This is an old revision of the document!
—-

เทคนิคการออกแบบสื่อนำเสนอ

ในปัจจุบันคงมีหลายท่านที่หลีกหนีไม่พ้นการนำเสนอผลงานในที่ประชุม หรือหน้าชั้น หน้าห้องเรียน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ทุกท่านไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ มือสมัครเล่น หรือมือฉมัง ต่างก็รู้สึกว่า “สื่อ” นำเสนอ เป็นภาระอันหนักยิ่ง เนื่องจากสื่อเปรียบเสมือนสะพานเชื่อมเนื้อหาสาระของผู้บรรยายไปยังผู้รับฟัง ผู้รับชม สื่อจึงมีบทบาทสำคัญอย่างมาก สื่อที่ดีจะช่วยให้การถ่ายทอดเนื้อหาสาระทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ผู้ฟัง ผู้ชม สามารถจดจำเนื้อหาสาระได้นานและเข้าใจในเนื้อหาสาระได้ดียิ่งขึ้น

ดังนั้นหลังจากการนำเสนอผลงาน หากได้รับคำชม หรือได้ยิน “นำเสนอได้น่าประทับใจ” หรือ “สื่อนี้น่าสนใจมาก” คงเป็นกำลังใจอันดี แม้ว่าในระหว่างการนำเสนอจะมีข้อติดขัดในเรื่องอื่น ก็คงไม่รู้สึกหนักหนาเท่าไรนัก แต่เนื่องจากช่วงเวลานำเสนอในแต่ละครั้ง มักจะมีการจำกัดเวลา บางครั้งให้พูดเพียง 10 นาที ในขณะที่เนื้อหาที่ต้องการนำเสนอมีมากเป็นชั่วโมงๆ สื่อนำเสนอ จึงเป็น “ภาระ” เริ่มต้นก่อนนำเสนอในแต่ละครั้ง ทำอย่างไรจะสร้างสื่อได้ตรงกับเนื้อหา ตรงเป้าหมาย วัตถุประสงค์ที่จะนำเสนอ ในปัจจุบันสื่อที่ใช้นำเสนอ เป็นได้ทั้งเครื่องมือ อุปกรณ์ สื่อวัสดุ และวิธีการนำมาใช้ เพื่อพัฒนาความรู้ ความสามารถ ทัศนคติ และทักษะความชำนาญให้เกิดขึ้นกับผู้ฟัง ผู้ชม

สื่อนำเสนอที่ดี มีความโดดเด่น น่าสนใจ จะต้องมีผ่านขบวนการออกแบบ จะต้องเน้นแนวคิด “หนึ่งสไลด์ ต่อหนึ่งความคิด” มีการสรุปประเด็น หรือสาระสำคัญ โดยมีแนวทาง 3 ประการช่วยในการออกแบบ ได้แก่

  • สื่อความหมายได้รวดเร็ว
  • เนื้อหาเป็นลำดับ
  • สื่อนำเสนอต้องสะดุดตา น่าสนใจ

สื่อความหมายได้รวดเร็ว

สื่อนำเสนอที่ดี ต้องสามารถสื่อความหมายให้ผู้ฟัง ผู้ชมได้อย่างรวดเร็ว การออกแบบสื่อนำเสนอในประเด็นนี้ผู้ออกแบบ จะต้องทราบกลุ่มเป้าหมาย (Audience) เนื้อหาสาระที่ต้องการนำเสนอ และสถานที่/เวลาที่ต้องการนำเสนอเพื่อประกอบการออกแบบสื่อ

  • กลุ่มเป้าหมายขนาดเล็ก สื่อนำเสนอควรมีลักษณะที่ให้ความสำคัญกับผู้ฟังมากกว่าเนื้อหา สามารถนำเทคนิค หรือ Effect ต่างๆ ของโปรแกรมสร้างสื่อมาใช้ได้อย่างเต็มที่
  • กลุ่มเป้าหมายที่มีลักษณะโต้ตอบ เช่น การนำเสนอทางวิชาการ, การบรรยาย หรือฝึกอบรม สื่อนำเสนอควรให้ความสำคัญกับเนื้อหา รวมทั้งยังสามารถนำเทคนิค หรือ Effect ต่างๆ ของโปรแกรมสร้างสื่อมาใช้ได้อย่างเต็มที่เช่นกัน
  • กลุ่มเป้าหมายเฉพาะกิจ เช่น ผู้บริหาร, นักวิชาการ สื่อนำเสนอจะต้องให้ความสำคัญกับเนื้อหา และตัวผู้นำเสนอเป็นสำคัญ เนื้อหาควรมุ่งเฉพาะเป้าหมายของการนำเสนอ ไม่เน้น Effect มากนัก
  • กลุ่มเป้าหมายขนาดใหญ่ การนำเสนอในกลุ่มเป้าหมายขนาดใหญ่ มักจะให้ความสำคัญกับผู้บรรยายมากกว่าเนื้อหาที่นำเสนอ ดังนั้นสื่อนำเสนอไม่ควรเน้นที่ Effect แต่ควรให้ความสำคัญกับขนาดตัวอักษร สีตัวอักษร และลักษณะของสีพื้นสไลด์ (Background Color)

ตารางสรุปรูปแบบการสร้างสื่อนำเสนอ

กลุ่มเล็ก กลุ่มโต้ตอบ กลุ่มเฉพาะกิจ กลุ่มใหญ่
จุดเน้น ผู้ฟัง เนื้อหา เนื้อหา/ผู้บรรยาย ผู้บรรยาย
Effect ใช้ได้เต็มที่ ใช้ได้เต็มที่ เรียบร้อย เน้นข้อความ/สีพื้นสไลด์

เนื้อหาเป็นลำดับ

สื่อนำเสนอที่ดี ควรมีการจัดลำดับเนื้อหาเป็นลำดับ มีระเบียบ ดูง่าย ไม่สับสน สื่อนำเสนอต้องทำให้ ผู้ฟัง ผู้ชมทราบว่าข่าวสาร ข้อมูลใดที่ต้องอ่านก่อน และอันดับต่อไปต้องอ่านข้อความใดตามลำดับ โดยปกติคนไทยจะอ่านจากข้างบนซ้ายก่อน และควรมีช่องว่างระหว่างอักขระ หรือระหว่างภาพที่เหมาะสม สิ่งที่จะช่วยในการออกแบบสื่อนำเสนอที่ต้องการจัดลำดับเนื้อหาให้เป็นระเบียบ และดูง่าย คือรูปแบบเนื้อหา และแบบอักษร

รูปแบบเนื้อหา

สื่อนำเสนอแต่ละสไลด์ ควรหลีกเลี่ยงการนำเสนอแบบย่อหน้า (Paragraph) และควรสรุปเนื้อหาที่ต้องการนำเสนอให้เป็นหัวเรื่อง (Title) และหัวข้อ (Topic) หรือแนวคิดหลัก (Main Idea)

สื่อที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการนำเสนอเนื้อหาแบบย่อหน้าได้ ควรใช้เทคนิคการเน้นแนวคิดหลัก (Main Idea) ของแต่ละรายการ หรือในแต่ละย่อหน้าด้วยสีที่โดดเด่น เช่น พื้นสไลด์สีขาว ตัวอักษรปกติสีดำ ควรเน้นแนวคิดหลักด้วยสีแดง เป็นต้น รวมทั้งแต่ละสไลด์ไม่ควรมีเนื้อหาเกิน 6 บรรทัด

โดยปกติระยะห่างระหว่างบรรทัด หรือระหว่างย่อหน้า จะเท่ากับความสูงของอักขระที่เลือก (หน่วยเป็น Point: 72 Point = 1 นิ้ว) กรณีที่ต้องการจัดระยะห่างระหว่างบรรทัด หรือระยะห่างระหว่างย่อหน้า ไม่ควรใช้เทคนิคการกดปุ่ม <Enter> แต่ให้เลือกใช้คำสั่ง Paragraph Spacing หรือ Line Spacing


ผู้เขียน

  1. นายบุญเลิศ อรุณพิบูลย์ รักษาการหัวหน้างานพัฒนาและบริการสื่อสาระดิจิทัล ฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี



Personal Tools
Creative Commons License
STKS Online Learning โดย http://stks.or.th/wiki อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย.