Brand Viagra Professional

บรรณารักษ์กับกฎหมายลิขสิทธิ์

E-mail Print

ใน FB กลุ่ม Librarian in Thailand มีการถกกันเรื่อง eBook กับประเด็นลิขสิทธิ์ มีหลายท่านที่ทำงานบรรณารักษ์และอาจารย์สายสารสนเทศมาแสดงความเห็นกันหลากหลาย เช่น

  • ถ้าเราทำแล้วไม่ขึ้นเว็บ ใช้บริการแบบ off line ภายในห้องสมุดเท่านั้น ไม่น่าจะผิดนะคะ ก็เหมือนกับสมัยก่อนเราถ่ายเก็บเป็นไมโครฟิช ไมโครฟิล์ม เพื่ออนุรักษ์ คือแค่เปลี่ยนรูปแบบเท่านั้น
  • ควบคุมให้อยู่ในขอบเขตได้ ก็ไม่น่ามีปัญหา ใช้พวก DRM ช่วย อย่าง pdf ตอนนี้ ถ้าหา solution ดีๆ สามารถกำหนดวันหมดอายุของไฟล์ได้ กำหนดรหัสผ่านได้ พิมพ์ได้ แต่ copy ต่อไม่ได้อะไรพวกนี้นะครับ
  • ถ้าเราควบคุมการเผยแพร่ได้ ให้สามารถเปิดใช้ได้เฉพาะภายในห้องสมุด มีระบบ DRM ที่ดี เช่นเดียวกับฐานข้อมูลเมืองนอก มันก็ไม่เกินขอบเขตที่เหมาะสม ก็ยังเชื่อได้ว่า ไม่น่ามีปัญหา แต่ถ้าหากเผยแพร่แบบ Internet โต้งๆ ใครๆ ก็เข้าไปเปิดได้ ขาดการควบคุม ผู้ใช้ copy เผยแพร่ต่อ ผลของเจตนาที่ดีของบรรณารักษ์ก็กลายเป็นละเมิดลิขสิทธิ์ในทันที
  • ตามหลักของ First sale ถ้าซื้อมาแล้วก็เป็นสิทธิ์ของเราครับ ที่จะทำอะไรก็ได้ตราบใดที่ไม่ละเมิดข้อตกลงใดๆที่กระทำร่วมกันก่อนที่เราจะคลิกซื้อ (เพราะงั้นดูเงื่อนไขดีๆ ก่อนที่จะคลิก I accept ใดๆ) ปัจจุบันมีเทคโนโลยี DRM ที่ไฟล์ดิจิทัลใดๆที่ซื้อหรือโหลดมาจะเปิดได้เฉพาะบนเครื่องนั้นๆเท่านั้น ซึ่งจะเอามาอุดช่องโหว่ของการโอนไฟล์ให้กันและกันนี่แหละครับ การส่งลิงค์ไม่มีปัญหา แต่การส่งไฟล์นี่อย่าลืมว่าเป็นการทำสำเนาอย่างหนึ่งนะครับ คงต้องดูเป็นเงื่อนไขไปว่าเจ้าของลิขสิทธิ์เค้าโอเคหรือเปล่า แต่ไฟล์สองไฟล์โทษน้อยมาก อย่าซีเรียสเลยครับ

จากกลุ่มพูดคุย แสดงให้เห็นว่า "เป็นการให้ความเห็นด้วยความคิดเห็นส่วนตัว" และมักจะใช้คำว่า "ไม่น่าจะมีปัญหา" อันเป็นการสร้างความเสี่ยงให้ตนเอง เพราะการฟ้องร้องลิขสิทธิ์ เกิดจากผู้ฟ้องร้องซึ่งมักจะเป็นเจ้าของสิทธิ์ดำเนินการฟ้องร้อง เราไม่สามารถไปห้ามเค้าได้ ดังนั้นคำว่า "ไม่น่าจะมีปัญหา" จึงอาจจะกลายเป็น "ดาบ" กลับมาหาคนที่พูดก็ได้ และอาจจะไม่เตรียมพร้อมตั้งรับหากเกิดการฟ้องร้องขึ้นมาจริง

นอกจากนี้เมื่อไปสืบค้นจากเว็บไซต์ของห้องสมุดหลายเว็บ พบข้อความ ดังนี้

Copyright

หากลองพิจารณาตัวบทกฎหมายจริงๆ แล้ว จะพบว่า พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ได้กล่าวถึง "บรรณารักษ์" ไว้ในมาตรา 34 คือ

"การทำซ้ำโดยบรรณารักษ์ของห้องสมุดซึ่งงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์หากการทำซ้ำนั้นมิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อหากำไร และได้ปฏิบัติตามมาตรา ๓๒ วรรคหนึ่ง ในกรณีดังต่อไปนี้

            (1) การทำซ้ำเพื่อใช้ในห้องสมุดหรือให้แก่ห้องสมุดอื่น
            (2) การทำซ้ำงานบางตอนตามสมควรให้แก่บุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ในการวิจัยหรือการศึกษา"

โดยจากการพูดคุยพบว่า หลายท่าน จะตัดตอนเฉพาะข้อ 1 และ ข้อ 2 มาใช้ คือ สามารถทำได้เมื่อเป็นการทำซ้ำเพื่อใช้ในห้องสมุดหรือให้แก่ห้องสมุดอื่น และเมื่อเป็นการทำซ้ำงานบางตอนตามสมควรให้แก่บุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ในการวิจัยหรือการศึกษา โดยลืมไปว่า วรรคแรกของมาตรา 34 ได้กล่าวถึงวรรคแรกของมาตรา 32 ด้วย ซึ่งมีใจความ ดังนี้

"มาตรา 32 การกระทำแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของบุคคลอื่นตามพระราชบัญญัตินี้ หากไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์จากงานอันมีลิขสิทธิ์ตามปกติของเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายของเจ้าของลิขสิทธิ์เกินสมควร มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์"

โดยคำสำคัญของวรรคแรกในมาตรา 32 ที่เจ้าของสิทธิ์มักจะนำมาใช้ในการฟ้องร้องคือ คำว่า "ไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์....ตามปกติ" และ "ไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิ...เกินสมควร" 

ซึ่งจากคำสำคัญข้างต้น กรมทรัพย์สินทางปัญญา ก็ได้ดำเนินการที่เกี่ยวข้องโดยจัดทำ "คู่มือการใช้งานลิขสิทธิ์ที่เป็นธรรม" ขึ้นมาหลายฉบับ โดยจุดสำคัญของคู่มือคือ หลักเกณฑ์การพิจารณาการใช้งานลิขสิทธิ์ที่เป็นธรรม ซึ่งมีใจความสำคัญคือ 

" พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ได้บัญญัติเรื่องข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์ไว้ในมาตรา 32 โดยกำหนดให้การใช้งานลิขสิทธิ์ในบางลักษณะสามารถทำได้โดยไม่ต้องขออนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ เพราะถือว่าเป็นการใช้ที่เป็นธรรม เช่น การใช้งานในการเรียนการสอน การเสนอรายงานข่าว หรือการใช้งานโดยบรรณารักษ์ห้องสมุด เป็นต้น แต่การใช้งานลิขสิทธิ์ดังกล่าวตามที่พระราชบัญญัติกำหนดไว้จะต้องอยู่ภายใต้หลักการสำคัญ 2 ประการ ประกอบกันคือ

1) ต้องไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์จากงานอันมีลิขสิทธิ์ตามปกติของเจ้าของลิขสิทธิ์ และ
2) ต้องไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายของเจ้าของลิขสิทธิ์เกินสมควร"

ดังนั้นหากบรรณารักษ์ท่านใด อ่าน พรบ.ลิขสิทธิ์ เฉพาะมาตรา 34 โดยไม่โยงไปวรรคแรกของมาตรา 32 ก็คงเป็นการสร้างความเสี่ยง "จากการตีความเข้าข้างตนเอง" ได้ 

นอกจากประเด็น eBook งานในปกติหลายอย่างที่บรรณารักษ์ ทำก็อยู่ในความเสี่ยงได้เช่นกัน ดังที่มีการให้ข้อมูลผ่านเว็บบอร์ดของกรมทรัพย์สินทางปัญญา ดังนี้

คำถาม คำตอบจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา
นิสิตยืมหนังสือจากห้องสมุดไปถ่ายเอกสารเพื่อการเรียนการสอน แต่ร้านถ่ายเอกสารหวังดี (โดยไม่บอกห้องสมุด) แอบถ่ายไว้ 1 ฉบับ เพื่อบริการแก่นิสิต แล้วห้องสมุดมาทราบทีหลังว่า ร้านให้บริการถ่ายสำเนาให้นิสิตอีกหลายคน ร้านค้าผิดไหมคะ ? การที่ร้านถ่ายเอกสาร ได้ให้บริการถ่ายสำเนาเอกสารแก่นิสิต นักศึกษา จากสำเนาต้นฉบับเอกสารที่ตนแอบถ่ายเอกสารไว้ ถือได้ว่าเป็นการทำซ้ำขึ้นเองเพื่อการค้าและแสวงหาประโยชน์จากการขายสำเนางานที่ตนทำซ้ำขึ้นมา มิใช่การรับจ้างถ่ายเอกสารสำเนาเอกสารจากนิสิตนักศึกษาที่ต้องการได้สำเนางานที่เกิดจากการทำซ้ำไปใช้ในการศึกษา วิจัย
ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ , ภาพถ่าย อัพโหลดขึ้นเว็บ ถือว่าเป็นการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปเผยแพร่หรือไม่ และควรทำหรือไม่ และหากเจ้าตัวไม่อนุญาตให้นำออกเผยแพร่ทาง Internet ทำได้หรือไม่ ? การนำข้อมูลส่วนบุคคลไปเผยแพร่ลงในเว็บไซต์ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของและหากการเผยแพร่นั้นมีลักษณะเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ เช่น งานวรรณกรรมหรืองานศิลปกรรม เป็นต้น จะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน มิฉะนั้นจะถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ 
อาจารย์มีบทความตีพิมพ์ในวารสาร ห้องสมุดทำเว็บไซท์รวมผลงานอาจารย์ทุกคนจะเชื่อม link ไฟล์บทความอาจารย์ไว้ในเว็บด้วยได้ไหมคะ จะต้องขออนุญาตวารสารอีกหรือเปล่า เพราะอาจารย์เจ้าของงานไม่ว่าอะไร อยากให้ทำด้วยซ้ำ การนำบทความลงเว็บไซต์ ถือเป็นการทำซ้ำงานอันมีลิขสิทธิ์ จะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์บทความก่อน มิฉะนั้นจะถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ 
บริษัทxxxxx ได้ซื้อลิขสิทธิ์หนังสือความรู้สำหรับหรับเด็ก จากต้นฉบับภาษาเกาหลี ชื่อเรื่อง xxxxxx มาแปล เพื่อจัดพิมพ์เป็นฉบับภาษาไทย โดยได้รับอนุญาตถูกต้องจากสำนักพิมพ์เกาหลี แต่เพื่อความมั่นใจก่อนจัดพิมพ์ อยากทราบว่า ภาพประกอบในหนังสือที่วาดรูปบุคคลหรือตราสินค้าทั้งหลาย ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่ หนังสือและภาพวาดนั้นถือเป็นงานลิขสิทธิ์ประเภทงานวรรณกรรม และงานศิลปกรรม ซึ่งได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายดังกล่าว การทำซ้ำ (ทำสำเนางานลิขสิทธิ์)ดัดแปลง (แปลหนังสือจากภาษาหนึ่งเป็นอีกภาษาหนึ่ง) หรือการเผยแพร่ต่อสาธารณชน ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน มิฉะนั้นจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ กรณีตามหารือ เมื่อท่านได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ในการแปลหนังสือดังกล่าวลิขสิทธิ์ในงานหนังสือที่แปลย่อมตกเป็นของผู้แปลเว้นแต่จะมีข้อตกลงไว้เป็นอย่างอื่น สำหรับภาพวาดประกอบหนังสือนั้น กรมทรัพย์สินทางปัญญามีความเห็นเบื้องต้นว่า เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นท่านควรตรวจสอบเงื่อนไข และขอบเขตของสัญญาอนุญาตว่ารวมถึงภาพประกอบในหนังสือด้วยหรือไม่ สำหรับกรณีการใช้เครื่องหมายการค้าประกอบในหนังสือนั้น ไม่ได้เป็นการใช้ในลักษณะที่ใช้กับสินค้าเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นสินค้าของเจ้าของเครื่องหมายการค้า จึงไม่มีความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2543 แต่อย่างใด อนึ่งการตอบข้อหารือนี้ เป็นการให้ความเห็นเบื้องต้นเกี่ยวกับข้อกฎหมาย กรณีมีข้อพิพาทใดๆ เกิดขึ้น จำเป็นต้องอาศัยการวินิจฉัยชี้ขาดจากศาล ซึ่งต้องพิจารณาข้อเท็จจริงเป็นรายกรณีไป
วารสารที่บุคคลทั่วไปบอกรับเป็นสมาชิกและนำมาบริจาคให้ห้องสมุด ห้องสมุดสามารถนำรายชื่อขึ้นฐานข้อมูลเพื่อให้ผู้ใช้สืบค้นและให้บริการตัวเล่มได้หรือไม่ ห้องสมุดสามารถให้ยืมวารสารที่มีผู้บริจาคได้แต่ต้องเป็นวารสารฉบับจริงเท่านั้น
กรณีผู้ใช้บริการยืม DVD หรือ CD เพลงของห้องสมุดแล้วนำไป Copy จำหน่ายแล้วถูกจับได้ ห้องสมุดในฐานะผู้ให้ยืมต้องรับผิดชอบด้วยหรือไม่ ห้องสมุดจะมีความผิดหรือไม่ กรณีที่นักศึกษานำ ดีวีดี หรือ ซีดีเพลง ที่ยืมจากห้องสมุดไปทำซ้ำ แล้วนำไปจำหน่ายกรณีดังกล่าวขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงว่าห้องสมุดมีส่วนรู้เห็นในการกระทำของนักศึกษาหรือไม่ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่จะต้องพิสูจน์ในชั้นศาล 
ซีดีรอมที่แถมมากับวารสารทั้งจากวารสารภาษาต่างประเทศและวารสารภาษาไทย เช่น วารสารชื่อ Elle Decoration แถมซีดีรอมเกี่ยวกับการให้ลองจัดห้องนั่งเล่นบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ สามารถเปลี่ยนวัสดุ สี เฟอร์นิเจอร์ ฯลฯ ได้เอง หรือวารสารชื่อ Leonardo Music Journal จะแจกซีดีเพลงมาให้ด้วย คำถามคือ
- ห้องสมุดสามารถ copy เพื่อให้บริการแก่นักศึกษาได้หรือไม่ โดยแผ่นที่มากับวารสารจะเก็บไว้เป็นต้นฉบับไม่ให้ยืม
- หรือควรนำแผ่นที่มากับตัวเล่มวารสารให้ยืม แต่ห้องสมุดเก็บตัว copy ไว้สำรอง
-ทั้ง 2 วิธี วิธีการใดดีที่สุดสำหรับห้องสมุด
การทำ copy ซีดีรอมที่แถมมากับวารสาร และการสแกนวารสารทั้งเล่มนั้น ถือเป็นการทำซ้ำงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้อื่นซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน อย่างไรก็ดี แม้ว่าการทำซ้ำของบรรณารักษ์จะเป็นการทำตามเงื่อนไขมาตรา 34 (1) และ (2) แล้วแต่สิ่งที่จะต้องพิจารณาด้วยก็คือ เป็นการขัดต่อการแสวงหาประโยชน์ของเจ้าของลิขสิทธิ์และกระทบกระเทือนสิทธิหรือไม่ หรือเป็นการทำในปริมาณที่สมควรหรือไม่นั้น เนื่องจากไม่มีคำจำกัดความของกฎหมาย จึงเป็นอำนาจของศาลที่จะเป็นผู้พิจารณาและชี้ขาดในประเด็นดังกล่าว
สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ว่าจ้าง สถาบันฯทำการวิจัย เมื่อสถาบันส่งรายงานการวิจัยให้แก่ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมแล้วจะนำ 1 copy มาไว้ในห้องสมุดเพื่อให้บุคคลอ่าน(ไม่ให้ยืม)ได้หรือไม่ อยู่ในข้อยกเว้นหรือไม่ กรณีที่สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ได้ว่าจ้างสถาบันฯ ทำการวิจัยรายงานนั้น หากกฎหมายลิขสิทธิ์กำหนดให้ลิขสิทธิ์ในงานที่ว่าจ้างเป็นของผู้จ้าง เว้นแต่ผู้ว่าจ้างกับผู้รับจ้างจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น สำหรับการที่สำนักงานวิจัยจะนำ 1 copy มาไว้ห้องสมุดเพื่อให้บุคคลอ่านโดยไม่ให้ยืมนั้น กระทำได้แต่จะต้องไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์จากงานอันมีลิขสิทธิ์ตามปกติของเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายของเจ้าของลิขสิทธิ์เกินสมควร 
บรรณารักษ์ถ่ายเอกสารหนังสือภาษาต่างประเทศซึ่งราคาแพงเพิ่มจำนวน 5-10 เล่ม ถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่ ถ้าละเมิดมีโทษอย่างไร การทำสำเนางานอันมีลิขสิทธิ์โดยบรรณารักษ์ หากเป็นการทำซ้ำเพื่อใช้ในห้องสมุด หรือให้แก่ห้องสมุดอื่นสามารถทำได้ แต่ทั้งนี้ต้องไม่มีวัตถุประสงค์ในการแสวงหากำไร และไม่เป็นการกระทบกระเทือนสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายและการแสวงหาประโยชน์ตามปกติของเจ้าของลิขสิทธิ์เกินสมควร (มาตรา 32 วรรค 1) เช่น กรณีถ่ายสำเนาหนังสือทั้งเล่มให้แก่ห้องสมุดอื่นโดยหนังสือดังกล่าวนั้นยังคงมีวางจำหน่ายในท้องตลาดถือเป็นการขัดต่อการแสวงหาประโยชน์ของเจ้าของลิขสิทธิ์ เข้าข่ายละเมิดลิขสิทธิ์ 
หากห้องสมุดเปิดฉาย vcd / dvd ในห้องสมุด สามารถเก็บค่าบำรถงสถานที่จากผู้ชมได้หรือไม่ การที่ห้องสมุดเปิดฉาย VCD DVD ในห้องสมุดถือเป็นการเผยแพร่ต่อสาธารณชนจะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน (มาตรา 28 พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ 2537) 
อาจารย์ท่านหนึ่ง copy ภาพยนตร์สารคดีจาก UBC พร้อมทั้งจัดทำโปสเตอร์โฆษณาแต่ละเรื่องที่นำมาฉาย เพื่อเชิญชวนให้นักศึกษาและประชาชนทั่วไปเข้าชมในหอศิลป์ เมื่ออาจารย์อีกท่านหนึ่งทราบก็ขอให้ห้องสมุดไปขอ copy ทุกเรื่องที่นำมาฉายเพื่อนำมาให้บริการในห้องสมุดต่อ ห้องสมุดนำมาให้บริการโดยไม่นำรายชื่อขึ้นฐานข้อมูลแต่พิมพ์รายชื่อแยกไว้ต่างหาก กรณีนี้จะมีผู้เข้าข่ายละเมิดลิขสิทธิ์อย่างไรบ้าง 1. ภาพยนตร์เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ ดังนั้นการทำซ้ำไม่ว่าโดยวิธีใด ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน มิฉะนั้นจะถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์
2. การทำสำเนาภาพยนตร์จาก UBC หรือทำสำเนาจากแผ่นซีดี/วีซีดี ถือเป็นการทำซ้ำงานอันมีลิขสิทธิ์ จึงต้องขออนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน 
3. การนำสำเนาภาพยนตร์ มาให้บริการในห้องสมุด หากภาพยนตร์นั้นไม่ได้วางจำหน่ายในท้องตลาดแล้ว ก็สามารถนำมาให้บริการได้ แต่ทั้งนี้ต้องไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์จากงานอันมีลิขสิทธิ์ตามปกติของเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายเกินสมควร หากไม่แน่ใจสามารถสอบถามไปยังเจ้าของลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ได้โดยตรง 
หนังสือห้องสมุดหาย แล้วจึงไปขอยืมจากห้องสมุดอื่นมาซีร็อค 1 เล่ม ทดแทนหนังสือที่หายไป ได้หรือไม่ การทำสำเนางานอันมีลิขสิทธิ์โดยบรรณารักษ์ หากเป็นการทำซ้ำเพื่อใช้ในห้องสมุดหรือให้แก่ห้องสมุดอื่นสามารถทำได้ แต่การกระทำดังกล่าวต้องไม่มีวัตถุประสงค์ในการแสวงหากำไร และไม่เป็นการกระทบกระเทือนสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายและไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์ตามปกติของเจ้าของลิขสิทธิ์เกินสมควร (มาตรา 32 วรรค 1) เช่น กรณีหนังสือเล่มนั้นมีวางขายอยู่ในท้องตลาด การถ่ายสำเนาของบรรณารักษ์อาจเข้าข่ายขัดต่อการแสวงหาประโยชน์ของเจ้าของลิขสิทธิ์ 

รวมทั้งการแปลงผันสื่อ ก็อาจจะเข้าข่ายการกระทำอันเกินสมควร เพราะการแปลงผันก่อนหน้านี้จะใช้กระบวนการที่ซับซ้อน อาศัยเครื่องมือเฉพาะ การเข้าถึงต้องใช้ผ่านเครื่องบริการที่ออกแบบมาโดยเฉพาะในห้องสมุด แต่การแปลงผันดิจิทัลในปัจจุบัน ไม่สามารถควบคุมปริมาณได้ จึงอาจจะเข้าข่าย "เกินสมควร" ได้เช่นกัน

สำหรับประเด็นกลไกหรือเครื่องมือที่ควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงสื่อ เช่น DRM (Digital Right Management) ก็ควรพิจารณาถึง "ความชอบธรรมของสื่อ" ก่อน โดยหากสื่อนั้นได้มาด้วยกระบวนการละเมิดลิขสิทธิ์ ก็ใช้ DRM ก็ไม่ใช่แนวปฏิบัติที่ถูกต้อง โดยปกติแล้ว DRM ควรถูกนำมาใช้ควบคุมการเข้าถึงสื่อที่ตนเองเป็นเจ้าของ หรือมีสิทธิ์โดยชอบธรรม อันนี้รวมถึงการเปลี่ยนแปลงสัญญาอนุญาต เช่น CreativeCommons เช่นกัน

ประเด็นลิขสิทธิ์กับบรรณารักษ์ จึงยังคงเป็นประเด็นที่ควรแก่การศึกษาเพื่อให้ทันต่อพัฒนาการเทคโนโลยีที่ก้าวอย่างรวดเร็ว ท่านที่สนใจศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม ขอแนะนำแหล่งข้อมูล ดังนี้

  1. พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
  2. คู่มือการใช้งานลิขสิทธิ์ที่เป็นธรรม
  3. กระดานสนทนา กรมทรัพย์สินทางปัญญา
  4. ข่าว "ความเสมอภาคในการใช้สื่อกับการละเมิดลิขสิทธิ์ของสถาบันการศึกษา" หนังสือพิมพ์ไทยรัฐออนไลน์
  5. ฟอรัมการละเมิดลิขสิทธิ์ภาพ จาก Pantip.com

และเนื้อหานี้ก็เรียบเรียงจากแหล่งข้อมูลข้างต้น ขอขอบพระคุณผู้เขี่ยนทุกท่านที่กรุณาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์นี้

แหล่งอ้างอิง

  1. เครือข่ายกฎหมายมหาชนไทย. "พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗. Public Law Net : เครือข่ายกฎหมายมหาชนไทย, 9 ธันวาคม 2537. Web. 01 Nov. 2012. <http://www.pub-law.net/library/act_copyright.html>.
  2. กฤษมันต์ วัฒนาณรงค์. "ความเสมอภาคในการใช้สื่อกับการละเมิดลิขสิทธิ์ในสถาบันการศึกษา." หนังสือพิมพ์ไทยรัฐออนไลน์. หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ, 15 ตุลาคม 2555. Web. 01 Nov. 2012. <http://www.thairath.co.th/content/edu/298532>.
  3. กรมทรัพย์สินทางปัญญา. คู่มือการใช้งานลิขสิทธิ์ที่เป็นธรรม. นนทบุรี: กรมทรัพย์สินทางปัญญา, 2552.

Tags: Copyright | law | กฎหมายลิขสิทธิ์ | การใช้ลิขสิทธิ์ที่เป็นธรรม | บรรณารักษ์

Last Updated on Tuesday, 16 July 2013 23:12  

ฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาและให้บริการความรู้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย
ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป

film izle film izle pornosikis sikiselim pembedelik