การเขียนบทความวิชาการ

บทความวิชาการเป็นผลงานเขียนวิชาการอีกประเภทหนึ่ง เพื่อนำเสนอความรู้ ความคิดเห็นของผู้เขียน เพื่อเปิดโอกาสในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องนั้นๆ

ลักษณะและส่วนประกอบของบทความวิชาการ

จุดเด่นของบทความวิชาการ คือ วัตถุประสงค์ในการเขียน ทั้งเพื่อนำเสนอความคิดใหม่ๆ การศึกษาค้นคว้าหรือการค้นพบใหม่ๆ ที่เกิดจากการศึกษา และการเสนอวิธีแก้ปัญหา
โดยบทความวิชาการมีส่วนประกอบสำคัญ 3 ส่วน คือ ส่วนนำ ส่วนเนื้อหา และส่วนท้าย

ส่วนนำหรือส่วนหน้า

  • ชื่อเรื่อง ควรชัดเจน ทำให้เข้าใจขอบข่ายแนวคิดของเนื้อหา และความสำคัญต่อการตัดสินใจอ่านบทความนี้ต่อ
  • ข้อความเกี่ยวกับผู้เขียน เช่น ชื่อ วุฒิการศึกษา ตำแหน่ง สถานที่ทำงาน สถานที่ติดต่อ เป็นต้น โดยอาจเขียนไว้ในส่วนเชิงอรรถตอนล่างของหน้าแรก
  • บทคัดย่อหรือสาระสังเขป เพื่อให้ผู้อ่านทราบขอบเขตเนื้อหา

ส่วนเนื้อหา

  • ความนำหรือเกริ่นนำ อาจบอกถึงที่มาของเรื่อง ความเป็นมาของปัญหา จุดมุ่งหมายของการเขียน ควรเขียนให้เร้าความสนใจหรือปูพื้นฐานความรู้ความเข้าใจของเรื่องที่จะนำเสนอต่อไป
  • เนื้อหา แบ่งเป็นตอนหรือหัวข้อตามความเหมาะสม ลำดับเนื้อหาเป็นระบบ เชื่อมโยงสัมพันธ์กัน
  • บทสรุป ควรเขียนให้กระชับ ชัดเจน เข้าใจง่าย โดยการเขียนก็มีหลากหลายวิธี เช่น สรุปสาระเนื้อหา การให้ข้อเสนอแนะ ข้อสังเกต การอ้างคำคม สำนวน เป็นต้น

ส่วนท้าย

  • เชิงอรรถ
  • บรรณาณุกรม เพื่อบ่งถึงแหล่งที่มาของสื่อที่นำมาอ้างอิงถึง

ประเภทของบทความวิชาการ

บทความวิชาการ สามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภท คือ บทความวิชาการทั่วไป บทความปริทัศน์ และบทความวิจัย

  • บทความวิชาการทั่วไป เป็น การนำเสนอความรู้ทางวิชาการและประสบการณ์ของผู้เขียน การนำเสนองานประเภทนี้มีลักษณะเป็นการเรียบเรียงข้อมูล การเสนอความคิดเห็น มีลักษณะเป็นบทความกึ่งวิชาการ
  • บทความปริทัศน์ เป็นการนำเสนอเนื้อหาเชิงวิชาการเชิงสังเคราะห์ ด้วยการวิเคราะห์ เปรียบเทียบ สรุปประเด็น วิจารณ์ เสนอแนะ เป็นต้น
  • บทความวิจัย นำเสนอผลการค้นคว้าวิจัยใหม่ๆ ด้วยการนำเสนอความเป็นมา ระเบียบวิธีวิจัย ผลสรุป และข้อเสนอแนะ

กระบวนการเขียนบทความวิชาการ

ประกอบด้วย การเตรียมแนวคิด การวิเคราะห์แนวคิด การกำหนดชื่อเรื่อง การวางโครงเรื่อง การลงมือเขียน การทบทวน การประเมินผลงานเขียน และการกำหนดสาระสังเขป

  • การเตรียมแนวคิด การกำหนดแนวคิดที่จะเขียน ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้อ่านสนใจ ผู้เขียนมีความรู้และเชี่ยวชาญ สามารถศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม รวมถึงสามารถแสดงความคิดเห็นได้เหมาะสม
  • การวิเคราะห์แนวคิด คือ การพิจารณาถึงประเด็นที่จะเขียน รวมถึงการทบทวนขอบเขตของแนวคิดโดยละเอียด เพื่อนำไปสู่การวางโครงเรื่อง
  • การกำหนดชื่อเรื่อง หลักการณ์ที่สำคัญในการตั้งชื่อเรื่อง คือ ครอบคลุมเนื้อหาและสื่อถึงแนวคิดได้อย่างชัดเจน วิธีหนึ่งเพื่อช่วยในการตั้งชื่อเรื่อง คือ การสำรวจชื่อหนังสือ ชื่อบทความวารสาร จาก * ฐานข้อมูลห้องสมุดรวมถึงแหล่งสารสนเทศอื่นๆ
  • การวางโครงเรื่อง ในขั้นตอนนี้เป็นการวางแผนการเขียนเนื้อหา โดยการลำดับเนื้อหาอาจลำดับได้ตามเวลา ตามความสำคัญ หรือโดยการตั้งประเด็น ซึ่งคล้ายกับการตั้งโจทย์คำถามแล้วตอบคำถามที่ละประเด็น ซึ่งจะใช้การลำดับแบบใดควรพิจารณาร่วมกับวัตถุประสงค์ในการเขียนและขอบเขตเนื้อหา
  • การลงมือเขียน เป็นขั้นตอนของการเขียนส่วนนำ เนื้อเรื่อง และบทสรุป
  • การทบทวนและการประเมินผลงานเขียน อาจด้วยตัวเอง หรือการเชิญผู้ทรงคุณวุฒิประเมิน
  • การกำหนดสาระสังเขป

ข้อสังเกตในการเขียนบทความวิชาการ

  • ใช้ภาษาที่ไม่เป็นทางการ หรือเคร่งเครียดเกินไป
  • ใช้สำนวนที่เหมาะสม ชัดเจน ตามพื้นฐานความรู้และประสบการณ์ของผู้อ่าน
  • ใช้ภาษาที่คงเส้นคงวา
  • ใช้ภาษาที่ถูกต้องตามหลักภาษา กะทัดรัด รัดกุม และสื่อความหมายชัดเจน

ข้อห้ามในการเขียนบทความวิชาการ

  • อย่าศึกษาเรื่องที่เขียนเพียงผิวเผิน
  • อย่าเร่งรีบ โดยไม่คำนึงถึงคุณภาพของเนื้อหา
  • อย่าลอกความคิดหรือข้อความคนอื่นโดยไม่อ้างอิงถึง
  • อย่าเพียงคัดลอกผลงานคนอื่นแล้วนำมาร้อยเรียงกัน แต่ควรนำเสนอความคิดเห็นของตนเองด้วย
  • อย่าเน้นปริมาณมากกว่าคุณภาพ
  • อย่าเขียนเพียงเพราะหวังผลในการเลื่อนตำแหน่ง แต่ควรตระหนักถึงสำนึกทางวิชาการ และจรรยาบรรณวิชาชีพ
  • อย่าเขียนโดยยึดตัวเองเป็นที่ตั้ง แล้วไม่คำนึงถึงผู้อ่าน

แหล่งที่มาข้อมูล

สรุปความจาก
นภาลัย สุวรรณธาดา, ธิดา โมสิกรัตน์ และสุมาลี สังข์ศรี. การเขียนผลงานวิชาการและบทความ. การเขียนบทความวิชาการ. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ภาพพิมพ์, ๒๕๕๓.


Personal Tools
Creative Commons License
STKS Online Learning โดย http://stks.or.th/wiki อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย.