิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา. | ||
| + | สหัส ตรีทิพยบุตร, ธนนุช ตรีทิพยบุตร และวิชญะ นาครักษ์. (2546).“หน่วยที่ 14 คอมพิวเตอร์กับ | ||
| + | งานวิเคราะห์สารสนเทศ” ใน เอกสารการสอนชุดวิชา การวิเคราะห์สารสนเทศ เล่มที่ | ||
| + | 3. หน้า 130-131. นนทบุรี : สาขาวิชาศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. | ||
| + | Bearman, D., Sochats, K. (1996). Metadata requirements for evidence. University of Pittsburgh School of Information Science, Pittsburgh, Pa. [On-line]. Available from: http://www.lis.pitt.edu/~nhprc/BACartic.html. [March 7, 2002]. | ||
| + | Caplan, Priscilla. (2003). Metadata fundamentals for all librarians. Chicago : American Library Association. | ||
| + | Chopey, Michael A. ed. (2005). Knowledge without boundaries : organizing information for the Future. Chicago : Association for Library Collections & Technical Services. | ||
| + | Consultative Committee for Space Data Systems. (2001). Reference model for an Open Archival Information System (OAIS), Red Book, Issue. 1. CCSDC 650.0-R-2. | ||
| + | CCSDS Secretariat, National Aeronautics and Space Administration, Washington, D.C. [Online]. Available from: http://ssdoo.gsfc.nost/isoas/ref model.html. [March 5, 2002]. | ||
| + | Duranti, Luciana, Eastwood, Terry and MacNeil, Heather. The preservation of the integrity of Electronic records. [Online]. Available from: http://www.interpares.org/UBCProject/.[March 7, 2002]. | ||
| + | "DIGITIZATION AND DIGITAL LIBRARIES" Version 1.0. in Information Management | ||
| + | Resource Kit (IMARK). Food and Agriculture Organization of the United Nations. | ||
| + | Gilliland-Swetland. A.J. Eppard, P.B. (2002). Preserving the authenticity of contingent digital Objects : the InterPARES project. D-Lib Magazine, 6. [Online]. Available from: http://www.dlib.org/dlib/july00/eppard.hrml. [March 3, 2002]. | ||
| + | Gilliland-Swetland, Anne J. (2002). Introduction to metadata : pathways to digital | ||
| + | Information. [Online]. Available from: | ||
| + | http://www.getty.edu/research/institute/standards/intrometadata/ [December 11, | ||
| + | 2007]. | ||
| + | Haynes, David.(2004). Metadata for information management and retrieval. London : | ||
| + | Facet. | ||
| + | Library of Congress-Network Development and MARC and Standards Office. (2007). | ||
| + | MARC Standards. [Online]. Available from: http://www.loc.gov/marc [April 25, 2007]. | ||
| + | Library of Congress. (2000). Library of Congress Digital Repository Development : Core | ||
| + | Metadata Elements. [On-line]. Available from: http://lcweb.loc.gov/standards/metable.html. [April 4, 2002]. | ||
| + | Metadata for Digital Preservation the Cedars Project Outline Specification Draft for Public Consultation. (2000). [On-line]. Available from: | ||
| + | http://www.leeds.ac.uk/cedars/documents/Metadata/ cedars/html. [March 14, 2002]. | ||
| + | |||
| + | |||
| + | National Information Standards Organization. (2004). A framework of guidance for | ||
| + | building good digital collections. 2n ed. Bethesda, MD : National Information | ||
| + | Standards Organization. [Online]. Available from: | ||
| + | http://www.niso.org/framework/framework2.html | ||
| + | National Library of Australia. (1999). Preservation Metadata for Digital Collection Exposure Draft. [On-line]. Available from: http://www.nla.gov.au/preserve/pmeta.html. [March 14, 2002]. | ||
| + | RLG Working Group on Preservation Issues of Metadata : Final Report. (1998). | ||
| + | [On-line]. Available from: http://www.rlg.org/preserv/presmeta.html.[March 14, 2002]. | ||
| + | Shelly, E. Paul and Johnson B. David. “Metadata : concepts and models” in | ||
| + | Proceedings of the Third National Conference on the Management of Geoscience | ||
| + | Information and Data, organised by the Australian Mineral Foundation, Adelaide, | ||
| + | Australia, 18-20 July 1995, 4.1-5. Available from: | ||
| + | http://www.ainet.com.au/web%20pubs/Papers/AMF95/Shelley & Johnson.html. | ||
| + | [1 June 2002]. | ||
| + | Taylor, Arlene G.(2004). The organization of information. 2nd ed. Westport, Con. : | ||
| + | Libraries Unlimited. | ||
| + | T.B. Rajashekar. (2005). Metadata and Dublin Core. Bangalore : National Centre for | ||
| + | Science Information, Indian Institute of Science. PowerPoint. | ||
| + | Werf-Davelaar, Titia van der. (1999). "Long-term Preservation of Electronic Publications : the NEDLIB Project." D-Lib Magazine, 5, (9), September. | ||
| + | |||
| + | |||
| + | |||
| + | |||
| + | |||
| + | |||
| + | |||
| + | |||
| + | |||
| + | |||
| + | |||
| + | |||
| + | |||
| + | |||
