200mg Viagra

ล็อคคิส (LOCKSS)

E-mail Print

ในระยะหลังมีการริเริ่มพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับการจัดการคลังเก็บเอกสาร อิเล็กทรอนิกส์ขึ้นเป็นจำนวนมาก บางองค์กรหรือหน่วยงานจัดทำขึ้นเพื่อใช้ในการสงวนรักษาเนื้อหาที่อาจจะสูญ หายได้ บางหน่วยงานจัดทำขึ้นเพื่อให้สามารถเข้าถึงทรัพยากรสารสนเทศได้มากขึ้น ความเคลื่อนไหวที่ให้ใช้ได้อย่างเปิดกว้างนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิด การพัฒนานี้ขึ้น การริเริ่มเอกสารดิจิทัล เช่น เอกสารก่อนการจัดพิมพ์ (pre-print) เอกสารหลังการจัดพิมพ์ (post-print) และเซิร์ฟเวอร์สำหรับจัดเก็บเอกสาร (document servers) ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นแนวทางใหม่ในวงการพิมพ์ เนื่องจากยังไม่สามารถควบคุมราคาของวารสารได้ โดยเฉพาะวารสารของหน่วยงานทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคนิค และ การแพทย์ อีกทั้งจำนวนผู้เขียนและมหาวิทยาลัยที่มีความกระตือรือร้นที่จะมีส่วนในการ พิมพ์และสงวนรักษาด้วยตนเองมีมากขึ้น ๆ

ในการเลือกเครื่องมือ ห้องสมุดต้องพิจารณาถึงประเด็นต่าง ๆ ดังนี้

  • ประเภทของทรัพยากรสารสนเทศที่ต้องการเก็บ
  • ระยะเวลาของการเก็บ
  • ความเหมาะสมของซอฟต์แวร์
  • ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบ
  • ความรู้ด้านเทคนิคพิเศษ

ในบทความนี้จะพูดถึงโปรแกรมที่ช่วยสนับสนุนงานด้านนี้สามตัวด้วยกันคือ ล็อคคิส(LOCKSS) อีพริ้นท์ (EPrints) และ ดีสเปซ (DSpace) ซึ่งเป็นเครื่องมือในการจัดการการเก็บที่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย โดยจะพูดถึงทั้งในแง่ของผู้ใช้ ค่าใช้จ่าย  เทคโนโลยีพื้นฐาน เทคนิคพิเศษที่จำเป็นต้องใช้ และ หน้าที่การทำงานต่าง ๆ

ล็อคคิสส  (LOCKSS)

โดยทั่วไปห้องสมุดจะไม่ได้ซื้อตัวเนื้อหาของวารสารอิเล็กทรอนิกส์แต่จะได้เป็นสิทธิการเข้าใช้ (license) ได้ในช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งหากไม่ต่ออายุสมาชิกจะไม่สามารถใช้เนื้อหานั้นได้  ดังนั้นหากทุกห้องสมุดขาดอายุสมาชิกไป หรือผู้จัดทำ/ผู้พิมพ์เลิกกิจการไป เนื้อหาที่ว่าจะไม่มีให้ใช้ได้อีกต่อไป  ก่อนที่จะมาถึงยุควารสารอิเล็กทรอนิกส์  ห้องสมุดต้องเป็นสมาชิกวารสารฉบับตีพิมพ์ด้วยตนเองเท่านั้น  เนื่องจากไม่มีวิธีอื่นที่สะดวกและเร็วกว่านี้ในการเข้าถึงวารสาร ปัจจุบันห้องสมุดไม่จำเป็นต้องบอกรับวารสารฉบับตีพิมพ์ทุกฉบับอีกต่อไปแล้ว  เพราะห้องสมุดสามารถเข้าถึงวารสารได้จากฐานข้อมูลและการบอกรับเป็นสมาชิกวารสารอิเล็กทรอนิกส์  การเป็นสมาชิกวารสารฉบับตีพิมพ์ หมายถึง ห้องสมุดได้เป็นเจ้าของวารสารฉบับนั้น ๆ อย่างถาวรตลอดไป  ดังนั้น ผลของการที่วารสารฉบับตีพิมพ์ที่มีห้องสมุดแห่งใดแห่งหนึ่งเป็นเจ้าของก็คือ จะมีห้องสมุดใดห้องสมุดหนึ่งในประเทศสหรัฐอเมริกา หรือในที่อื่น ๆ เก็บรักษาวารสารเล่มนั้นไว้ด้วยการเย็บเล่มหรือถ่ายเป็นไมโครฟิล์มและให้ยืมผ่านระบบการยืมระหว่างห้องสมุด จึงเป็นการเก็บรักษาเอกสารอย่างถาวรไปโดยปริยาย ซึ่งระบบสมาชิกแบบอิเล็กทรอนิกส์ไม่อาจเก็บรักษาในลักษณะเดียวกันได้

ล็อคคิส (LOCKSS ย่อมาจาก Lots of Copies Keep Stuff Safe) ได้รับการพัฒนาขึ้นที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Standford University)  โปรแกรมนี้ จะช่วยให้ห้องสมุดสามารถให้บริการเนื้อหาของวารสารอิเล็กทรอนิกส์ นับตั้งแต่วันที่ห้องสมุดเป็นสมาชิก โดยห้องสมุดจะจัดเก็บถาวรไว้ ซึ่งทำให้ยังคงให้บริการเนื้อหาต่อไปได้ แม้ว่าหมดอายุสมาชิกแล้วก็ตาม  เนื่องจากล็อคคิสเป็นระบบที่รวบรวมเนื้อหาใหม่อย่างช้า ๆ จึงเหมาะสำหรับการเก็บถาวรของเนื้อหาที่คงที่ (static) ไม่เปลี่ยนแปลงบ่อย  เพราะฉะนั้นจุดประสงค์เบื้องต้นของล็อคคิส คือ  การสงวนรักษาการเข้าถึงวารสารอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจาก เนื้อหาของวารสารจะถูกเพิ่มเติมเข้ามาตามคาบที่แน่นอน (regular intervals) ตัวต้นฉบับจะถูกเก็บรักษาแยกไว้ แทนการสร้างฉบับสำรอง (back-up copy) เพื่อให้มั่นใจในความเชื่อถือได้ของเนื้อหา และเพื่อเป็นหลักประกันว่าจะคงมีอยู่ตลอดไปโดยมีการเก็บสำเนาไว้ถึงประมาณ 6 ชุด

ล็อคคิสเป็นระบบเปิดสำหรับห้องสมุดใดก็สามารถใช้ได้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหน่วยงานในประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศต่าง ๆ ในยุโรป รวมทั้งระบบสนับสนุนการพิมพ์ (publishing platform) ต่าง ๆ ด้วย เช่น โปรเจ็คมิวส์ (Project Muse) สำนักพิมพ์แบล็คเวลล์ (Blackwell Publishers)  เอ็มเมอรัลกรุ๊ปพับบลิชชิง (Emerald Group Publishing)  เนเจอร์พับบลิชชิงกรุ๊ป (Nature Publishing Group)  และครูเวอร์อะคาเดมิคพับบลิชเชอร์ (Kluwer Academic Publishers) นอกจากนี้ผู้ใช้ยังมีวารสารอีกจำนวนหนึ่งที่ถูกจัดเก็บเป็นการถาวรที่ผู้สนใจจะเรียกอ่านได้จากเว็บไซต์โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

ล็อคคิสจะจัดเก็บสิ่งพิมพ์ที่มีกำหนดการพิมพ์ที่แน่นอน และส่งออกไปผ่านเอชทีทีพีที่มียูอาร์แอล  แต่สิ่งพิมพ์ เช่น เว็บไซต์นั้นมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาจึงไม่เหมาะสำหรับการเก็บถาวรด้วยล็อคคิส  ถ้าวารสารฉบับใดมีโฆษณาที่เปลี่ยนไป โฆษณานั้นจะไม่ถูกเก็บรักษาไว้ เมื่อไม่นานมานี้มีการสำรวจว่า สามารถใช้ล็อคคิสมาใช้จัดเก็บสิ่งพิมพ์รัฐบาล ที่ถูกตีพิมพ์บนเว็บ ได้หรือไม่  และมีการริเริ่มอีกโครงการหนึ่งคือ การนำล็อคคิสมาใช้เป็นหน่วยเก็บถาวรของเว็บไซต์ที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอีกต่อไป
    
ข้อดีของการสงวนรักษาเนื้อหาด้วยล็อคคิส คือ ราคาถูกและไม่ต้องใช้เวลามากนัก ห้องสมุดที่ต้องการมีส่วนร่วมในการใช้ล็อคคิส ต้องการเพียงเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เป็นเครื่องเสมือน ซึ่งใช้คอมพิวเตอร์ทั่วไปที่ราคาไม่แพง  คอมพิวเตอร์นี้จะต้องเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตได้ แม้ว่าการติดต่ออินเตอร์เน็ตด้วยการหมุนโทรศัพท์จะไม่ดีพอก็ตาม  ความต้องการของระบบต่ำสุดก็คือ ซีพียูอย่างน้อย 600 เมกกะเฮิร์ตซ์  แรมอย่างน้อย 128 เมกกะไบต์ และมีดิสก์ไดรฟ์ 1 หรือ 2 ตัวที่มีความจุอย่างน้อย 60 กิกะไบต์ โดยโปรแกรมล็อคคิสสามารถเรียกได้จากซีดีซึ่งประกอบด้วยระบบปฏิบัติการโอเพ่นบีเอสดี (OpenBSD)  รายละเอียดในการลงโปรแกรมทีละขั้นตอนสามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ของล็อคคิสที่ http://www.lockss.org/publidocs/install.html   ผู้ที่ลงโปรแกรมควรมีทักษะและประสบการณ์ในการตั้งค่าต่าง ๆ ของซอฟต์แวร์ เมื่อติดตั้งล็อคคิสเสร็จเรียบร้อยแล้วมันจะทำงานโดยอัตโนมัติ  ผู้ดูแลระบบคอยเฝ้าสังเกตเพียงเล็กน้อยเท่านั้น สำหรับการสนับสนุนในด้านเทคนิค หน่วยงานหรือองค์กรสามารถเข้าร่วมกับกลุ่มผู้ใช้โปรแกรมล็อคคิส (LOCKSS Alliance) ได้

ล็อคคิสเก็บเนื้อหาของวารสาร โดยการเข้าไปเก็บจากเว็บไซต์ ของสำนักพิมพ์ต่าง ๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไปและสม่ำเสมอ  รูปแบบที่ล็อคคิส สามารถเก็บได้ คือ เอชทีเอ็มแอล (HTML) เจเพ็ค (jpg) จิฟ (gif) เวฟ (wav) พีดีเอฟ (pdf) ตัวโปรแกรมใส่เมทาดาทาจากสำนักพิมพ์มากกว่าเมทาดาตาที่ใส่จากห้องสมุด ห้องสมุดมีทางเลือกในการให้สร้างเมทาดาตาอยู่ในส่วนของผู้ดูแลระบบ  เมื่อถูกเรียกใช้งานแคช (cache) จะทำหน้าที่แจกจ่ายเนื้อหาเสมือนเป็นเว็บพร็อกซี (web proxy) ระบบจะไปค้นหาวารสารจากเว็บไซต์ของสำนักพิมพ์ก่อน หรือถ้าหาไม่ได้ก็จะไปหาจากแคชให้ การเข้าไปเก็บจากเว็บไซต์ของสำนักพิมพ์เพื่อ ต้องการให้สถาบันต่าง ๆ ผ่านการอนุญาตจากสำนักพิมพ์ก่อน ซึ่งการได้รับอนุญาตนี้เป็นการได้รับผ่านข้อตกลงการอนุญาตให้เข้าใช้ (licence agreement) แล้วสำนักพิมพ์จะแจ้งในเว็บไซต์ของสำนักพิมพ์ ว่าในวารสารแต่ละหัวมีฉบับใดบ้างและฉบับใดได้รับอนุญาตให้ล็อคคิสเก็บข้อมูลไปได้
 
