ครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษาและทุกท่านหากมีเวลาว่าง และยังไม่มีอะไรจะอ่านในช่วงนี้ ผมขอแนะนำเอกสารจากกรมทรัพย์สินทางปัญญาหลายเล่มนี้ครับ
* คู่มือการใช้งานลิขสิทธิ์ที่เป็นธรรม
* คู่มือการใช้งานลิขสิทธิ์ที่เป็นธรรมสำหรับการเรียนการสอน
* คู่มือการใช้งานลิขสิทธิ์ที่เป็นธรรมสำหรับงานโปรแกรมคอมพิวเตอร์แต่ละประเภท
* คู่มือใช้งานลิขสิทธิ์ที่เป็นธรรมสำหรับการรายงานข่าว
อ่านแล้วคงจะตระหนักได้ว่า “การใช้ลิขสิทธิ์ที่เป็นธรรม” หรือที่เรียกกันว่า Fair use มีขอบเขตเพียงใด หลายๆ ครั้งได้ยินอาจารย์ นักวิชาการพูดเรื่องนี้แต่ไม่สามารถอธิบายขอบเขตได้ชัดเจน แต่จากเอกสารชุดดังกล่าวคงเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น ดังตัวอย่างการใช้งานรูปภาพเพื่อการเรียนการสอน

เห็นชัดเลยนะครับว่า “เป็นธรรม” นิยามไว้ชัดเจนเพียงใด แต่ก็พบว่ามีการสอบถามประเด็นกฎหมายนี้มาค่อนข้างมาก อย่างเช่น
“ถ้าดูตามข้อกฏหมายเช่น พรบ.ลิขสิทธิ์ 2537 ม.32-34 (ฉบับภาษาไทย | ฉบับภาษาอังกฤษ) จะยกเว้นเพื่อการเรียนการสอนโดยไม่มีการระบุขอบเขต”
จากที่ได้ศึกษาและฟังการบรรยายของเจ้าหน้าที่จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา คำว่า “โดยไม่มีการระบุขอบเขต” คงไม่น่าจะใช่ เพราะในมาตรฐานที่ 33 – 34 ก็เขียนไว้ชัดเจนดังนี้
…. ได้ปฏิบัติตามมาตรา 32 วรรคหนึ่ง…. เป็นสำคัญครับ คิดว่าวรรคหนึ่งของมาตรา 32 เป็นสิ่งที่ถกกันว่าแค่ไหนคือ “..เกินสมควร..”
ดังนั้นปัญหาที่คิดว่าถกกันไม่แตกก็คือ คำว่า “เกินสมควร” จึงน่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้เกิดเอกสารชุดนี้ขึ้นมา และยังได้รับคำชี้แจงเพิ่มเติมผ่าน Facebook มาดังนี้ครับ
Gene Chongnang เห็นด้วยกับ @boonlert ค่ะ ว่าเป็นความพยายามทำให้หลัก 3 step test ใน Berne Convention มีความชัดเจนมากขึ้น แต่ทั้งนี้ แนวปฏิบัติดังกล่าวก็ยังไม่เป็นกฎหมาย ไม่ผูกพันศาลให้ต้องถือตามเอกสารที่ว่านี้ (อาจใช้เป็นแนวทางได้) แต่อย่างไรก็ตาม หากมีประเด็นเรื่อง fair use ขึ้นสู่ศาล ก็ยังต้องพิจารณาเป็นกรณีๆ ไป โดยถือหลัก ‘Substantial Similarity’ –> (Quantitative + Qualitative Approach) เป็นสำคัญ
เพิ่มเติมนิดนึงค่ะ ‘หลักเกณฑ์การใช้ลิขสิทธิที่เป็นธรรม 4 ประการ เข้าใจว่าได้นำมาโดยตรงจากหลัก Fair Use ของ US (17 U.S.C. Section 107 )ลองเทียบเคียงดูนะคะ
17 U.S.C. Section 107….In determining whether the use made of a work in any particular case is a fair use the factors to be considered shall include:1. the purpose and character of the use, including whether such use is of a commercial nature or is for nonprofit educational purposes;2. the nature of the copyrighted work;3. the amount and substantiality of the portion used in relation to the copyrighted work as a whole; and4. the effect of the use upon the potential market for or value of the copyrighted work.
เกณฑ์การใช้ลิขสิทธิ์ที่เป็นธรรมในการเรียนการสอน ต้องคำนึงถึงวัตถุประสงค์ ในการใช้งานลิขสิทธิ์ทั้งหมด 4 ประการประกอบกัน ดังนี้
1) คำนึงถึงวัตถุประสงค์และความเหมาะสมในการใช้งานลิขสิทธิ์
2) คำนึงถึงลักษณะของงานลิขสิทธิ์
3) คำนึงถึงปริมาณการใช้งานและสัดส่วนของงาน โดยอาจพิจารณาจากเกณฑ์ที่กำหนดในข้อ 4
4) คำนึงถึงผลกระทบต่อการตลาดหรือมูลค่าของงานลิขสิทธิ์
อ่านแล้วชัดเจนมากขึ้นนะครับ ขอขอบคุณทุกความเห็นครับ ทั้งนี้หากต้องการความชัดเจนและสอบถามที่มาที่ไปขอแนะนำให้ผ่านกรมทรัพย์สิน ทางปัญญาน่าจะได้คำตอบที่ดีที่สุดครับ






