Overnight Canadian Viagra

New Technology and Best Practice in Library Services # 1

E-mail Print

เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่และกรณีตัวอย่างการให้บริการห้องสมุด โดย Mr. John Hickok Librarian/Instructor จาก California State University, Fullerton campus ในการบรรยายพิเศษ เรื่อง New Technology and Best Practice in Library Services ซึ่งศูนย์สารนิเทศมนุษยศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดขึ้น โดยได้รับความร่วมมือจาก Information Resource Center (IRC), U.S. Embassy in Thailand โดยจัดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ 23 พ.ย. 2553 ณ ห้อง 304 ชั้น 3 อาคารมหาจักรีสิรินธร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ประวัติวิทยากร
Mr.John ปัจจุบันเป็นบรรณารักษ์ของห้องสมุด California State University, Fullerton campus ซึ่งแต่ละปี Mr.John และเพื่อนบรรณารักษ์จะต้องเปิดสอนในหัวข้อเกี่ยวกับห้องสมุดมากถึง 500 ครั้ง แก่นักศึกษาแต่ละสาขาวิชา ขณะที่อีกหนึ่งหน้าที่ คือ การเป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษและการรู้สารสนเทศสำหรับนักศึกษาชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวเอเชีย รวมถึงการเป็นประธานกรรมการ ALA International Relations Roundtable Orientation นอกจากนี้ขณะเรียนปริญญาเอกยังได้ทำงานวิจัยเพื่อเปรียบเทียบวัฒนธรรมของการบริการห้องสมุดในเอเชีย ระหว่างปี 2005-06 (ห้องสมุดกว่า 200 แห่ง ใน 14 ประเทศ แถบเอเชีย)

กรณีตัวอย่าง (Best Practice) ที่ Mr.John นำมาถ่ายทอด คือ California State University, Fullerton campus ซึ่งเป็นภาพรวมของห้องสมุดอุดมศึกษาในสหรัฐฯ โดยแบ่งเป็นนวัตกรรมใน 2 ด้านสำหรับห้องสมุดและบรรณารักษ์ คือ

  1. งานด้านเทคนิค (Technical services) เช่น Catalogin 6 ข้อ
  2. งานบริการผู้ใช้ (User services) เช่น Circulation 7 ข้อ 
นวัตกรรมของงานด้านเทคนิค (Technical services)  ได้แก่
  1. Prompt Cat. หรือ Pre-cataloged & processed book purchases คือ ห้องสมุดไม่จำเป็นต้อง catalog และเตรียมตัวเล่มหนังสือที่จัดหาเข้ามาด้วยตัวเองอย่างเคย แต่อาศัยบริการของ OCLC โดยห้องสมุดเพียงจ่ายเงินและแจ้งรายชื่อหนังสือที่ต้องการจัดหาเข้าห้องสมุด ที่เหลือเป็นหน้าที่ของ OCLC ในการจัดหา catalog และเตรียมตัวเล่ม เมื่อจัดการเสร็จก็จะส่งตัวเล่มให้แก่ห้องสมุดนั้นๆ และเปิดช่องให้ดาวน์โหลดรายการหนังสือมาเก็บไว้ในฐานข้อมูลของห้องสมุดเหตุผลที่เป็นเช่นนี้ เนื่องจาก ปัจจุบันความต้องการบรรณารักษ์ที่ catalog หนังสือเพียงอย่างเดียวลดจำนวนลงจาก 20 ปีที่ผ่านมามาก ตรงข้ามกับบรรณารักษ์ที่มีความเชี่ยวชาญเรื่อง e-Resource และที่สามารถสอน (Instruction Librarian) ได้ 
  2. Consortium buying power of databases คือ ความร่วมมือของห้องสมุดเพื่อจัดหาฐานข้อมูลจากบริษัทที่จำหน่าย ตัวอย่าง California State University ซึ่งมี 23 campus ทั้งหมดจับมือกันเจรจาต่อรองในการบอกรับฐานข้อมูล เพื่อช่วยประหยัดงบประมาณแทนการบอกรับที่ละห้องสมุดซึ่งมีราคาสูงกว่า
  3. Explosion of full-text linking in databases การเชื่อมโยงฐานข้อมูลต่างๆ ที่บอกรับเพื่อให้สามารถค้นหาเอกสารฉบับเต็ม (Full text) เพียงคลิกปุ่มเดียว ตัวอย่าง ฐานข้อมูล EBSCO ซึ่งเมื่อผู้ใช้ค้นหารายการที่ต้องการได้แล้ว และต้องการเอกสารฉบับเต็มสามารถคลิกปุ่ม “Find it” ระบบจะทำการค้นหาเอกสารฉบับเต็มเรื่องดังกล่าวอัตโนมัติจากฐานข้อมูลอื่นๆ ซึ่งใกล้เคียงกัน แม้ว่าในฐานข้อมูล EBSCO จะไม่มีก็ตาม
  4. Partnering with WorldCat for fast ILL หมายถึง การทำงานร่วมกันกับ WorldCat เพื่อการยืมระหว่างห้องสมุด (Inter Library Loan : ILL) ที่รวดเร็วขึ้น เมื่อนักศึกษาค้นหาหนังสือที่ต้องการจาก OPAC ห้องสมุดตนเอง แต่เล่มนั้นถูกยืมออกไปแล้ว จาก OPAC สามารถคลิกปุ่มไปยัง OPAC ของ WorldCat ซึ่งจะแสดงให้ทราบว่าหนังสือดังกล่าวมีให้บริการที่ห้องสมุดอื่น ที่ใดบ้าง ทั้งนี้หากห้องสมุดนั้นอยู่ใกล้บ้านนักศึกษาเค้าก็สามารถกรอกแบบฟอร์มออนไลน์ และไปยืมได้ด้วยตัวเอง ทำให้การยืมระหว่างห้องสมุดง่ายขึ้นด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลเข้าด้วยกัน นักศึกษาสามารถเลือกสถานที่ที่ต้องการขอรับบริการนอกเหนือจากห้องสมุดตนเอง ทำให้สามารถใช้งานหนังสือในเวลาที่ต้องการ บวกกับขั้นตอนไม่ยุ่งยาก ไม่มีค่าบริการในการดำเนินการ รวมถึงเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมของการสร้างความร่วมมือระหว่างห้องสมุด
  5. Reference Statistics Software ในการตอบคำถามเพื่อช่วยผู้ใช้ค้นหาสารสนเทศที่ต้องการ จำเป็นที่จะต้องมีเครื่องมือเพื่อช่วยบันทึกข้อมูลคำถาม-ตอบ ทั้งนี้เมื่อสิ้นสัปดาห์หรือสิ้นเดือน ก็สามารถดึงข้อมูลดังกล่าวมาพิจารณา ไม่ว่าจะเป็นประเภทคำถาม จำนวนคำถาม เช่น ช่วงเวลาที่มีการใช้บริการตอบคำถามและช่วยในการค้นคว้ามากที่สุด เพื่อจัดสรรจำนวนเจ้าหน้าที่ให้เหมาะสม รวมถึงการเตรียมข้อมูลที่พบบ่อยๆ เพื่อแนะนำผู้ใช้ได้ทันที เช่น หน้าเว็บไซต์ห้องสมุด เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่และผู้ใช้  ซึ่งปัจจุบันมีซอฟต์แวร์ที่เป็นโอเพนซอร์ส
  6. Library Instruction Request form คือ หน้าเว็บของห้องสมุดมีแบบฟอร์มออนไลน์สำหรับอาจารย์ในแต่ละคณะ เพื่อขอให้บรรณารักษ์ช่วยแนะนำการสืบค้นสารสนเทศในสาขาวิชานั้นๆ แก่นักศึกษาในชั้นเรียน เพื่อช่วยนักศึกษาในการค้นหาข้อมูลที่ต้องการ  
นวัตกรรมของงานบริการผู้ใช้ (User services) ได้แก่
  1. Instant Message : IM การอาศัย Chat online  เพื่อเป็นช่องทางในการติดต่อระหว่างผู้ใช้กับบรรณารักษ์ แบบ 24x7 แต่จากสถิติการเข้าใช้งานพบว่าช่วงเวลาที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้มากที่สุด คือ 5 ทุ่ม เพื่อรองรับความต้องการดังกล่าว ห้องสมุดก็ได้เลือกใช้บริการของ OCLC ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยในการรับบริการดังกล่าวออนไลน์ (เสียสตางค์เล็กน้อย เมื่อบอกรับบริการแบบ Consortium) อีกทั้งไม่ต้องหาบุคลากรมานั่งประจำหลังเวลาเลิกงาน
  2. Software to control all lab screens หลายครั้งเมื่อมีการเรียนการสอนในห้องคอมพิวเตอร์ เด็กๆ มักไม่สนใจกับสิ่งที่อาจารย์สอน เพราะกำลังเล่น Face Book หรือ Chat กับเพื่อนๆ อย่างสนุกสนาน ดังนั้นเราจะต้องหาเครื่องมือ คือ ซอฟต์แวร์ที่เพื่อช่วยให้นักเรียนโฟกัสมาที่หน้าจอสิ่งที่กำลังสอน ตัวอย่างซอฟต์แวร์ http:www.lanschool.com
  3. Specialized guides เป็นการทำ Subject guide ของบรรณารักษ์ที่เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา เพื่อช่วยนักศึกษาในการค้นหาสารสนเทศในสาขาวิชานั้น โดยสามารถเข้าถึงได้จากหน้าเว็บไซต์ของห้องสมุด แทนการแนะนำทีละคนในประเด็นเดียวกัน เกิดความสะดวกและรวดเร็วแก่ทั้งสองฝ่าย นอกจากนี้หนึ่งในสิ่งที่ Mr.John พบจากการทำการวิจัยในขณะเรียนปริญญาเอก คือ บรรณารักษ์ในห้องสมุดประเทศกำลังพัฒนา ส่วนใหญ่ทำงานได้ไม่เต็มศักยภาพกับความรู้และความสามารถที่มี ซึ่งการทำ Specialized quides นี้ เป็นสิ่งที่จะช่วยให้บรรณารักษ์ได้พัฒนาศักยภาพตนเอง และห้องสมุดเองก็ได้เพิ่ม e-Resources
  4. Specialized tutorials คือ การทำ tutorial ที่น่าสนใจในลักษณะมัลติมีเดีย ไม่เฉพาะที่เป็นข้อความตัวอักษรเท่านั้น 
  5. RefWorks plug-in and workshops สำหรับ RefWorks แล้วนั้นมันคือ เครื่องมือเพื่อช่วยในการสร้างรายการอ้างอิงและรายการบรรณานุกรมอัตโนมัติ เพื่อช่วยนักศึกษาและอาจารย์ในการทำผลงานวิชาการ เว็บไซต์ RefWork ที่ http://www.refworks.com
  6. Outreach to international students การจัดกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือนักศึกษาชาวต่างชาติในการค้นหาสารสนเทศและใช้งานห้องสมุด เช่น นำทัวร์ห้องสมุด เอกสารแนะนำ หรือ เว็บไซต์
  7. International partnership ในสังคมยุคปัจจุบันการทำงานร่วมกันในลักษณะเครือข่ายนับเป็นสิ่งสำคัญแทนการทำงานลำพังในแบบเดิมๆ โดยเฉพาะการทำความร่วมมือกับหน่วยงานระดับนานาชาติทั้งรูปแบบที่เป็นทางการหรือไม่เป็นทางการ เพื่อแบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ และ Resources ต่างๆ ในการพัฒนานักศึกษา บุคลากร ห้องสมุด และมหาวิทยาลัย
ต่อด้วยแนวโน้มของการให้บริการผู้ใช้ห้องสมุด แนวโน้มการให้บริการผู้ใช้ ต่อไปจะต้องเป็นการบริการเชิงรุกโดยเฉพาะการตอบคำถามและช่วยในการค้นคว้า รวมถึงการให้คำแนะนำและการศึกษาแก่ผู้ใช้ ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนภาพลักษณ์ของบรรณารักษ์เดิมๆ ที่ติดตากัน คือ โบราณ ดุ สู่บรรณารักษ์ยุคใหม่ที่ทันสมัย เป็นมิตรกับผู้ใช้ และเชี่ยวชาญในการค้นหาและเข้าถึงข้อมูล

เมื่อมองย้อนกลับไปถึงเหตุผลที่เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องการบริการเชิงรุกในสหรัฐฯ  มีเหตุผล คือ
  1. บรรณารักษ์มีความเชี่ยวชาญด้านไอทีมากขึ้น หลักสูตรการเรียนการสอนทางบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ปัจจุบันมีการปรับปรุงให้ทันยุคสมัยมากขึ้น เช่น นักศึกษาต้องสามารถสร้างเว็บไซต์
  2. บรรณารักษ์มีบทบาทต่อการเรียนการสอน โดยเฉพาะในรายวิชาที่เกี่ยวข้องกับการรู้สารสนเทศ
  3. ระดับปริญญาของบรรณารักษ์ที่รับเข้าทำงานต้องการขั้นต่ำคือปริญญาโท จุดนี้เป็นจุดที่บรรณารักษ์ในฝั่งซีกโลกตะวันออกและตะวันตกค่อนข้างต่างกัน โดย Mr. John เล่าให้ฟังว่า ในสหรัฐฯ บรรณารักษ์จัดอยู่ในกลุ่มคณาจารย์ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ซึงส่วนใหญ่เรียนจบระดับปริญญาโท ต่างจากในฝั่งเอเชียที่นักศึกษาเมื่อเรียนจบปริญญาตรีทางบรรณารักษ์แล้ว ก็จะเรียนต่อในสาขาเดิม ทำให้ได้ความรู้ในสาขาเดียว ขณะที่นักศึกษาในสหรัฐฯ จะเลือกเรียนเฉพาะทาง แล้วจึงต่อด้วยปริญญาโททางบรรณารักษ์ ทำให้สามารถบูรณาการสองสาขาวิชา และเป็น Special librarian
ตัวอย่างแนวทางในการให้บริการเชิงรุก
  1. สถานที่ในการให้บริการตอบคำถามและช่วยในการค้นคว้า  ไม่ควรอยู่ไกลหรือลึกลับซับซ้อนจากผู้ใช้ ควรอยู่ข้างหน้า เห็นเด่นชัด เพราะผู้ใช้จะไม่กล้าใช้บริการ นอกจากนี้หนังสืออ้างอิงต่างๆ ควรอยู่ใกล้จุดบริการตอบคำถามซึ่งสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ ในการค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งอื่น
  2. รูปแบบการแนะนำบริการตอบคำถามแก่ผู้ใช้เชิงรุก บางครั้งบรรณารักษ์มักคิดว่าการหาหนังสือในห้องสมุดเป็นเรื่องง่าย และเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง แต่สำหรับนักเรียน นักศึกษา อาจไม่เสมอไป เพราะส่วนใหญ่เค้าไม่มีพื้นฐานทางบรรณารักษ์ เมื่อเค้าต้องการความช่วยเหลือบางครั้งก็ถูกเพิกเฉยจากบรรณารักษ์ ทำให้หันกลับไปถามเพื่อน และ Google มากกว่า ดังนั้นบรรณารักษ์จะต้องวิ่งไปหาผู้ใช้ สอบถามว่ากำลังค้นหาข้อมูลเรื่องใด พร้อมแนะนำแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมให้ เมื่อทำแบบนี้แล้วผู้ใช้คนอื่นที่อยู่ จะได้ยินว่าบรรณารักษ์ช่วยเรื่องการสืบค้นได้ ก็จะต่อคิวเพื่อขอรับบริการต่อไป นอกจากนี้การทำป้ายเพื่อแนะนำบริการตอบคำถามก็ควรที่จะเด่น สะดุดตา เชื้อเชิญผู้ใช้ รวมถึงภาพลักษณ์ที่เป็นมิตรของบรรณารักษ์ จากการพูดคุยกับกลุ่มนักศึกษาถึงสาเหตุที่ไม่ขอรับบริการตอบคำถามจากบรรณารักษ์ ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจาก ไม่ยอมรับว่าตัวเองไม่รู้ (ไม่อยากให้คนอื่นคิดว่าตัวเองโง่)เคยเจอประสบการณ์ที่เลวร้ายจากการใช้บริการห้องสมุด และคิดว่าเปิด Google ก็ได้คำตอบ
  3. เพิ่มแหล่งบริการค้นคว้าหาข้อมูลใหม่ๆ ในห้องสมุด แม้ในสถานการณ์ที่ถูกจำกัดงบประมาณ
    คือ การมองหาเว็บไซต์ หรือแหล่งสารสนเทศอื่นๆ ที่ฟรี เช่น www.ipl2.org www.libraryspot.com และ www.refdesk.com 
  4. เพิ่มการให้การศึกษาแก่ผู้ใช้บริการมาก ด้วยการ
    • จัดปฐมนิเทศการใช้ห้องสมุด แต่เนื่องจากการปฐมนิเทศทั่วๆ ไป มีเวลาจำกัด ผู้ใช้เพียงแต่ฟัง ทำให้ความสนใจขาดไป เพื่อแก้ปัญหานี้ควรหารือกับอาจารย์ในแต่ละคณะเพื่อมอบหมายการบ้านให้นักศึกษามาค้นหาหนังสือในห้องสมุด 
    • กำหนดให้การใช้ห้องสมุดเป็นรายวิชาหนึ่ง ปัญหาที่พบคืออาจารย์ส่วนใหญ่มักคิดว่าตัวเองถูกเบียดบังชั่วโมงการสอน คิดว่าการแนะนำการใช้คอมพิวเตอร์คือเรื่องเดียวกับการรู้สารสนเทศ สุดท้ายคือคิดว่าบรรณารักษ์ไม่สามารถสอนหนังสือได้ วิธีการแก้ปัญหาคือ การสร้างสัมพันธ์อันดีกับอาจารย์แต่ละท่าน และเข้าไปพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจที่ถูกต้องร่วมกัน
    • จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ แต่เรามักเจอปํญหาว่าจัดอบรมแต่ต้องปิดงานก่อนเปิดงานเสียอีก เพราะจำนวนผู้สนใจเข้าเรียนแถบจะไม่มีเลย ดังนั้นจะต้องเอาเรื่องการตลาดเข้ามาช่วย เช่น การมอบรางวัลด้วยการขอการสนับสนุนจากห้างร้าน เช่น Singapore Polytechnic Library ที่ร่วมกับ Pizza Hut ด้วยการลุ้นรับคูปองรับประทานพิซซ่า เมื่อมายืม-คืน หนังสือในห้องสมุดครบ 3 ครั้ง เพื่อรับสิทธิ์ลุ้น

Tags: Best Practice | John Hickok | Library | Library services | proactive service | กรณีศึกษา | นวัตกรรมสำหรับห้องสมุด | บรรณารักษ์ | บริการห้องสมุด | บริการเชิงรุก | ห้องสมุด | เทคโนโลยีสำหรับห้องสมุด

 

ฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาและให้บริการความรู้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย
ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป

film izle film izle pornosikis sikiselim pembedelik