ปรัชญาคำสอนของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช

ปรัชญาคำสอนของพ่อขุนรามคำแหง หรือสุภาษิตพระร่วง แต่ละข้อสามารถอธิบายความหมายได้ดังนี้

๑. เมื่อน้อยให้เรียนวิชา

เมื่อยังเป็นเด็กอายุน้อย ควรเล่ารียนวิชาศึกษาหาความรู้ใส่ตัว ทั้งวิชาการและวิชาชีพที่เหมาะสมกับตนและเหมาะสมกับประเทศชาติ สังคมของตน เพราะจะเกิดประโยชน์มากมายหลายประการ เพราะวิชาทำให้คนคิดเป็น ทำเป็น ทำให้คนเก่ง คนดี และมีความสุข รักษาตนเองได้ เมื่อเติบใหญ่ประกอบอาชีพ ทำมาหากิน เลี้ยงตัว เลี้ยงครอบครัว เลี้ยงญาติพี่น้องได้ไม่เดือดร้อน และมีความสุขได้ตามอัตภาพ

๒. ให้หาสินเมื่อใหญ่

เมื่อบุคคลเจริญวัย เติบใหญ่พอทำมาหากินเลี้ยงตัว เลี้ยงพ่อแม่ เลี้ยงครอบครัว เลี้ยงญาติพี่น้องได้แล้ว จะเอาแต่งอมืองอเท้าไม่ได้ จะต้องขยันทำมาหากิน เพื่อมีปัจจันสี่ในการบำรุงเลี้ยงชีวิตให้เป็นสุข นอกจากนั้นการทำงานยังช่วยพัฒนาตนให้เป็นคนมีปัญญา ความสามารถขึ้น ให้เป็นคนดีขึ้น การทำมาหากิน หรือการประกอบอาชีพจึงไม่เพียงจะช่วยในการหาทรัพย์สินเงินทองเท่านั้น หากยังช่วยให้ผู้ทำงานมีปัญญาและคุณธรรมความดีงามขึ้น

๓. อย่าใฝ่เอาทรัพย์ท่าน

อย่าคิดละโมบโลภมากอยากได้ทรัพย์สินของผู้อื่น อย่าคิดลักขโมยทรัพย์สินของใคร ๆ เป็นอันขาด จงพอใจและยินดีในทรัพย์สินของตนเอง แล้วประกอบอาชีพด้วยความสุจริตเป็นธรรม

๔. อย่าริร่านแก่ความ

อย่าแส่เข้าไปหาเรื่องเดือดร้อนมาสู่ตน จงหลีกเลี่ยงทางที่ไปสู่คดีความทุกอย่าง

๕. ประพฤติตามบูรพระบอบ

บูรพ หมายถึงแต่กาลก่อน โบราณ ระบอบ หมายถึงแบบแผน แนวทาง ตามความหมายในที่นี้ คือ ให้รู้จักประพฤติตัว ปฏิบัติตนไปตามแบบแผน หรือแนวที่คนก่อนๆ หรือบรรพบุรุษท่านได้เคยปฏิบัติมาแล้ว แต่นั้นต้องหมายถึงแบบแผน หรือแนวทางที่ดีเท่านั้น

๖. เอาแต่ชอบเสียผิด

ให้รู้จักเลือกเฟ้นทำแต่คุณงามความดี ส่วนความชั่ว ความผิด ท่านบอกให้เสีย คือละทิ้ง เว้นไม่กระทำเด็ดขาด แปลสั้นๆ คือ ให้ทำดีละชั่วนั้นเอง

๗. อย่าประกอบกิจเป็นพาล

อย่าทำตนเป็นคนพาล กล่าวคือ อย่าคิด พูด ทำชั่วผิดศีลธรรม ที่เห็นเด่นชัดที่สุด คือ อย่าใช้คำพูดทิ่มแทงผู้อื่น อย่าเที่ยวกดขี่ขมเหงใคร

๘. อย่าอวดหาญแก่เพื่อน

อย่าทำเป็นดีกว่า เด่นกว่า เก่งกว่าเพื่อน หาไม่แล้วอาจไม่มีใครอยากคบหาสมาคมด้วย เพื่อนนั้นไม่มีใครยิ่งหย่อนกว่ากัน แต่เท่าเทียมกัน

๙. เข้าเถื่อนอย่าลืมพร้า

ไปในป่าในดง อย่าลืมพกมีดไปด้วย เพราะอาจต้องใช้ในการแผ้วทางเดินให้เตียน อาจต้องใช้มีดตัดไม่มาใช้ประโยชน์ ตลอดจนถ้ามีสัตว์ร้ายจะมาทำร้าย ก็สามารถใช้เป็นอาวุธป้องกันอันตรายได้

๑๐. หน้าศึกอย่านอนใจ

ในช่วงที่ยังต้องต่อสู่กับฝ่ายตรงข้าม อย่าได้ประมาท จงระวังให้ดีภัยจะได้ไม่มาถึงตัว

๑๑. ไปเรือนท่านอย่านั่งนอนนาน

เวลาเป็นของมีค่า ผ่านมาแล้วไม่หวนกลับ ควรทำประโยชน์ให้ได้มากที่สุด จะไปไหนมาไหน อย่านั่งนานเกินไป เพราะการนั่งนานๆ มันเสียเวลาทั้งเราและเขา ใครมีธุระอะไร จะได้ทำ ไปให้เสร็จสิ้น วันหนึ่งๆ ของชีวิตที่ผ่านเลยไป ควรจะให้ได้อะไรกันบ้าง

๑๒. การเรือนตนเร่งคิด

มีกิจกรารงานอันใดที่จะต้องทำต้องจัดการ ก้รีบจัดการเสียให้เสร็จสิ้น ควรสนใจในภาระหน้าที่ของตนให้จงหนัก คิดหาทางสร้างความก้าวหน้า

๑๓. อย่านั่งชิดผู้ใหญ่

สอนให้เรารู้จักที่สูงที่ต่ำ ผู้น้อยจะมานั่งเสมอกับผุ้ใหญ่ไม่ได้ หาไม่แล้วมันเป็นการขาดความเคารพพนบนอมต่อผู้ใหญ่

๑๔. อย่าใฝ่สูงเกินศักดิ์

จงมีความสันโดษ รู้จักพอใจในสภาพของตนเอง อย่าทำอะไรอันเป็นการทะเยอทะยานเห่อเหิมเกินฐานะตนเอง หาไม่แล้วจะเดือดร้อนวุ่นวายได้

๑๕. ที่รักอย่าดูถูก

คนที่รักใครกันดีอยู่แล้ว จะเป็นมิตรหรือญาติก็ดี อย่าทำเป็นไม่เห็นความสำคัญ หาไม่แล้วจะแตกร้าวกันง่าย จงมั่นเอาใจใส่กันและกัน ให้ความสำคัญแก่กัน ให้ความเกรงอกเกรงใจกันตามสมควรแก่ฐานะ จะได้รักใคร่กันยืนยาวต่อไป

๑๖. ปลูกไมตรีอย่ารู้ร้าง

สอนให้แสดงไมตรีจิตต่อผู้อื่นอยู่เสมอ อย่าให้ขาด กับมิตรสหายเก่าก็ต้องถนอมน้ำใจกันไว้ กับมิตรสหายใหม่ก็ต้องผู้กมิตรให้มีเพิ่มพูนขึ้นอีก มีคนรักดีกว่ามีคนเกลียด

๑๗. สร้างกุศลอย่ารู้โรย

หมั่นทำคุณงามความดีให้เพิ่มพูน อย่าให้ดีลดลง

๑๘. อย่าโดยคำคนพลอด

โดยคำคนพลอด คือตามคำคนช่างพูด ท่านว่าคนพูดเก่งฉลาดในทางหว่านล้อม ตะล่อมคนฟังให้คล้อยตาม อย่าไปสนใจ เพราะเขาทำเพื่อประโยชน์ของเขา

๑๙. (อย่า) เข็นเรือทอดกลงถนน

อย่าทำอะไรให้ผิดที่ผิดทาง หมือนอย่างเรือที่อยู่ในน้ำ จะเข็นมาบนบกนั้นไม่ถูก อย่าทำ

๒๐. เป็นคนอย่าทำใหญ่

อย่าแสดงปมเขื่องอวดใครเขา เพราะใครๆ เขาไม่ชอบ ไม่มีใครอยากเห็นเราใหญ่กว่าเขาหรอก เราเองยังไม่อยากให้ใครมาใหญ่กว่าเราเลย


Personal Tools
Creative Commons License
STKS Online Learning โดย http://stks.or.th/wiki อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย.