This is an old revision of the document!
—-

มาตรฐานภาพดิจิทัล

การนำเสนอรูปภาพเพื่อประกอบการนำเสนอในลักษณะต่างๆ โดยภาพที่ได้มานั้นมีทั้งจากภาพที่ถ่ายด้วยกล้องถ่ายภาพระบบดิจิทัล (Digital Camera) ภาพจากเครื่องกราดภาพ (Scanner) ซึ่งมีความแตกต่างทั้งในด้านความละเอียด (Resolution) ขนาดภาพ (Image Size) และแนวของภาพ (Orientation) เมื่อมีการนำภาพไปใช้ในลักษณะต่างๆ จึงควรมีการเตรียมภาพให้เหมาะสมกับรูปแบบการนำเสนอ

ภาพต้นฉบับ ภาพสื่อสิ่งพิมพ์ Digital Archive Presentation Database Website Preview
Format JPEG, TIFF TIFF JPEG, TIFF JPEG JPEG PNG, JPEG, GIF PNG, JPEG, GIF
Resolution (dpi) 72 - 300 150/300 72 - 300 72 72 72 72
Mode RGB/CMYK CMYK RGB RGB RGB RGB/Indexed Color
Image Size (pixels) Up to 1840 x 1232 Up to 1840 x 1232 Up to 1024 x 768 Up to 1024 x 768 ประมาณ 300 x 250 ประมาณ 300 x 250 ประมาณ 100 x 100
From Digital Camera, Scanner, Image Editor Image Editor
Folder ควรจัดการโฟลเดอร์ให้เหมาะสม
File Name ควรจัดการชื่อไฟล์ภาพให้เหมาะสม

วันที่/เวลามีความสำคัญ

วันที่/เวลาของกล้องถ่ายภาพดิจิทัล และคอมพิวเตอร์มีความสำคัญสูงมาก ควรตั้งค่าวันที่/เวลาของกล้องถ่ายภาพ และคอมพิวเตอร์ให้ถูกต้องก่อนถ่ายภาพ สแกนภาพ หรือสร้าง/แ้ก้ไขภาพ โดยเฉพาะภาพ JPEG และ TIFF

สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ควรใช้วิธีการตั้งวันที่/เวลาเทียบกับเวลามาตรฐานตามข้อกำหนดของสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ http://www.nimt.or.th ตัวอย่างการกำหนดค่าการเทียบเวลามาตรฐานของ Microsoft Windows

เนื่องจากภาพดังกล่าวมีการบันทึกเมทาดาทาชุด EXIF (Exchangeable Image File Format) เกี่ยวกับวันที่/เวลาสร้าง แก้ไข และเข้าถึงภาพไว้อัตโนมัติ โดยซอฟต์แวร์ในกลุ่มห้องสมุดดิจิทัลหลายตัวสามารถนำค่าจากเมทาดาทาไปใช้งาน และสามารถเขียนโปรแกรมเพื่อประมวลผลข้อมูลจากเมทาดาทาได้ เช่น เว็บไซต์ http://www.photosig.com/go/photos

ความละเอียดของภาพ (Image Resolution)

ภาพจากกล้องดิจิทัล เครื่องกราดภาพ (Scanner) และโปรแกรมสร้าง/ตกแต่งภาพต่างๆ จะสร้างภาพในรูปแบบจุดภาพ (Bitmap) ซึ่งมีความสัมพันธ์กับความละเอียดของภาพ คือ พื้นที่ภาพ 1 ตารางนิ้วจะมีจำนวนจุดสีประกอบเพื่อสร้างภาพกี่จุด และเรียกหน่วยว่าจุดต่อนิ้ว (dpi: dot per inch)

ด้วยเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลที่มีราคาต่ำมากในขณะที่ได้ความจุสูง การบันทึกภาพ การสแกนภาพ และการสร้าง/ตกแต่งภาพควรเริ่มจากภาพที่มีความละเอียดสูง เช่น 300 dpi แล้วค่อยลดความละเอียดลงพร้อมตั้งชื่อแ้ฟ้มภาพใหม่จะดีกว่าการเริ่มต้นจากภาพความละเอียดต่ำ

สำหรับกล้องถ่ายภาพดิจิทัลหลายรุ่นอาจจะไม่สามารถกำหนดความละเอียดภาพได้สูง แต่ก็สามารถชดเชยได้โดยการกำหนดคุณภาพของภาพถ่ายให้สูงเป็น High Resolution

ขนาดภาพ (Image Size)

ขนาดของภาพมีความสำคัญมากในการนำเสนอด้วยรูปแบบที่แตกต่าง ในการสร้างสรรค์ภาพต้นฉบับควรเริ่มจากการกำหนดขนาดของภาพให้สูงกว่าปกติ โดยหน่วยวัดของขนาดภาพคือ พิกเซล (Pixel) ประกอบด้วยค่าความกว้าง (Width) และความยาว (Height) ทั้งนี้ภาพทั่วไปไม่ควรกำหนดขนาดภาพไว้ต่ำกว่า 1024 x 768 พิกเซล และเมื่อมีการนำไปใช้งานควรปรับลดขนาดภาพให้เหมาะสมกับการนำเสนอพร้อมกำหนดชื่อแฟ้มภาพใหม่ ไม่ควรใช้วิธีการลด/เพิ่มขนาดภาพจากค่าควบคุมของโปรแกรมแสดงผล เช่น การนำภาพไปประกอบในเว็บไซต์ควรกำหนดขนาดภาพให้เหมาะสมกับโครงร่าง (Layout) ของเว็บ เช่น ภาพขนาด 100 x 100 พิกเซล ก็ควรปรับย่อขนาดด้วยโปรแกรมตกแต่งภาพให้เป็น 100 x 100 พิกเซล ก่อนนำไปใช้งาน ไม่ควรใช้คำสั่ง HTML กำหนดขนาดภาพ เนื่องจากจะทำให้ภาพที่ได้ไม่คมชัด และอาจจะมีผลต่อการโหลดภาพมาเรียกชมผ่านอินเทอร์เน็ต

นอกจากนี้การนำภาพไปใช้งานต่างบริบทเช่น ภาพทำแบนเนอร์ ภาพทำปุ่ม ภาพทำป้ายโฆษณาบนเว็บ ก็ควรกำหนดมาตรฐานขนาดภาพให้เหมาะสม หรือจะศึกษาได้จากเว็บไซต์ http://www.iab.net ในขณะที่การออกแบบภาพสำหรับสื่อสิ่งพิมพ์ก็ควรกำหนดให้เหมาะสมกับรูปแบบการนำเสนอด้วยเช่นกัน

คุณลักษณะเฉพาะของภาพ

ภาพสำหรับเว็บ มักจะมีคุณลักษณะเฉพาะเช่นการแสดงผลแบบโครงร่างก่อนเป็นภาพละเอียด (Progressive / Interlaced) การตัดสีของพื้นภาพ (Transparent) ดังนั้นการบันทึกภาพแต่ละฟอร์แมตควรทราบก่อนว่าจะนำภาพไปใช้ในกรณีใด เช่น หากต้องการนำภาพไปนำเสนอผ่านเว็บและภาพนั้นมีขนาดโตกว่า 300 พิกเซล ควรกำหนดให้ภาพแสดงผลแบบโครงร่างด้วยทุกครั้ง ทั้งนี้ภาพฟอร์แมต JPEG จะกำหนดที่ค่า Progressive ในขณะที่ภาพฟอร์แมต GIF หรือ PNG จะกำหนดค่าที่ Interlaced รวมทั้งภาพ GIF หรือ PNG บางครั้งอาจจะมีความจำเป็นต้องตัดสีพื้นของภาพออกเพื่อให้การแสดงผลกลืนกับกับสีของเอกสารเว็บ การสร้างภาพฟอร์แมต GIF และ PNG ดังกล่าวจะต้องกำหนดให้เลเยอร์พื้นฐานของผลงานเป็น Transparent หรือใช้คำสั่งดึงสีพื้นออกก่อนบันทึกภาพตามแต่กรรมวิธีสร้างสรรค์ภาพนั้นๆ

สืบค้นภาพได้ง่ายๆ ด้วย IPTC Metadata

เมทาดาทาที่จำเป็นสำหรับภาพฟอร์แมต JPEG และ TIFF อีกชุดคือ IPTC Metadata (http://www.iptc.org) เนื่องจากเป็นชุดเมทาดาทาที่อนุญาตให้เจ้าของภาพ หรือผู้ใช้กำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับภาพเช่น ชื่อภาพ ชื่อผู้สร้างสรรค์ หมวดภาพ คำค้นภาพ ซึ่งจะช่วยให้ภาพดังกล่าวสามารถสืบค้น และประกาศสิทธิ์ความเป็นเจ้าของภาพได้ง่าย อีกทั้งซอฟต์แวร์ในกลุ่มห้องสมุดดิจิทัลหลายโปรแกรมมีฟังก์ชันดึง (Extract) ข้อมูลจากเมทาดาที่ฝังในภาพไปเติมในระบบให้อัตโนมัติ ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาป้อนข้อมูลประกอบภาพ

หมายเหตุ

IPTC Metadata รองรับการป้อนภาษาไทย แต่เมื่อ Extract ยังเกิดปัญหาการเข้ารหัสภาษาไทย จึงควรมีการแก้ไขโปรแกรมต่างๆ ที่ Extract เมทาดาชุดนี้

XMP เมทาดาทาที่จำเป็นสำหรับการประกาศความเป็นเจ้าของภาพ

การประกาศความเป็นเจ้าของภาพอีกวิธีหนึ่งคือ การประกาศความเป็นเจ้าของภาพด้วยสิทธิ์ CreativeCommons โดยการไปกำหนดสิทธิ์ออนไลน์ไดด้ที่เว็บไซต์ http://creativecommons.org และระบุเงื่อนไขการให้ใช้สิทธิ์ของผู้ใช้ จะเป็นแบบรายวัตถุหรือชุดวัตถุ หรือทั้งหมดได้อิสระ จากนั้นเว็บไซต์ CreativeCommons ก็จะสร้างแฟ้มเมทาดาทาประกาศสิทธิ์การใช้ผลงานในรูปแบบ XMP (Extensible Metadata Platform) เพื่อนำมาฝังกับภาพที่ต้องการได้ง่าย


ผู้เขียน

  1. บุญเลิศ อรุณพิบูลย์ นักวิชาการ ศูนย์บริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี



Personal Tools
Creative Commons License
STKS Online Learning โดย http://stks.or.th/wiki อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย.