Differences

This shows you the differences between the selected revision and the current version of the page.


image-standard 2009/07/18 23:36 image-standard 2010/11/05 10:43 current
Line 14: Line 14:
===== วันที่/เวลามีความสำคัญ ===== ===== วันที่/เวลามีความสำคัญ =====
-วันที่/เวลาของกล้องถ่ายภาพดิจิทัล และคอมพิวเตอร์มีความสำคัญสูงมาก ควรตั้งค่าวันที่/เวลาของกล้องถ่ายภาพ และคอมพิวเตอร์ให้ถูกต้องก่อนถ่ายภาพ หรือสร้าง/แ้ก้ไขภาพ โดยเฉพาะภาพ JPEG และ TIFF เนื่องจากภาพดังกล่าวมีการบันทึกเมทาดาทาชุด EXIF (Exchangeable Image File Format) เกี่ยวกับวันที่/เวลาสร้าง แก้ไข และเข้าถึงภาพไว้อัตโนมัติ โดยซอฟต์แวร์ในกลุ่มห้องสมุดดิจิทัลหลายตัวสามารถนำค่าจากเมทาดาทาไปใช้งาน และสามารถเขียนโปรแกรมเพื่อประมวลผลข้อมูลจากเมทาดาทาได้ เช่น เว็บไซต์ http://www.photosig.com/go/photos+วันที่/เวลาของกล้องถ่ายภาพดิจิทัล และคอมพิวเตอร์มีความสำคัญสูงมาก ควรตั้งค่าวันที่/เวลาของกล้องถ่ายภาพ และคอมพิวเตอร์ให้ถูกต้องก่อนถ่ายภาพ สแกนภาพ หรือสร้าง/แก้ไขภาพ โดยเฉพาะภาพ JPEG และ TIFF  
 + 
 +{{:camera-setting.png?nolink|}}
สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ควรใช้วิธีการตั้งวันที่/เวลาเทียบกับเวลามาตรฐานตามข้อกำหนดของสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ http://www.nimt.or.th ตัวอย่างการกำหนดค่าการเทียบเวลามาตรฐานของ Microsoft Windows สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ควรใช้วิธีการตั้งวันที่/เวลาเทียบกับเวลามาตรฐานตามข้อกำหนดของสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ http://www.nimt.or.th ตัวอย่างการกำหนดค่าการเทียบเวลามาตรฐานของ Microsoft Windows
 +{{:standard-time.png?nolink|}}
 +
 +เนื่องจากภาพดังกล่าวมีการบันทึกเมทาดาทาชุด EXIF (Exchangeable Image File Format) เกี่ยวกับวันที่/เวลาสร้าง แก้ไข และเข้าถึงภาพไว้อัตโนมัติ โดยซอฟต์แวร์ในกลุ่มห้องสมุดดิจิทัลหลายตัวสามารถนำค่าจากเมทาดาทาไปใช้งาน และสามารถเขียนโปรแกรมเพื่อประมวลผลข้อมูลจากเมทาดาทาได้ เช่น เว็บไซต์ http://www.photosig.com/go/photos
 +
 +{{:exif-metadata.png?nolink|}}
===== ความละเอียดของภาพ (Image Resolution) ===== ===== ความละเอียดของภาพ (Image Resolution) =====
Line 23: Line 30:
ภาพจากกล้องดิจิทัล เครื่องกราดภาพ (Scanner) และโปรแกรมสร้าง/ตกแต่งภาพต่างๆ จะสร้างภาพในรูปแบบจุดภาพ (Bitmap) ซึ่งมีความสัมพันธ์กับความละเอียดของภาพ คือ พื้นที่ภาพ 1 ตารางนิ้วจะมีจำนวนจุดสีประกอบเพื่อสร้างภาพกี่จุด และเรียกหน่วยว่าจุดต่อนิ้ว (dpi: dot per inch) ภาพจากกล้องดิจิทัล เครื่องกราดภาพ (Scanner) และโปรแกรมสร้าง/ตกแต่งภาพต่างๆ จะสร้างภาพในรูปแบบจุดภาพ (Bitmap) ซึ่งมีความสัมพันธ์กับความละเอียดของภาพ คือ พื้นที่ภาพ 1 ตารางนิ้วจะมีจำนวนจุดสีประกอบเพื่อสร้างภาพกี่จุด และเรียกหน่วยว่าจุดต่อนิ้ว (dpi: dot per inch)
-ด้วยเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลที่มีราคาต่ำมากในขณะที่ได้ความจุสูง การบันทึกภาพ การสแกนภาพ และการสร้าง/ตกแต่งภาพควรเริ่มจากภาพที่มีความละเอียดสูง เช่น 300 dpi แล้วค่อยลดความละเอียดลงพร้อมตั้งชื่อแ้ฟ้มภาพใหม่จะดีกว่าการเริ่มต้นจากภาพความละเอียดต่ำ+ด้วยเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูล (Storage) ที่มีราคาต่ำมากในปัจจุบัน การบันทึกภาพ การสแกนภาพ และการสร้าง/ตกแต่งภาพควรเริ่มจากภาพที่มีความละเอียดสูง 300 dpi ขึ้นไปแล้วจึงลดความละเอียดลงพร้อมตั้งชื่อแฟ้มภาพใหม่เมื่อต้องการนำไปใช้งานจะดีกว่าการเริ่มต้นจากภาพความละเอียดต่ำ 
 + 
 +  * ภาพจากจอภาพควรบันทึกเป็นฟอร์แมต .bmp หรือ .png 24bit หรือหากจะใช้ .jpg ก็ควรกำหนดค่า Quality เป็นสูงสุด  
 + 
 + 
 +{{:image-resolution.png?nolink|}} 
 + 
 +กล้องถ่ายภาพดิจิทัลหลายรุ่นอาจจะไม่สามารถกำหนดความละเอียดของภาพได้สูง แต่ก็สามารถชดเชยได้โดยการกำหนดคุณภาพของภาพถ่าย (Quality) ให้สูงได้ เช่น High Quality
-สำหรับกล้องถ่ายภาพดิจิทัลหลายรุ่นอาจจะไม่สามารถกำหนดความละเอียดภาพได้สูง แต่ก็สามารถชดเชยได้โดยการกำหนดคุณภาพของภาพถ่ายให้สูงเป็น High Resolution  
===== ขนาดภาพ (Image Size) ===== ===== ขนาดภาพ (Image Size) =====
Line 31: Line 44:
ขนาดของภาพมีความสำคัญมากในการนำเสนอด้วยรูปแบบที่แตกต่าง ในการสร้างสรรค์ภาพต้นฉบับควรเริ่มจากการกำหนดขนาดของภาพให้สูงกว่าปกติ โดยหน่วยวัดของขนาดภาพคือ พิกเซล (Pixel) ประกอบด้วยค่าความกว้าง (Width) และความยาว (Height) ทั้งนี้ภาพทั่วไปไม่ควรกำหนดขนาดภาพไว้ต่ำกว่า 1024 x 768 พิกเซล และเมื่อมีการนำไปใช้งานควรปรับลดขนาดภาพให้เหมาะสมกับการนำเสนอพร้อมกำหนดชื่อแฟ้มภาพใหม่ ไม่ควรใช้วิธีการลด/เพิ่มขนาดภาพจากค่าควบคุมของโปรแกรมแสดงผล เช่น การนำภาพไปประกอบในเว็บไซต์ควรกำหนดขนาดภาพให้เหมาะสมกับโครงร่าง (Layout) ของเว็บ เช่น ภาพขนาด 100 x 100 พิกเซล ก็ควรปรับย่อขนาดด้วยโปรแกรมตกแต่งภาพให้เป็น 100 x 100 พิกเซล ก่อนนำไปใช้งาน ไม่ควรใช้คำสั่ง HTML กำหนดขนาดภาพ เนื่องจากจะทำให้ภาพที่ได้ไม่คมชัด และอาจจะมีผลต่อการโหลดภาพมาเรียกชมผ่านอินเทอร์เน็ต ขนาดของภาพมีความสำคัญมากในการนำเสนอด้วยรูปแบบที่แตกต่าง ในการสร้างสรรค์ภาพต้นฉบับควรเริ่มจากการกำหนดขนาดของภาพให้สูงกว่าปกติ โดยหน่วยวัดของขนาดภาพคือ พิกเซล (Pixel) ประกอบด้วยค่าความกว้าง (Width) และความยาว (Height) ทั้งนี้ภาพทั่วไปไม่ควรกำหนดขนาดภาพไว้ต่ำกว่า 1024 x 768 พิกเซล และเมื่อมีการนำไปใช้งานควรปรับลดขนาดภาพให้เหมาะสมกับการนำเสนอพร้อมกำหนดชื่อแฟ้มภาพใหม่ ไม่ควรใช้วิธีการลด/เพิ่มขนาดภาพจากค่าควบคุมของโปรแกรมแสดงผล เช่น การนำภาพไปประกอบในเว็บไซต์ควรกำหนดขนาดภาพให้เหมาะสมกับโครงร่าง (Layout) ของเว็บ เช่น ภาพขนาด 100 x 100 พิกเซล ก็ควรปรับย่อขนาดด้วยโปรแกรมตกแต่งภาพให้เป็น 100 x 100 พิกเซล ก่อนนำไปใช้งาน ไม่ควรใช้คำสั่ง HTML กำหนดขนาดภาพ เนื่องจากจะทำให้ภาพที่ได้ไม่คมชัด และอาจจะมีผลต่อการโหลดภาพมาเรียกชมผ่านอินเทอร์เน็ต
-นอกจากนี้การนำภาพไปใช้งานต่างบริบทเช่น ภาพทำแบนเนอร์ ภาพทำปุ่ม ภาพทำป้ายโฆษณาบนเว็บ ก็ควรกำหนดมาตรฐานขนาดภาพให้เหมาะสม หรือจะศึกษาได้จากเว็บไซต์ http://www.iab.net ในขณะที่การออกแบบภาพสำหรับสื่อสิ่งพิมพ์ก็ควรกำหนดให้เหมาะสมกับรูปแบบการนำเสนอด้วยเช่นกัน +นอกจากนี้การนำภาพไปใช้งานต่างบริบทเช่น ภาพทำแบนเนอร์ ภาพทำปุ่ม ภาพทำป้ายโฆษณาบนเว็บ ก็ควรกำหนดมาตรฐานขนาดภาพให้เหมาะสม หรือจะศึกษาได้จากเว็บไซต์ [[http://www.iab.net/iab_products_and_industry_services/1421/1443/1452|iab.net]] ในขณะที่การออกแบบภาพสำหรับสื่อสิ่งพิมพ์ก็ควรกำหนดให้เหมาะสมกับรูปแบบการนำเสนอด้วยเช่นกัน
 +{{:iab-image-size.png|IAB.net}}
===== คุณลักษณะเฉพาะของภาพ ===== ===== คุณลักษณะเฉพาะของภาพ =====
-ภาพสำหรับเว็บ มักจะมีคุณลักษณะเฉพาะเช่นการแสดงผลแบบโครงร่างก่อนเป็นภาพละเอียด (Progressive / Interlaced) การตัดสีของพื้นภาพ (Transparent) ดังนั้นการบันทึกภาพแต่ละฟอร์แมตควรทราบก่อนว่าจะนำภาพไปใช้ในกรณีใด เช่น หากต้องการนำภาพไปนำเสนอผ่านเว็บและภาพนั้นมีขนาดโตกว่า 300 พิกเซล ควรกำหนดให้ภาพแสดงผลแบบโครงร่างด้วยทุกครั้ง ทั้งนี้ภาพฟอร์แมต JPEG จะกำหนดที่ค่า Progressive ในขณะที่ภาพฟอร์แมต GIF หรือ PNG จะกำหนดค่าที่ Interlaced รวมทั้งภาพ GIF หรือ PNG บางครั้งอาจจะมีความจำเป็นต้องตัดสีพื้นของภาพออกเพื่อให้การแสดงผลกลืนกับกับสีของเอกสารเว็บ การสร้างภาพฟอร์แมต GIF และ PNG ดังกล่าวจะต้องกำหนดให้เลเยอร์พื้นฐานของผลงานเป็น Transparent หรือใช้คำสั่งดึงสีพื้นออกก่อนบันทึกภาพตามแต่กรรมวิธีสร้างสรรค์ภาพนั้นๆ+ภาพสำหรับเว็บ มักจะมีคุณลักษณะเฉพาะเช่นการแสดงผลแบบโครงร่างก่อนเป็นภาพละเอียด (Progressive / Interlaced) การตัดสีของพื้นภาพ (Transparent) ดังนั้นการบันทึกภาพแต่ละฟอร์แมตควรทราบก่อนว่าจะนำภาพไปใช้ในกรณีใด เช่น หากต้องการนำภาพไปนำเสนอผ่านเว็บและภาพนั้นมีขนาดโตกว่า 300 พิกเซล ควรกำหนดให้ภาพแสดงผลแบบโครงร่างด้วยทุกครั้ง ทั้งนี้ภาพฟอร์แมต [[graphics:jpg|JPEG]] จะกำหนดที่ค่า Progressive ในขณะที่ภาพฟอร์แมต [[graphics:gif|GIF]] หรือ [[graphics:png|PNG]] จะกำหนดค่าที่ Interlaced รวมทั้งภาพ GIF หรือ PNG บางครั้งอาจจะมีความจำเป็นต้องตัดสีพื้นของภาพออกเพื่อให้การแสดงผลกลืนกับกับสีของเอกสารเว็บ การสร้างภาพฟอร์แมต GIF และ PNG ดังกล่าวจะต้องกำหนดให้เลเยอร์พื้นฐานของผลงานเป็น Transparent หรือใช้คำสั่งดึงสีพื้นออกก่อนบันทึกภาพตามแต่กรรมวิธีสร้างสรรค์ภาพนั้นๆ
===== สืบค้นภาพได้ง่ายๆ ด้วย IPTC Metadata ===== ===== สืบค้นภาพได้ง่ายๆ ด้วย IPTC Metadata =====
-เมทาดาทาที่จำเป็นสำหรับภาพฟอร์แมต JPEG และ TIFF อีกชุดคือ IPTC Metadata (http://www.iptc.org) เนื่องจากเป็นชุดเมทาดาทาที่อนุญาตให้เจ้าของภาพ หรือผู้ใช้กำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับภาพเช่น ชื่อภาพ ชื่อผู้สร้างสรรค์ หมวดภาพ คำค้นภาพ ซึ่งจะช่วยให้ภาพดังกล่าวสามารถสืบค้น และประกาศสิทธิ์ความเป็นเจ้าของภาพได้ง่าย อีกทั้งซอฟต์แวร์ในกลุ่มห้องสมุดดิจิทัลหลายโปรแกรมมีฟังก์ชันดึง (Extract) ข้อมูลจากเมทาดาที่ฝังในภาพไปเติมในระบบให้อัตโนมัติ ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาป้อนข้อมูลประกอบภาพ +เมทาดาทาที่จำเป็นสำหรับภาพฟอร์แมต JPEG และ TIFF อีกชุดคือ IPTC Metadata เป็นชุดเมทาดาทาที่อนุญาตให้เจ้าของภาพ หรือผู้ใช้กำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับภาพเช่น ชื่อภาพ ชื่อผู้สร้างสรรค์ หมวดภาพ คำค้นภาพ ซึ่งจะช่วยให้ภาพดังกล่าวสามารถสืบค้น และประกาศสิทธิ์ความเป็นเจ้าของภาพได้ง่าย อีกทั้งซอฟต์แวร์ในกลุ่มห้องสมุดดิจิทัลหลายโปรแกรม มีฟังก์ชันดึง (Extract) ข้อมูลจากเมทาดาที่ฝังในภาพไปเติมในระบบให้อัตโนมัติ ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาป้อนข้อมูลประกอบภาพ 
 + 
 +การป้อนข้อมูลให้กับ IPTC Metadata ทำได้ง่ายๆ โดยซอฟต์แวร์จัดการภาพเช่น ACDSee, XnView และ PhotoShop มีคำสั่งให้เจ้าของภาพ ผู้สร้างสรรค์ภาพ และผู้ใช้ภาพใส่ข้อมูลได้  
 +ตัวอย่างการระบุ IPTC Metadata ด้วยโปรแกรม XnView ทำได้โดยการคลิกปุ่มขวาของเมาส์ที่ภาพ หรือกลุ่มภาพแล้วเลือกคำสั่ง Edit, IPTC Data จะปรากฏจอภาพป้อนข้อมูลเมทาดาทาที่สามารถระบุข้อมูลได้หลากหลายกลุ่ม 
 + 
 +{{:iptc-metadata.png?nolink|}} 
=== หมายเหตุ === === หมายเหตุ ===
-IPTC Metadata รองรับการป้อนภาษาไทย แต่เมื่อ Extract ยังเกิดปัญหาการเข้ารหัสภาษาไทย จึงควรมีการแก้ไขโปรแกรมต่างๆ ที่ Extract เมทาดาชุดนี้+IPTC Metadata รองรับการป้อนภาษาไทย แต่เมื่อ Extract ยังเกิดปัญหาการเข้ารหัสภาษาไทย จึงควรมีการแก้ไขโปรแกรมต่างๆ ที่ Extract เมทาดาชุดนี้ ปัจจุบัน STKS ได้ดำเนินการแก้ไขโปรแกรมที่เกี่ยวข้องดังนี้ 
 +  - JoomGallery -- Extension จัดการภาพของ Joomla 
 +  - Gallery2 
 + 
 +ท่านใดสนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ STKS
-===== XMP เมทาดาทาที่จำเป็นสำหรับการประกาศความเป็นเจ้าของภาพ =====+===== แหล่งข้อมูล =====
-การประกาศความเป็นเจ้าของภาพอีกวิธีหนึ่งคือ การประกาศความเป็นเจ้าของภาพด้วยสิทธิ์ CreativeCommons โดยการไปกำหนดสิทธิ์ออนไลน์ไดด้ที่เว็บไซต์ http://creativecommons.org และระบุเงื่อนไขการให้ใช้สิทธิ์ของผู้ใช้ จะเป็นแบบรายวัตถุหรือชุดวัตถุ หรือทั้งหมดได้อิสระ จากนั้นเว็บไซต์ CreativeCommons ก็จะสร้างแฟ้มเมทาดาทาประกาศสิทธิ์การใช้ผลงานในรูปแบบ XMP (Extensible Metadata Platform) เพื่อนำมาฝังกับภาพที่ต้องการได้ง่าย+  * http://www.fileformat.info/tip/web/imagesize.htm
---- ----
Line 55: Line 79:
  - บุญเลิศ อรุณพิบูลย์ นักวิชาการ ศูนย์บริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี   - บุญเลิศ อรุณพิบูลย์ นักวิชาการ ศูนย์บริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
 +{{tag>standard "Image Metadata" Metadata Gallery "Digital Collection"}}

Personal Tools
Creative Commons License
STKS Online Learning โดย http://stks.or.th/wiki อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย.