Cialis Online OvernightNo Prescription CialisCheap Cialis OnlineBuy Cheap Generic ViagraViagra Tabs
หน้าแรก คลังความรู้ การจัดการทรัพยากรสารสนเทศ และห้องสมุด การพิมพ์เว้นวรรค ควรเคาะหนึ่ง หรือสองเคาะ ถึงเวลาคิดใหม่ ทำใหม่กันหรือยัง

การพิมพ์เว้นวรรค ควรเคาะหนึ่ง หรือสองเคาะ ถึงเวลาคิดใหม่ ทำใหม่กันหรือยัง

E-mail Print

ช่องว่างระหว่างคำ และช่องว่างระหว่างประโยคในการพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์ พบว่ายังมีการใช้งานที่แตกต่าง และส่งผลกระทบต่อแสดงผล การแปลความหมาย รวมทั้งอาจจะส่งผลต่อกระบวนการประมวลผลทางคอมพิวเตอร์ด้วย เช่น ผลลัพธ์จากการสืบค้น ปัญหาดังกล่าวเนื่องมาจาก "ผู้พิมพ์" หลายๆ คน ยังคงมีแนวทางการพิมพ์และการใช้ "ช่องว่าง" ที่แตกต่างกัน บางกลุ่มยึดว่าช่องว่างต้องเคาะ 2 เคาะ บางกลุ่มก็ยึดเคาะเดียว บางกลุ่มก็ใช้ผสมผสานกัน

ปัญหา "ช่องว่าาง" ระหว่างคำ และระหว่างประโยค จึงเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลต่อกระบวนการทำงานที่เกี่ยวข้องกับ "คอมพิวเตอร์" ในภาพรวม เหตุผลใหญ่ ก็คงมาจากการเรียนรู้ที่ผ่านมาที่ยึดแนวปฏิบัติจาก "การพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีด" เช่น

  1. เมื่อจบประโยคให้เว้นวรรคใหญ่ ... ทั้งนี้ "เว้นวรรคใหญ่" ราชบัณฑิตยสถาน กำหนดไว้ว่า "มีระยะห่างระหว่างวรรคประมาณ 2 เท่าของการเว้นวรรคเล็ก โดยเว้นวรรคเล็ก มีระยะห่างระหว่างวรรคประมาณเท่ากับความกว้างของพยัญชนะ ก"
  2. เว้นวรรคเล็กระหว่างคำนำหน้านามแต่ละชนิด เป็นต้น

ทั้งนี้รายละเอียดเพิ่มเติมและการใช้งานในกรณีอื่นๆ สามารถศึกษาได้จากเอกสาร หลักเกณฑ์การเว้นวรรค ราชบัณฑิตยสถาน และจากเอกสารดังกล่าว "ทำให้แปลกใจมากๆ ที่มักจะเว้นวรรคใหญ่ระหว่างชื่อกับนามสกุล ตลอดทั้งเว้นวรรคใหญ่ระหว่างคำในประโยค" ว่านำแนวปฏิบัติมาจากแหล่งใด 

การเว้นวรรคใหญ่ และเว้นวรรคเล็ก มีที่มาจาก "การพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีด" ซึ่งลักษณะของอักขระแต่ละอักขระมีความกว้างเท่ากัน ดังนั้นจึงต้องเว้นวรรคใหญ่ หรือเคาะสองเคาะเมื่อจบประโยค เพื่อแบ่งประโยคให้ชัดเจน ดังภาพ

ตัวอย่างอักขระแบบความกว้างอักขระเท่ากัน (อักขระแบบเครื่องพิมพ์ดีด)

สำหรับคำนิยาม "เว้นวรรคใหญ่" ของราชบัณฑิตยสถาน ยึดความกว้างของตัวอักษร "ก" อันเป็นอักษรแรกเป็นฐาน รวมทั้งการพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์มีการใช้แบบอักษรหรือฟอนต์บนคอมพิวเตอร์ใหม่ๆ (ยกเว้น CU Writer, RW) กำหนดฟอนต์แบบปรับเปลี่ยนขนาดได้ หรือ proportional fonts และการพิมพ์ด้วย proportional fonts นี้จะพบว่า "เคาะหนึ่ง" หรือ "เคาะสอง" ก็ไม่มีผลต่อการอ่าน และการแสดงผล เพราะโปรแกรมปรับความกว้างของอักขระแต่ละตัวตามเหมาะสมให้อัตโนมัติ ทำให้มองเห็น "ช่องว่าง" ระหว่างประโยค ได้ชัดเจนมากกว่าการพิมพ์แบบเดิม ในขณะที่ประเด็น "เคาะหนึ่ง" หรือ "เคาะสอง" กลับมีผลต่อการประมวลผลทางคอมพิวเตอร์ ดังนั้นการเว้นวรรคด้วยช่องว่างด้วยการพิมพ์บนคอมพิวเตอร์ จึงควรมีการปรับแนวคิด แนวปฏิบัติ และใช้เพียง 1 เคาะเท่านั้น

อย่างไรก็ดี หากยังสนใจ "การเว้นวรรคใหญ่" โปรแกรมประมวลผลคำอย่าง Microsoft Word ก็เตรียมคำสั่งให้ โดยนับเป็น 1 อักขระ และไม่ส่งผลต่อการประมวลผล โดยเรียกว่า EM Space หรือช่องว่างยาว ซึ่งมีวิธีการใช้งาน (กรณี MS Word 2007) ดังนี้

  1. เมื่อพิมพ์ข้อความและจบประโยค ยังไม่ต้องกดแป้นเว้นวรรค แต่ให้เลือกแท็บเมนู แทรก
  2. คลิกปุ่มเครื่องมือ สัญลักษณ์ ต่อด้วยรายการย่อย "สัญลักษณ์เพิ่มเติม" 

    การแทรกสัญลักษณ์

  3. ปรากฏแท็บ "สัญลักษณ์์" คลิกแท็บ อักขระพิเศษ 

    สัญลักษณ์พิเศษ
     
  4. คลิกเลือกรายการ "ช่องว่างยาว" จะปรากฎช่องว่างที่กว้างกว่าปกติ ณ ตำแหน่ง Cursor จากนั้นให้พิมพ์งานตามปกติ

จะเห็นได้ว่า หากต้องการ "เว้นวรรคใหญ่" ที่สามารถประมวลผลได้ถูกต้องตามกระบวนการทางคอมพิวเตอร์ ก็ต้องปรับเปลี่่ยนวิธีการพิมพ์ (ไม่ใช่นำแนวปฏิบัติการพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีดมาใช้) นอกจากการเว้นวรรคใหญ่ การพิมพ์งานด้วย Word Processor เช่น MS Word ยังมีช่องว่างแบบไม่ตัดคำ หรือ (No-break space / hard space) เพื่อควบคุมการตัดคำให้เลือกใช้ด้วย โดยช่องว่างแบบนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมการตัดคำ 

ในการพิมพ์เอกสารด้วย MS Word บางครั้ง อาจจะมีการระบุคำที่มีส่วนประกอบของช่องว่าง ดังภาพ คือ ‘Monotype’s Arial’ ซึ่งถือเป็นคำเดียวกันที่ต้องไปด้วยกัน ซึ่งเมื่อคำดังกล่าวไปปรากฏท้ายบรรทัด อาจจะถูกตัดคำ แบ่งคำขึ้นบรรทัดใหม่ อันทำให้ผิดลักษณะการใช้งานที่ถูกต้อง เพราะโปรแกรมยึดช่องว่างในการตัดคำ

No-break space

การแก้ไขปัญหาการแยกคำ หรือตัดคำกรณีคำที่ประกอบด้วยช่องว่างข้างต้น จะต้องใส่ช่องว่างพิเศษที่เรียกว่า No-break space โดยการใช้ปุ่ม Ctrl พร้อมกับปุ่ม Shift และปุ่ม Space แทนการกดปุ่ม Space ตามปกติ

ทั้งนี้ช่องว่างที่ปรากฏ จะเป็นอักขระพิเศษที่สายตามองเห็นเป็นช่องว่าง แต่โปรแกรมจะยึดเป็น 1 อักขขระที่ผสานกับคำข้างหน้าและข้างหลัง ทำให้การตัดคำจะยกทั้งคำขึ้นบรรทัดใหม่ แทนการตัดส่วนของคำด้วยช่องว่างนั่นเอง

No-break space

เมื่อเข้าสู่โหมดแสดงอักขระที่ไม่สั่งพิมพ์ ของ MS Word จะปรากฏความแตกต่าง ดังนี้

No-break space

นอกจากการเว้นวรรคระหว่างคำ และจบประโยค ยังมีประเด็นช่องว่างระหว่างบรรทัด (Line Spacing) และระหว่างพารากราฟ (Paragraph Spacing) ซึ่งต้องปรับเปลี่ยนเช่นกัน ไม่ใช่นำ "ปัด 1 บิด 2" มาใช้เป็นกดปุ่ม Enter 2 ครั้ง ... ทั้งนี้สำนักนายกรัฐมนตรี ได้ปรับปรุงและประกาศไว้ใน "การพิมพ์หนังสือราชการภาษาไทยด้วยโปรแกรมการพิมพ์ในเครื่องคอมพิวเตอร์" ไว้แล้ว จึงเห็นได้ว่า ประเทศไทย ก็ยังมองเห็นความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวและปรับปรุงในระดับประเทศแล้ว เหลือแต่ระดับผู้ใช้ ควรปรับตัวเองกันหรือยังครับ 

สรุปได้ว่า

  1. การพิมพ์ควรปรับเปลี่ยนแนวคิดใหม่ ภายใต้รูปแบบการพิมพ์และเทคโนโลยีใหม่
  2. การพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์ ให้เว้นวรรค 1 เคาะ 
  3. หากต้องการเว้นวรรคใหญ่ และเว้นวรรคแบบไม่ตัดคำ ให้ใช้ฟังก์ชันพิเศษของ Word Processor เพื่อให้การประมวลผลทางคอมพิวเตอร์ถูกต้อง

แหล่งข้อมูลศึกษาเพิ่มเติม

  1. การเว้นวรรค ราชบัณฑิตยสถาน 
  2. Sentence spacing studies : Wikipedia
  3. Space (punctuation) : Wikipedia
  4. Sentence spacing in digital media : Wikipedia
  5. Why you should use one space after each sentence

Tags: spacing | การเว้นวรรค | ช่องว่าง | ช่องว่างระหว่างคำ | ช่องว่างระหว่างประโยค | วรรค | เครื่องหมายวรรคตอน

Last Updated on Monday, 10 June 2013 20:19  

ฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาและให้บริการความรู้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย
ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป

film izle film izle pornosikis sikiselim pembedelik