การเขียนตำรา

ประเภทของตำรา

ตำรานั้นแบ่งเป็น 4 ประเภทหลักๆ ตามที่ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กำหนด คือ

  1. งานเขียนใหม่ เป็นเรื่องใหม่ที่ยังไม่มีใครนำเสนอมาก่อน เป็นการคิดใหม่
  2. งานแปลและเรียบเรียง
  3. งานแปล
  4. งานเรียบเรียงค้นคนอื่นมากกว่าคิดใหม่นำมาเรียงร้อยกัน

เกณฑ์การพิจารณาตำรา

ขณะที่การพิจารณาว่างานใดจัดเป็นตำราหรือไม่นั้น พอจะมีเกณฑ์การพิจารณา โดยพิจารณาจาก

  1. จุดมุ่งหมาย โดยตำรานั้นมีจุดมุ่งหมายเพื่อนำเสนอความรู้มิใช่เพื่อนำเสนอตัวผู้เขียน ไม่เน้นทัศนะ แต่เน้นข้อมูลที่กลั่นกรอง และยุติแล้วพอสมควร
  2. รูปแบบและการพิมพ์ คือ มีรูปแบบและการพิมพ์ ที่เป็นมาตรฐาน และมั่นคง
  3. ความยาว ตำรานั้นจะมีความยาวประมาณร้อยหน้าขึ้นไป
  4. การใช้ภาษา ที่เป็นมาตรฐาน ส่วนใหญ่มักใช้ภาษาลักษณะกึ่งทางการ และทางการ
  5. ความน่าเชื่อถือ พิจารณาเรื่องประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญในสาขา และจำนวนผลงานเขียนของผู้เขียน รวมถึงการอ้างอิง

เทคนิคการเลือกเรื่องที่จะเขียน และหัวข้อที่จะนำเสนอ

เมื่อรู้จักประเภทและเกณฑ์การพิจารณาแล้วว่า งานประเภทใดเข้าข่ายงานเขียนประเภทตำรากันแล้ว ต่อด้วยเทคนิคการเลือกเรื่องที่จะเขียน และหัวข้อที่จะนำเสนอ การเลือกเรื่องที่จะเขียนตำรา ควรเป็นเรื่องที่ครอบคลุมทั้งประเด็นใหญ่ เช่น บรรณารักษศาสตร์เบื้องต้น หรืออาจเป็นบางส่วนของประเด็นใหญ่แต่นำมาเขียนในเชิงลึก เช่น การจัดหมวดหมู่หนังสือ

ในการเขียนตำราต้องมีการแบ่งหัวข้อการนำเสนอ ซึ่งหัวข้อที่ใช้อาจเป็น คำ วลี หรือ ประโยค ขึ้นกับความถนัดของผู้เขียน แต่มีข้อแม้ว่า เมื่อเลือกหัวข้อประเภทใดแล้วควรเป็นไปตามกันทั้งชุด ขณะที่ลักษณะของหัวข้อที่ใช้นั้น อาจมีลักษณะเป็น

  1. คำสำคัญ ซึ่งเป็นแก่นของเรื่อง
  2. การอธิบาย
  3. การจูงใจ เช่น มาพัฒนาความเป็นอัจฉริยะกันเถอะ
  4. การท้าทายหรือการคำตอบ เช่น เชื่อหรือไม่ว่าอัจฉริยะสร้างได้
  5. คำคล้องจอง
  6. สำนวนหรือคำสะดุดตา เช่น ช้าช้าได้พร้าเล่มงาม หรือ มะเร็งหายได้ แทน การรักษาโรคมะเร็ง
  7. ขั้นตอน หัวข้อลักษณะนี้เหมาะสำหรับเนื้อหาที่เป็นขั้นตอน
  8. คำสั่ง เช่น ต้องเขียนทุกวัน อย่าผัดวันประกันพรุ่ง

ทั้งนี้ปัญหาที่มักพบในการตั้งหัวข้อ คือ หัวข้อเยอะเกินไป หัวข้อไม่คงเส้นคงวา หัวข้อเล็กแต่เนื้อหาใหญ่ หรือหัวข้อใหญ่แต่เนื้อหาเล็ก โดยหัวข้อที่ดีควรมีลักษณะคือ

  1. ตรงประเด็น ยึดตาม concept
  2. คงเส้นคงวา เช่น เมื่อขึ้นด้วยคำกริยา ก็ต้องเป็นคำกริยาทั้งชุด
  3. น่าจดจำ
  4. ไม่ซ้ำซ้อน หัวข้อไม่ Overlap กัน
  5. เรียงลำดับก่อนหลัง

ตำราที่ดีนั้นประกอบด้วย คุณภาพของผู้เขียน และ คุณภาพของตำรา โดยคุณภาพของผู้เขียน ผู้เขียนจะต้องค้นคว้ามาดี มึความรู้ ประสบการณ์ และมีเป้าหมายในการนำเสนอผลงานอย่างชัดเจน ขณะที่คุณภาพของตำรา คือ ควรมีจุดเด่น มีจุดประสงค์ที่ชัดเจน สร้างองค์ความรู้ใหม่ และทันสมัย เป็นต้น

ปัญหาที่มักพบในการเขียนตำรา

  1. เนื้อหา สัดส่วนของเนื้อหาไม้เหมาะสม เนื้อหาไม่สมดุล เนื้อหาสาระไม่เพียงพอ หรือแม้แต่ไม่ทันสมัย
  2. การอ้างอิง เขียนอ้างอิงผิดระบบ เรียงลำดับบรรณานุกรมผิด บรรณรานุกรมไม่ตรงกับเนื้อหา และอ้างอิงเอกสารล่าสมัย
  3. การใช้ภาษา ศัพท์วิชาการไม่ถูกต้อง ประโยคยาว ซับซ้อน และวกวน เป็นต้น

แหล่งที่มาข้อมูล

สรุปความจาก
นภาลัย สุวรรณธาดา, ธิดา โมสิกรัตน์ และสุมาลี สังข์ศรี. การเขียนผลงานวิชาการและบทความ. การเขียนตำรา. หน้า ๕๖-๗๒. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ภาพพิมพ์, ๒๕๕๓.



Personal Tools
Creative Commons License
STKS Online Learning โดย http://stks.or.th/wiki อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย.