Trace: » ex052
การคำนวณด้วยฟังก์ชันสำเร็จรูป (Function)
- ฟังก์ชันคำนวณด้านการเงิน เช่น DDB( ) หาค่าเสื่อมราคาที่ระยะเวลาใด ๆ โดยวิธี Double - declining balance method
- ฟังก์ชันคำนวณด้านวัน เวลา เช่น NOW( ) ฟังก์ชันให้ค่าวันเวลาปัจจุบัน
- ฟังก์ชันคำนวณด้านคณิตศาสตร์ เช่น TAN( ) ฟังก์ชันหาค่า Tangent ของมุม
- ฟังก์ชันคำนวณด้านสถิติ เช่น SUM( ) ฟังก์ชันหาผลรวมของชุดตัวเลข
- ฟังก์ชันคำนวณด้านฐานข้อมูล เช่น DSUM( ) ฟังก์ชันหาผลรวมของข้อมูลตามเงื่อนไขที่ระบุ
- ฟังก์ชันในการค้นหาข้อมูล เช่น HLOOPUP( ) ฟังก์ชันหาข้อมูลที่ตรงตามเงื่อนไข
- ฟังก์ชันจัดการตัวอักษร เช่น CHAR( ) ให้ค่าตัวอักษรจากตาราง ASCII
- ฟังก์ชันการคำนวณแบบตรรก เช่น AND( ) ให้ค่าทางตรรกะในกรณี AND
- ฟังก์ชันด้านวิศวกรรม เช่น HEX2OCT( ) แปลงตัวเลขฐาน 16 เป็นตัวเลขฐาน 8
การคำนวณด้วยฟังก์ชันมีรูปแบบดังนี้
- เลื่อน Cell Pointer ไปไว้ ณ เซลล์ที่ต้องการวางผลลัพธ์
- สร้างฟังก์ชันการคำนวณแล้วกดปุ่ม <Enter> โดยฟังก์ชันจะมีรูปแบบดังนี้
=ชื่อฟังก์ชัน(ค่า)
ค่าที่นำมาใช้ในการคำนวณ อาจจะเป็นค่าคงที่ เช่น 500 หรืออาจจะเป็นตำแหน่งเซลล์ เช่น A5 จะหมายถึงนำค่าที่ถูกเก็บไว้ในเซลล์ ณ ตำแหน่งแถวที่ 5 คอลัมน์ A มาคำนวณ
=SUM(3,5,8,12) หาผลรวมของ 3, 5, 8 และ 12
เหมือนกับการใช้สูตร =3+5+8+12
=SUM(A3:A8) หาผลรวมของค่าในเซลล์ A3 ถึง A8
=SUM(A4,B5,E6) หาผลรวมของค่าในเซลล์ A4, B5 และ E6
=SUM(A3:A8,B2:F4) หาผลรวมของค่าในเซลล์ A3 ถึงเซลล์ A8 กับผลรวม
ของค่าในเซลล์ B2 ถึงเซลล์ F4
=AVERAGE(G2:H8) หาค่าเฉลี่ยของค่าในเซลล์ G2 ถึง H8
=MIN(H5:H30) หาค่าต่ำสุดของตัวเลขในช่วง H5 ถึง H30
=MAX(I3:I10) หาค่าสูงสุดของตัวเลขในช่วง I3 ถึง I10
