การเขียนสาระสังเขป

สาระสังเขป เป็นการให้บริการอย่างหนึ่งที่ห้องสมุด หรือศูนย์บริการสารสนเทศ โดยเฉพาะห้องสมุดเฉพาะที่ต้องให้บริการพิเศษกับผู้ใช้บริการที่อาจจะเป็นนักวิจัย ควรที่จะมีการทำสาระสังเขปของเอกสารเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้ เพื่อให้สามารถอ่านเนื้อหาโดยย่อของเอกสารก่อนที่จะตัดสินใจใช้เอกสารฉบับเต็มต่อไป

แนวทางการเขียนสาระสังเขป

  • เขียนให้สั้น กระทัดรัด และมีความกระชับ (Concision)
  • หลีกเลี่ยงการใช้ประโยคหรือคำที่ซ้ำซากหรือมีความยาว
  • ถ่ายทอดสาระสำคัญจากเอกสารต้นฉบับอย่างถูกต้อง แม่นยำ (Precision) ชัดเจน และยึดถือการใช้คำจากผู้แต่งต้นฉบับเดิม
  • มีความสมบูรณ์ในตัวเอง (Self-sufficiency) มีความครบถ้วนสมบูรณ์ และง่ายต่อการเข้าใจ ไม่จำเป็นที่จะต้องอ้างอิงเอกสารเล่มอื่น
  • ยึดถือข้อเท็จจริง (Objectivity) ไม่ควรเสนอความคิดเห็นส่วนตัว หรือแสดงความพอใจหรือไม่พอใจลงในสาระสังเขป
  • คัดเลือกหรือเรียบเรียงตามเอกสารต้นฉบับ โดยยึดถือความต้องการของผู้ใช้บริการเป็นหลักสำคัญ
  • อ่านเอกสารให้ครบถ้วนตลอดทั้งเล่ม เพื่อจะได้เก็บใจความที่สำคัญ และชัดเจนจากเนื้อหาของเอกสารอย่างน้อยให้จบ 1 ครั้ง
  • เรียบเรียงเนื้อหาของสาระสังเขป โดยทั่วไปสาระสังเขปมีความยาวตั้งแต่ 100 คำ ไปจนถึง 500 คำ
  • เขียนสาระสังเขปประเภทให้ความรู้ ใช้กริยาเป็นอดีตกาล (Past tense) รูปประโยคเป็น active voice และเสนอเรื่องราวเป็นการอภิปรายผลการวิจัย
  • เขียนสาระสังเขปประเภทบอกเล่าหรือพรรณนา ใช้กริยาเป็นปัจจุบันกาล (Present tense) และรูปประโยคเป็น Passive voice และบรรยายเนื้อเรื่องเป็นแบบอภิปรายบทความที่อธิบายถึงงานวิจัยน้ั้นๆ
  • ตรวจสอบหรือบรรณาธิการสาระสังเขป (Editing)เพราะมักจะมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น ทั้งในส่วนอ้างอิงและข้อมูลต่างๆ ควรตรวจสอบโดยการเปรียบเทียบกับเอกสารต้นฉบับให้มีความถูกต้องทั้งในส่วนรายละเอียดทางบรรณานุกรม ไวยากรณ์ การสะกดคำ การใช้ถ้อยคำต่างๆ การใช้เครื่องหมายวรรคตอน รวมทั้งความถูกต้องในรายละเอียดเนื้อหา สาระสำคัญของสาระสังเขป และการคัดเลือกดึงคำสำคัญหรือดรรชนี

ผู้เขียน: สุภาพร ชัยธัมมะปกรณ์ ศูนย์บริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2552.



Personal Tools
Creative Commons License
STKS Online Learning โดย http://stks.or.th/wiki อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย.