This is an old revision of the document!
—-

ดับลินคอร์เมทาดาทาในประเทศไทย

ประวัติและพัฒนาการ

การริเริ่มดับลินคอร์เมทาดาทา (Dublin Core Metadata Initiative – DCMI)เข้ามาในประเทศไทยเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2540 โดยโทมัส เบเคอร์ ซึ่งในขณะนั้นเป็นอาจารย์พิเศษรับเชิญของสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (Asian Institute of Technology – AIT) และเป็นที่ปรึกษาของศูนย์บริการสารสนเทศทางเทคโนโลยี (Technical Information Center – TIAC)ทำให้ศูนย์ฯ มีส่วนร่วมกับการริเริ่มดับลินคอร์เมทาดาทา ด้วยการเข้าร่วมประชุมกับคณะทำงานของดับลินคอร์เมทาดาทาที่เมืองแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย และที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา ตามลำดับ ศูนย์ฯ ได้ทำหน้าที่ในฐานะตัวแทนของประเทศไทยด้วยการแปลดับลินคอร์เมทาดาทา เวอร์ชัน 1.0 และ 1.1 รวมทั้งส่วนขยายและเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของศูนย์ฯ นอกจากนี้ยังได้จัดทำต้นแบบ (Template) การลงรายการดับลินคอร์ขึ้นในปี พ.ศ. 2543 และเปิดโอกาสให้ห้องสมุดที่สนใจนำไปใช้ ทำให้บรรณารักษ์และนักเอกสารสนเทศตระหนักถึงคำว่า “เมทาดาทา” และ “ดับลินคอร์” แต่ในระยะแรกยังคงมีความสับสนในเรื่องความหมายและการนำไปใช้อยู่บ้าง

พัฒนาการของการนำดับลินคอร์ไปใช้

ศูนย์บริการสารสนเทศทางเทคโนโลยี ได้สร้างต้นแบบการลงรายการดับลินคอร์เมทาดาทาขึ้นในปี พ.ศ. 2543เพื่อเป็นโครงการทดลองการลงรายการทรัพยากรสารสนเทศบนเว็บ โดยมีห้องสมุดมหาวิทยาลัยมหาสารคามเข้ามามีส่วนร่วมกับโครงการนี้อย่างจริงจัง ศูนย์ฯ จึงได้จัดเนื้อที่บนเซิร์ฟเวอร์ให้กับห้องสมุดมหาวิทยาลัยมหาสารคามในการนำข้อมูลลงเซิร์ฟเวอร์ผ่านต้นแบบดับลินคอร์เมทาดาทา โดยรวบรวมสารสนเทศบนเว็บทางด้านศิลปวัฒนธรรมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และสามารถสืบค้นผ่านเว็บเพจของศูนย์ฯ ด้วยการค้นแบบ Full text ผ่านฐานข้อมูลเอสคิวแอล แม้ว่าการลงรายการทรัพยากรสารสนเทศบนเว็บไม่ต้องอาศัยทักษะการลงรายการเหมือนกับการลงรายการแบบมาร์กก็ตาม แต่บรรณารักษ์และนักเอกสารสนเทศคงต้องให้เวลากับการลงรายการเหมือนบรรณารักษ์ฝ่ายวิเคราะห์ทรัพยากรสารสนเทศที่ทำหน้าที่ลงรายการอยู่ประจำนั่นเอง

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติกับการใช้ดับลินคอร์ เมทาดาทา

ศูนย์บริการสารสนเทศทางเทคโนโลยี ทำหน้าที่เป็นเสมือนห้องสมุดของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) มีการนำองค์ประกอบของดับลินคอร์เมทาดาทามาประยุกต์ใช้กับสิ่งพิมพ์ดิจิทัลของ สวทช. พนักงานของ สวทช. สามารถเข้าถึงฐานข้อมูลเสมือนโอแพค จากโครงการที่ศูนย์ฯ ได้ริเริ่มขึ้นนี้เองจึงมีแผนการที่ชักชวนให้ศูนย์แห่งชาติอีก 4 ศูนย์ ภายใต้ สวทช.เข้ามาร่วมกับการพัฒนาในโครงการนี้ ข้อมูลทางบรรณานุกรมของสิ่งพิมพ์ของแต่ละศูนย์สามารถบันทึกโดยใช้ต้นแบบดับลินคอร์เมทาดาทาภายใต้การดูแลของศูนย์บริการสารสนเทศทางเทคโนโลยี



Personal Tools
Creative Commons License
STKS Online Learning โดย http://stks.or.th/wiki อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย.