การเขียนโครงร่างการวิจัย (Proposal)

ก่อนดำเนินการวิจัยขั้นตอนที่สำคัญคือการวางและเขียนโครงร่างการวิจัย เพื่อระบุว่าจะทำอะไร อย่างไร กับใคร เมื่อไหร่

ประโยชน์ของการเขียนโครงร่างการวิจัย

ประโยชน์ที่สำคัญของการเขียนโครงร่างการวิจัย คือ

  • เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการ
  • เพื่อให้การวิจัยไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้
  • เพื่อเตรียมป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในการวิจัย
  • เพื่อช่วยประมาณการค่าใช้จ่าย เวลา บุคลากร และทรัพยากร ที่จะต้องใช้ในการวิจัย เพื่อเตรียมการล่วงหน้า
  • เพื่อประหยัดเวลา โดยการดำเนินการตามแผนที่วางไว้ รวมถึงช่วยเตือนความจำของผู้วิจัยว่าสามารถดำเนินการครบตามขั้นตอนที่ตั้งไว้
  • เพื่อใช้ในการเสนอขอรับทุนจากหน่วยงานที่ให้ทุน

ขั้นตอนในการดำเนินการวิจัย

ขั้นตอนในการดำเนินการวิจัยสามารถแบ่งเป็น 4 ขั้นตอนหลักๆ คือ

  • การเตรียมการวิจัย
  • การออกแบบการวิจัย
  • การดำเนินการวิจัย
  • การเสนอรายงานการวิจัย

การเตรียมการวิจัย

คือ การกำหนดปัญหาการวิจัย ปัญหาที่ว่านี้ครอบคลุมถึงข้อขัดข้อง หรืออุปสรรค นอกกำหนดปัญหา รวมถึงการกำหนดเรื่อง และวัตถุประสงค์โดยคร่าว

การออกแบบการวิจัย

ประกอบด้วย

  • การทบทวนวรรณกรรมเอกสารงานวิจัย
  • การกำหนดวัตถุประสงค์การวิจัย เป็นการปรับวัตถุประสงค์ให้ชัดเจนขึ้น
  • การกำหนดสมมติฐานการวิจัย คือ การคาดเดาคำตอบไว้ล่วงหน้า
  • การกำหนดตัวแปรในการวิจัย
  • การกำหนดรายละเอียดในการดำเนินการวิจัย เช่น ประชากร เครื่องมือ วิธีเก็บรวบรวมและวิธีวิเคราะห์ข้อมูล

การดำเนินการวิจัย

ประกอบด้วย

  • การดำเนินการเลือกกลุ่มตัวอย่าง
  • การดำเนินการสร้างเครื่องมือ
  • การดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล
  • การวิเคราะห์ข้อมูล
  • การแปลผลข้อมูลและสรุปผล

การเสนอรายงานการวิจัย

คือ การจัดทำรายงานการวิจัย

องค์ประกอบของโครงร่างการวิจัย

  • ชื่อเรื่อง ควรตั้งชื่อเรื่องให้ตรงประเด็น กะทัดรัด ควรเขียนเป็นความเรียง และบ่งบอกถึงจุดมุ่งหมาย ตัวแปร และกลุ่มตัวอย่างที่จะทำการศึกษา
  • ความเป็นมาของปัญหา ควรเขียนให้เห็นถึงความจำเป็นที่ต้องทำการศึกษาวิจัย ชี้ให้เห็นถึงปัญหา ผลที่เกิดขึ้นจากปัญหา พร้อมทั้งมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาสนับสนุนเพื่อให้มีน้ำหนักมากขึ้น
  • วัตถุประสงค์ เพื่อเสนอให้ผู้อ่านทราบว่าการวิจัยเรื่องนี้จะทำอะไรบ้าง โดยนำปัญหาการวิจัยมาแยกเป็นข้อย่อย ในส่วนนี้ยังจะบอกถึงตัวแปร กลุ่มตัวอย่าง และลักษณะของการศึกษาด้วย
  • คำถามการวิจัย
  • สมมติฐานการวิจัย เป็นการคาดคะเนคำตอบ โดยมีทฤษฎีงานวิจัยมารองรับ แสดงความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร โดยต้องสอดคล้องกับจุดมุ่งหมาย และสามารถทดสอบได้
  • ขอบเขตการวิจัย เพื่อบ่งบอกถึงพื้นที่ที่ทำการศึกษา ประชากรกลุ่มตัวอย่าง ประเด็นที่ศึกษา และตัวแปร
  • ข้อจำกัดของการวิจัย เช่น งานวิจัยนี้ไม่ครอบคลุมเรื่องใดบ้าง หรือมีการศึกษาเฉพาะพื้นที่ใด เป็นต้น
  • คำนิยาม/ศัพท์เฉพาะ ในส่วนนี้จะนำเสนอถึงคำสำคัญ คำศัพท์ที่ใช้เฉพาะในการวิจัย
  • ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ เป็นการคาดคะเนผลที่เกิดจากการวิจัย ข้อมูลทีได้ คำตอบที่ได้ รวมถึงการนำผลไปใช้ในด้านต่างๆ
  • วิธีดำเนินการวิจัย ส่วนนี้เป็นการให้รายละเอียดถึงประเภทของการวิจัย ขั้นตอนในการวิจัย วิธีดำเนินการวิจัย ซึ่งครอบคลุมประชากร กลุ่มตัวอย่าง เครื่องมือในการวิจัย การเก็บรวบรวมข้อมูล และการวิเคราะห์ข้อมูล
  • เอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การศึกษาเอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้องทำให้ผู้วิจัยได้ศึกษาแนวคิด ทฤษฎี และผลการวิจัยที่เคยมีผู้ทำมาแล้ว ซึ่งเป็นประโยชน์สำหรับผู้วิจัยในการออกแบบการวิจัย การตั้ง * สมมติฐาน การกำหนดกลุ่มตัวอย่าง เครื่องมือวิจัย รวมถึงการอภิปรายผล
  • ระยะเวลา แผนการดำเนินงาน ระบุเวลาที่ใช้ในการวิจัยตลอดทั้งโครงการ รวมถึงการนำเสนอกิจกรรมย่อยๆ และเวลาที่ใช้ในกิจกรรมนั้นๆ
  • งบประมาณ นำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับงบประมาณทั้งภาพรวมและการแยกย่อยลงไปในส่วนต่างๆ
  • บรรณานุกรม การระบุเอกสารต่างๆ ที่ผู้วิจัยทำการศึกษาค้นคว้าเพื่อการทำวิจัยนี้

แหล่งที่มาข้อมูล

สรุปความจาก
นภาลัย สุวรรณธาดา, ธิดา โมสิกรัตน์ และสุมาลี สังข์ศรี. การเขียนผลงานวิชาการและบทความ. การเขียนโครงร่างการวิจัย. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ภาพพิมพ์, ๒๕๕๓.


Personal Tools
Creative Commons License
STKS Online Learning โดย http://stks.or.th/wiki อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย.