Trace:
Differences
This shows you the differences between the selected revision and the current version of the page.
| knowledge:holy-day:วันพิพิธภัณฑ์ไทย 2012/09/12 14:11 | knowledge:holy-day:วันพิพิธภัณฑ์ไทย 2012/09/12 14:36 current | ||
|---|---|---|---|
| Line 7: | Line 7: | ||
| เส้นทางพิพิธภัณฑสถานไทย ที่เริ่มต้นจากพิพิธภัณฑสถานส่วนพระองค์ ได้เปลี่ยนแปลงมาสู่พิพิธภัณฑสถานประชาชน และพัฒนาต่อไปจากพิพิธภัณฑสถานที่เก็บรักษาสรรพสิ่งทั่วไป ไม่กำหนดประเภทแน่นอนมาเป็นพิพิธภัณฑสถานมากมายหลายประเภท ตามลักษณะของศิลปวิทยาการที่เกิดขึ้น ทั้งทาง ศิลปะ วิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ โบราณคดี ชาติพันธุ์วิทยา สังคมวิทยา และสาขาวิชาอื่นๆ เป็นจำนวนหลายร้อยแห่งทั่วประเทศ และยังได้ยกระดับกิจการ **"พิพิธภัณฑ์ไทย"** ให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล โดยเข้าเป็นสมาชิกสภาการพิพิธภัณฑ์ระหว่างชาติ หรือ International Council of Museums : ICOM) ซึ่งให้คำจำกัดความคำว่า **"พิพิธภัณฑ์"** ว่ามิใช่เป็นแหล่งเก็บรวบรวม สงวนรักษาศึกษาวิจัย และจัดแสดงเฉพาะวัตถุเท่านั้นแต่พิพิธภัณฑ์ไดัรวบรวมทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นหลักฐานสำคัญต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิตทั้งที่เกี่ยวเนื่องกับสังคมวัฒนธรรม และวิทยาศาสตร์ จากหลักฐานในอดีต สิ่งที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน และแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในอนาคต | เส้นทางพิพิธภัณฑสถานไทย ที่เริ่มต้นจากพิพิธภัณฑสถานส่วนพระองค์ ได้เปลี่ยนแปลงมาสู่พิพิธภัณฑสถานประชาชน และพัฒนาต่อไปจากพิพิธภัณฑสถานที่เก็บรักษาสรรพสิ่งทั่วไป ไม่กำหนดประเภทแน่นอนมาเป็นพิพิธภัณฑสถานมากมายหลายประเภท ตามลักษณะของศิลปวิทยาการที่เกิดขึ้น ทั้งทาง ศิลปะ วิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ โบราณคดี ชาติพันธุ์วิทยา สังคมวิทยา และสาขาวิชาอื่นๆ เป็นจำนวนหลายร้อยแห่งทั่วประเทศ และยังได้ยกระดับกิจการ **"พิพิธภัณฑ์ไทย"** ให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล โดยเข้าเป็นสมาชิกสภาการพิพิธภัณฑ์ระหว่างชาติ หรือ International Council of Museums : ICOM) ซึ่งให้คำจำกัดความคำว่า **"พิพิธภัณฑ์"** ว่ามิใช่เป็นแหล่งเก็บรวบรวม สงวนรักษาศึกษาวิจัย และจัดแสดงเฉพาะวัตถุเท่านั้นแต่พิพิธภัณฑ์ไดัรวบรวมทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นหลักฐานสำคัญต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิตทั้งที่เกี่ยวเนื่องกับสังคมวัฒนธรรม และวิทยาศาสตร์ จากหลักฐานในอดีต สิ่งที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน และแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในอนาคต | ||
| - | ปัจจุบันนี้พิพิธภัณฑสถานในประเทศไทยได้มีการจัดตั้งขึ้นแล้วกว่า 200 แห่ง และได้มีการพัฒนารูปแบบกิจการให้มีความเป็นสถาบันการศึกษานอกรูปแบบ | + | ปัจจุบันนี้พิพิธภัณฑสถานในประเทศไทยได้มีการจัดตั้งขึ้นแล้วกว่า 200 แห่ง และได้มีการพัฒนารูปแบบกิจการให้มีความเป็นสถาบันการศึกษานอกรูปแบบที่สำคัญ <fc #ff0000>ด้วยเหตุนี้รัฐบาลจึงประกาศให้วันที่ 19 กันยายนของทุกปีเป็นวันพิพิธภัณฑ์ไทย</fc> เนื่องจากเป็นวันที่คนไทยทั้งชาติได้รับพระราชทานพิพิธภัณฑสถานสำหรับประชาชนเป็นครั้งแรก จากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ. 2417 เพื่อน้อมรำลึกถึงพระคุณของพระองค์ท่าน และเพื่อปลูกฝังให้คนไทยรักและหวงแหนในศิลปวัฒนธรรมอันเป็นสิ่งที่แสดงถึงเอกลักษณ์ของความเป็นไทยในวันพิพิธภัณฑ์ไทย |
| - | ที่สำคัญ <fc #ff0000>ด้วยเหตุนี้รัฐบาลจึงประกาศให้วันที่ 19 กันยายนของทุกปีเป็นวันพิพิธภัณฑ์ไทย</fc> เนื่องจากเป็นวันที่คนไทยทั้งชาติได้รับพระราชทานพิพิธภัณฑสถานสำหรับประชาชนเป็นครั้งแรก จากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ. 2417 เพื่อน้อมรำลึกถึงพระคุณของพระองค์ท่าน และเพื่อปลูกฝังให้คนไทยรักและหวงแหนในศิลปวัฒนธรรมอันเป็นสิ่งที่แสดงถึงเอกลักษณ์ของความเป็นไทยในวันพิพิธภัณฑ์ไทย | + | |
| ===== เกร็ดความรู้ 19 เรื่องของพิพิธภัณฑ์ ===== | ===== เกร็ดความรู้ 19 เรื่องของพิพิธภัณฑ์ ===== | ||
| - “พิพิธภัณฑสถาน” มีความหมายตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน พ.ศ. 2542 ว่า "สถานที่เก็บรวบรวมและแสดงสิ่งต่างๆ ที่มีความสำคัญด้านวัฒนธรรม หรือด้านวิทยาศาสตร์ โดยมีความมุ่งหมายเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาและก่อให้เกิดความเพลิดเพลินใจ" | - “พิพิธภัณฑสถาน” มีความหมายตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน พ.ศ. 2542 ว่า "สถานที่เก็บรวบรวมและแสดงสิ่งต่างๆ ที่มีความสำคัญด้านวัฒนธรรม หรือด้านวิทยาศาสตร์ โดยมีความมุ่งหมายเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาและก่อให้เกิดความเพลิดเพลินใจ" | ||
| - รัชกาลที่ 4 ทรงเป็นผู้บัญญัติศัพท์คำว่า **“พิพิธภัณฑ์”** ใช้ในประเทศไทย | - รัชกาลที่ 4 ทรงเป็นผู้บัญญัติศัพท์คำว่า **“พิพิธภัณฑ์”** ใช้ในประเทศไทย | ||
| - | - คำว่า **“พิพิธภัณฑสถาน”** มาจากคำภาษาบาลีและสันสกฤต | + | - คำว่า **“พิพิธภัณฑสถาน”** มาจากคำภาษาบาลีและสันสกฤต |
| - | ดังนั้น คำว่า **“พิพิธภัณฑสถาน”** จึงแปลว่า สถานที่สำหรับรวบรวมสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ อาทิ โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ เป็นต้น | + | * “พิพิธ” แปลว่า ต่างๆ กัน |
| + | * “ภัณฑ์” แปลว่า สิ่งของ เครื่องใช้ | ||
| + | * “สถาน” หมายถึง สถานที่ แหล่ง ที่ตั้ง (ดังนั้น คำว่า **“พิพิธภัณฑสถาน”** จึงแปลว่า สถานที่สำหรับรวบรวมสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ อาทิ โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ เป็นต้น) | ||
| - ในปี พ.ศ. 2402 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระที่นั่งองค์หนึ่งขึ้นในพระบรมมหาราชวังและพระราชทานนามว่า **“ประพาสพิพิธภัณฑ์”** เพื่อใช้เป็นที่จัดตั้งแสดงศิลปะโบราณวัตถุที่ทรงรวบรวมไว้ แต่มิได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมโดยเรียกพิพิธภัณฑสถานในครั้งนั้นทับศัพท์ภาษาอังกฤษว่า **“มิวเซียม”** | - ในปี พ.ศ. 2402 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระที่นั่งองค์หนึ่งขึ้นในพระบรมมหาราชวังและพระราชทานนามว่า **“ประพาสพิพิธภัณฑ์”** เพื่อใช้เป็นที่จัดตั้งแสดงศิลปะโบราณวัตถุที่ทรงรวบรวมไว้ แต่มิได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมโดยเรียกพิพิธภัณฑสถานในครั้งนั้นทับศัพท์ภาษาอังกฤษว่า **“มิวเซียม”** | ||
| - ในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 ได้โปรดเกล้าฯให้จัดตั้งมิวเซียมหลวงขึ้นที่หอคองคอเดีย หรือศาลาสหทัยสมาคมภายในพระบรมมหาราชวังชั้นนอกเพื่อจัดแสดงสิ่งของต่างๆ และเปิดให้ประชาชนเข้าชมเป็นครั้งแรก เนื่องในการเฉลิมพระชนมายุครบ 21 พรรษา โดยมีพิธีเปิดเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2417 ดังนั้น จึงถือว่าวันนี้เป็นวันกำเนิดกิจการพิพิธภัณฑ์สถานสำหรับประชาชนในประเทศไทยเป็นครั้งแรก | - ในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 ได้โปรดเกล้าฯให้จัดตั้งมิวเซียมหลวงขึ้นที่หอคองคอเดีย หรือศาลาสหทัยสมาคมภายในพระบรมมหาราชวังชั้นนอกเพื่อจัดแสดงสิ่งของต่างๆ และเปิดให้ประชาชนเข้าชมเป็นครั้งแรก เนื่องในการเฉลิมพระชนมายุครบ 21 พรรษา โดยมีพิธีเปิดเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2417 ดังนั้น จึงถือว่าวันนี้เป็นวันกำเนิดกิจการพิพิธภัณฑ์สถานสำหรับประชาชนในประเทศไทยเป็นครั้งแรก | ||
| - ในปี พ.ศ. 2538 คณะรัฐมนตรีได้ประกาศให้วันที่ 19 กันยายนของทุกปีเป็น “วันพิพิธภัณฑ์ไทย” | - ในปี พ.ศ. 2538 คณะรัฐมนตรีได้ประกาศให้วันที่ 19 กันยายนของทุกปีเป็น “วันพิพิธภัณฑ์ไทย” | ||
| - | 7. มิวเซียมหลวงที่หอคองคอเดีย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้จัดตั้งขึ้นนี้ ได้เปิดให้ประชาชนเข้าชมเฉพาะในการเฉลิมพระชนมพรรษาต่อเนื่องเป็น | + | - มิวเซียมหลวงที่หอคองคอเดีย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้จัดตั้งขึ้นนี้ ได้เปิดให้ประชาชนเข้าชมเฉพาะในการเฉลิมพระชนมพรรษาต่อเนื่องเป็นประจำทุกปีจนถึงปี พ.ศ. 2430 พระองค์ได้ย้ายมิวเซียมหลวงจากพระบรมมหาราชวังไปจัดตั้งในพระราชวังบวรสถานมงคลหรือวังหน้า ซึ่งมิวเซียมหลวงแห่งนี้ถือเป็นจุดกำเนิดพิพิธภัณฑสถานแห่งแรกของไทยซึ่งต่อมาก็คือ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครนั่นเอง |
| - | + | - พิพิธภัณฑสถานหอคองคอเดียในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 จัดเป็นพิพิธภัณฑ์ทั่วไป มีพระยาภาสกรวงษ์ (พร บุนนาค) นายทหารในกรมทหารมหาดเล็ก เป็นหัวหน้าฝ่ายไทย และมีนายเฮนรี่ อาลาบาสเตอร์ เป็นผู้อำนวยการจัดแสดงในพิพิธภัณฑสถาน หอคองคอเดียให้เป็นแบบสากล | |
| - | ประจำทุกปีจนถึงปี พ.ศ. 2430 พระองค์ได้ย้ายมิวเซียมหลวงจากพระบรมมหาราชวังไปจัดตั้งในพระราชวังบวรสถานมงคลหรือวังหน้า ซึ่งมิวเซียมหลวงแห่งนี้ถือเป็น | + | - การจัดแสดงในหอคองคอเดีย แบ่งเป็น 3 กลุ่ม (นายเฮนรี่ยังเป็นผู้ริเริ่มจัดทำแค็ตตาล็อกบัญชีภาษาอังกฤษและภาษาไทยด้วย) |
| - | + | * ศิลปะโบราณวัตถุของไทย | |
| - | จุดกำเนิดพิพิธภัณฑสถานแห่งแรกของไทยซึ่งต่อมาก็คือ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร นั่นเอง | + | * ศิลปะโบราณวัตถุส่วนพระมหากษัตริย์ |
| - | 8. พิพิธภัณฑสถานหอคองคอเดียในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 จัดเป็นพิพิธภัณฑ์ทั่วไป มีพระยาภาสกรวงษ์ (พร บุนนาค) นายทหารในกรมทหารมหาดเล็ก เป็นหัวหน้าฝ่ายไทย | + | * ศิลปะโบราณวัตถุจากต่างประเทศ |
| - | + | - เจ้าหน้าที่กุเรเตอร์ (curator) หรือภัณฑารักษ์คนแรกของมิวเซียมคองคอเดีย คือ สิบเอกทัด แห่งกรมทหารช่างมหาดเล็กรักษาพระองค์ ต่อมาได้เป็นพลโทพระยาสโมสรสรรพการ (ทัด ศิริสัมพันธ์) | |
| - | และมีนายเฮนรี่ อาลาบาสเตอร์ เป็นผู้อำนวยการจัดแสดงในพิพิธภัณฑสถาน หอคองคอเดียให้เป็นแบบสากล | + | - ในปี พ.ศ.2431 รัชกาลที่ 5 ได้โปรดให้ยกฐานะพิพิธภัณฑ์ขึ้นเป็นกรมพิพิธภัณฑสถานขึ้นกับกระทรวงธรรมการ และมีพระองค์เจ้าไชยานุชิต กรมหมื่นพงศาดิศรมหิป เป็นเจ้ากรมคนแรก |
| - | 9. การจัดแสดงในหอคองคอเดีย แบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ 1. ศิลปะโบราณวัตถุของไทย 2. ศิลปะโบราณวัตถุส่วนพระมหากษัตริย์ 3. ศิลปะโบราณวัตถุจากต่างประเทศ ซึ่งนาย | + | - ในปี พ.ศ. 2455 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯ ให้รวมงานของกรมพิพิธภัณฑสถานเข้ากับแผนการช่างอย่างประณีตและยกฐานะขึ้นใหม่เป็น กรมศิลปากร งานพิพิธภัณฑ์จึงมาอยู่ในความดูแลของกรมศิลปากร |
| - | + | - พิพิธภัณฑ์สามารถแบ่งประเภทตามหลักสากลทั่วโลกได้ 9 ประเภท ดังนี้ | |
| - | เฮนรี่ยังเป็นผู้ริเริ่มจัดทำแค็ตตาล็อกบัญชีภาษาอังกฤษและภาษาไทยด้วย | + | - พิพิธภัณฑสถานทางศิลปะ (Museum of Art) |
| - | 10. เจ้าหน้าที่กุเรเตอร์ (curator) หรือภัณฑารักษ์คนแรกของมิวเซียมคองคอเดีย คือ สิบเอกทัด แห่งกรมทหารช่างมหาดเล็กรักษาพระองค์ ต่อมาได้เป็นพลโทพระยา | + | - พิพิธภัณฑสถานศิลปะร่วมสมัย (Gallery of Contemporary Arts) |
| - | + | - พิพิธภัณฑสถานทางธรรมชาติวิทยา (Natural History Museum) | |
| - | สโมสรสรรพการ (ทัด ศิริสัมพันธ์) | + | - พิพิธภัณฑสถานทางวิทยาศาสตร์และเครื่องกล (Museum of Science and Technology) |
| - | 11. ในปี พ.ศ.2431 รัชกาลที่ 5 ได้โปรดให้ยกฐานะพิพิธภัณฑ์ขึ้นเป็นกรมพิพิธภัณฑสถานขึ้นกับกระทรวงธรรมการ และมีพระองค์เจ้าไชยานุชิต กรมหมื่นพงศาดิศรมหิป | + | - พิพิธภัณฑสถานทางมานุษยวิทยาและชาติพันธุ์วิทยา (Museum of Anthropology and Ethnology) |
| - | + | - พิพิธภัณฑสถานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี (Museum of History and Archaeology) | |
| - | เป็นเจ้ากรมคนแรก | + | - พิพิธภัณฑสถานประจำท้องถิ่น (Regional Museum) |
| - | 12. ในปี พ.ศ. 2455 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯ ให้รวมงานของกรมพิพิธภัณฑสถานเข้ากับแผนการช่างอย่างประณีตและยกฐานะขึ้นใหม่ | + | - พิพิธภัณฑสถานแบบพิเศษ (Specialized Museum) |
| - | + | - พิพิธภัณฑสถานของมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษา (University Museum) | |
| - | เป็น กรมศิลปากร งานพิพิธภัณฑ์จึงมาอยู่ในความดูแลของกรมศิลปากร | + | - ในประเทศไทย พิพิธภัณฑสถานในสังกัดกรมศิลปากร ได้จ้ดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติ จึงมีคำว่า **“แห่งชาติ”** กำกับ นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑสถานอื่นๆ เช่น พิพิธภัณฑสถานในส่วนราชการ/รัฐวิสาหกิจ เช่น รัฐสภา สวนสัตว์ดุสิต พิพิธภัณฑสถานในส่วนประจำวัด หรือ องค์การทางศาสนา เช่น พิพิธภัณฑสถานแสดงชีวประวัติหลวงปู่มั่น ท่านพุทธทาส และพิพิธภัณฑสถานของเอกชน เช่น เมืองโบราณ บ้านจิม ทอมสัน เป็นต้น |
| - | 13 พิพิธภัณฑ์สามารถแบ่งประเภทตามหลักสากลทั่วโลก ได้ ดังนี้ 1.พิพิธภัณฑสถานทางศิลปะ (Museum of Art) 2. พิพิธภัณฑสถานศิลปะร่วมสมัย (Gallery of | + | - พิพิธภัณฑสถานในความดูแลของกรมศิลปากร มี 2 ลักษณะคือ |
| - | + | * พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ส่วนกลาง (กรุงเทพมหานคร) เช่น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเรือพระราชพิธี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ เป็นต้น | |
| - | Contemporary Arts) 3. พิพิธภัณฑสถานทางธรรมชาติวิทยา (Natural History Museum) 4. พิพิธภัณฑสถานทางวิทยาศาสตร์และเครื่องกล (Museum of Science and | + | * พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ส่วนภูมิภาค เช่น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ จังหวัดลพบุรี เป็นต้น |
| - | + | - หน้าที่ของพิพิธภัณฑสถานโดยทั่วไป แบ่งเป็นหมวดใหญ่ๆ ได้ดังนี้ | |
| - | Technology) 5. พิพิธภัณฑสถานทางมานุษยวิทยาและชาติพันธุ์วิทยา (Museum of Anthropology and Ethnology) 6. พิพิธภัณฑสถานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี | + | - รวบรวมวัตถุ (Collection) |
| - | + | - จำแนกประเภทวัตถุ (Identifying) | |
| - | (Museum of History and Archaeology) 7. พิพิธภัณฑสถานประจำท้องถิ่น (Regional Museum) 8. พิพิธภัณฑสถานแบบพิเศษ (Specialized Museum) 9. | + | - ทำบันทึกหลักฐาน (Recording) |
| - | + | - สงวนรักษา (Preservation) | |
| - | พิพิธภัณฑสถานของมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษา (University Museum) | + | - จัดแสดง (Exhibition) |
| - | 14. ในประเทศไทย พิพิธภัณฑสถานในสังกัดกรมศิลปากร ได้จ้ดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติ จึงมีคำว่า **“แห่งชาติ”** กำกับ นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑสถานอื่นๆ เช่น | + | - ให้บริการทางการศึกษา (Education) |
| - | + | - ผู้ที่เข้าชมพิพิธภัณฑสถานสามารถแบ่งได้หลายประเภท เช่น นักท่องเที่ยว/ชาวพื้นเมือง รวมถึงเจ้าของประเทศ นอกจากนี้บางแห่งยังแบ่งเป็นเด็กนักเรียน/ผู้ชมที่เป็นประชาชนทั่วไป และผู้สนใจพิเศษหรือผู้เชี่ยวชาญ เป็นต้น | |
| - | พิพิธภัณฑสถานในส่วนราชการ/รัฐวิสาหกิจ เช่น รัฐสภา สวนสัตว์ดุสิต พิพิธภัณฑสถานในส่วนประจำวัด หรือ องค์การทางศาสนา เช่น พิพิธภัณฑสถานแสดงชีวประวัติ | + | - จุดประสงค์ของการเข้าชมพิพิธภัณฑสถาน ได้แก่ เพื่อความเพลิดเพลิน / เพื่อชมความงามและคุณค่าของวัตถุที่จัดแสดง และเพื่อการศึกษา ค้นคว้า |
| - | + | - พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เคยพระราชทานพระบรมราโชวาทไว้ว่า //“.......... ต้องพยายามแนะนำชักจูงคนทั่วไปให้ทราบถึงกิจการ บริการ รวมทั้งประโยชน์ที่พึงจะได้รับจากพิพิธภัณฑสถาน เมื่อประชาชนได้รู้จัก ได้ใช้ และได้รับประโยชน์จากพิพิธภัณฑสถานโดยกว้างขวางแล้ว จะนับว่าเกิดประโยชน์แก่การศึกษาค้นคว้าอย่างแท้จริง .... ”// | |
| - | หลวงปู่มั่น ท่านพุทธทาส และพิพิธภัณฑสถานของเอกชน เช่น เมืองโบราณ บ้านจิม ทอมสัน เป็นต้น | + | |
| - | 15. พิพิธภัณฑสถานในความดูแลของกรมศิลปากร มี 2 ลักษณะคือ 1.พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ส่วนกลาง (กรุงเทพมหานคร) เช่น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร | + | |
| - | + | ||
| - | พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเรือพระราชพิธี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ เป็นต้น 2. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ส่วนภูมิภาค เช่น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ | + | |
| - | + | ||
| - | เจ้าสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ จังหวัดลพบุรี เป็นต้น | + | |
| - | 16. หน้าที่ของพิพิธภัณฑสถานโดยทั่วไป แบ่งเป็นหมวดใหญ่ๆ ได้ดังนี้ 1. รวบรวมวัตถุ (Collection) 2. จำแนกประเภทวัตถุ (Identifying) 3. ทำบันทึกหลักฐาน | + | |
| - | + | ||
| - | (Recording) 4. สงวนรักษา (Preservation) 5. จัดแสดง (Exhibition) และ 6. ให้บริการทางการศึกษา (Education) | + | |
| - | 17. ผู้ที่เข้าชมพิพิธภัณฑสถานสามารถแบ่งได้หลายประเภท เช่น นักท่องเที่ยว/ชาวพื้นเมือง รวมถึงเจ้าของประเทศ นอกจากนี้บางแห่งยังแบ่งเป็นเด็กนักเรียน/ผู้ชมที่ | + | |
| - | + | ||
| - | เป็นประชาชนทั่วไป และผู้สนใจพิเศษหรือผู้เชี่ยวชาญ เป็นต้น | + | |
| - | 18. จุดประสงค์ของการเข้าชมพิพิธภัณฑสถาน ได้แก่ เพื่อความเพลิดเพลิน / เพื่อชมความงามและคุณค่าของวัตถุที่จัดแสดง และเพื่อการศึกษา ค้นคว้า | + | |
| - | 19. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เคยพระราชทานพระบรมราโชวาทไว้ว่า “.......... ต้องพยายามแนะนำชักจูงคนทั่วไปให้ทราบถึงกิจการ บริการ รวมทั้งประโยชน์ที่พึง | + | |
| - | + | ||
| - | จะได้รับจากพิพิธภัณฑสถาน เมื่อประชาชนได้รู้จัก ได้ใช้ และได้รับประโยชน์จากพิพิธภัณฑสถานโดยกว้างขวางแล้ว จะนับว่าเกิดประโยชน์แก่การศึกษาค้นคว้าอย่างแท้ | + | |
| - | + | ||
| - | จริง .... ” | + | |
| ---- | ---- | ||
| - | แหล่งที่มา : วรนุช อุษณกร. ประวัติวันสำคัญที่ควรรู้จัก. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์, 2543. | + | แหล่งที่มา : |
| - | "สนเทศน่ารู้ : วันพิพิธภัณฑ์ไทย 19 กันยายน". [ออนไลน์]. เข้าถึงได้ที่ : http://www.lib.ru.ac.th/journal/sep/sep19-ThaiMuseumDay.html. (วันที่ค้นข้อมูล 12 กันยายน | + | วรนุช อุษณกร. **ประวัติวันสำคัญที่ควรรู้จัก**. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์, 2543. |
| - | + | **"สนเทศน่ารู้ : วันพิพิธภัณฑ์ไทย 19 กันยายน"**. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้ที่ : http://www.lib.ru.ac.th/journal/sep/sep19-ThaiMuseumDay.html. (วันที่ค้นข้อมูล 12 กันยายน 2555). | |
| - | 2555). | + | กระทรวงวัฒนธรรม. **๑๙ กันยายน วันพิพิธภัณฑ์ไทย กับ ๑๙ เรื่องชวนรู้.** [ออนไลน์]. เข้าถึงได้ที่ : http://www.m-culture.go.th/detail_page.php?sub_id=2129. (วันที่ค้นข้อมูล 12 กันยายน 2555). |
| - | กระทรวงวัฒนธรรม. ๑๙ กันยายน วันพิพิธภัณฑ์ไทย กับ ๑๙ เรื่องชวนรู้. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้ที่ : http://www.m-culture.go.th/detail_page.php?sub_id=2129. (วันที่ | + | |
| - | + | ||
| - | ค้นข้อมูล 12 กันยายน 2555). | + | |
| ---- | ---- | ||
| - | แหล่งที่มา : | + | |