เนื่องจากวารสารแต่ละหัวมีคุณสมบัติเฉพาะ จึงต้องมีซอฟต์แวร์เสริม (plug-in) มาช่วย เช่น ช่วยในการหาวารสาร หรือตรวจสอบกำหนดการออกของวารสาร เป็นต้น

ลักษณะที่จำเป็นของการเก็บถาวรอิเล็กทรอนิกส์คือ การทำให้แน่ใจว่าทรัพยากรยังคงมีอยู่ เชื่อถือได้ และไม่มีข้อผิดพลาดใด ๆ  ล็อคคิสจึงมีกระบวนการตรวจสอบความผิดพลาดของเนื้อหา และมีการทำสำรองข้อมูลอย่างอัตโนมัติ  มีการเปรียบเทียบเนื้อหาอย่างต่อเนื่องระหว่างวารสารในแคชเอง และวารสารหัวเดียวกันในแคชตัวอื่น ๆ โดยนำระบบการหยั่งข้อมูล (polling system) มาใช้ ซึ่งกระบวนการนี้สำเร็จลุล่วงได้โดยการใช้แอลแคพ (LCAP หรือ Library Cache Auditing Protocol) คือ ถ้าเนื้อหาระหว่างวารสาร 2 ฉบับไม่ตรงกัน ระบบจะจัดการดาวน์โหลดฉบับใหม่ที่สมบูรณ์กว่า (fresh copy) จากสำนักพิมพ์หรือจากคอมพิวเตอร์ตัวอื่นของล็อคคิส  ด้วยกระบวนการนี้เองล็อคคิสสามารถซ่อมความเสียหายบางอย่างได้ ระบบการหยั่งข้อมูลนี้ทำให้มั่นใจได้ว่าเนื้อหาได้รับการสงวนรักษาอย่างน่าเชื่อถือ มีการแก้ไขข้อผิดพลาดและมีการซ่อมข้อมูลที่หายไป ถ้าเว็บไซต์ของสำนักพิมพ์ไม่สามารถให้บริการได้ล็อคคิสก็สามารถให้บริการได้จากแคชที่เก็บไว้โดยที่ผู้ใช้ไม่ทราบเลย

นอกจากนี้ ระบบการหยั่งข้อมูลสามารถป้องกันการบุกรุกจากไวรัสหรือความเสียหายจากสาเหตุอื่น ๆ ได้อีกด้วย เนื่องจากระบบการหยั่งข้อมูลนี้สามารถจับการโจมตีได้แต่มนุษย์ต้องเข้าไปป้องกันความเสียหายนั้น และถึงแม้ระบบจะถูกทำลาย ล็อคคิสก็ยังมีสถาปัตยกรรมแบบกระจาย (decentralized architecture) ซึ่งเป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยในตัวเอง ตราบเท่าที่ยังไม่มีจุดใดจุดหนึ่งเสียเนื่องจากทางกายภาพของแคช

ล็อคคิสไม่ห่วงในเรื่องเครื่องมือที่ใช้เพื่อการเก็บถาวร เพราะถ้าฮาร์ดแวร์ล้าสมัย เนื้อหาที่แคชไว้แล้ว สามารถย้ายไปยังตัวใหม่ เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น รูปแบบของแฟ้มข้อมูลเปลี่ยน อาจทำให้ไม่สามารถอ่านสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ได้ ล็อคคิสได้เริ่มพัฒนาระบบที่ทำให้ส่งข้อมูลที่เก็บไว้จากรูปแบบหนึ่งไปสู่อีกรูปแบบหนึ่งได้ โดยการผ่านวิธี “migration on access”  ซึ่งหมายถึง เนื้อหาจะถูกรักษาไว้ในรูปแบบของมันเอง จนกระทั่งเมื่อมีผู้อ่านเรียกใช้จึงถูกแปลงไปสู่ระบบใหม่ที่ใช้ในปัจจุบัน ในเดือนมกราคม ปี ค.ศ. 2005 คณะพัฒนาของล็อคคิสได้ตีพิมพ์บทความแสดงรายละเอียดของต้นแบบ ซึ่งคณะพัฒนาประสบผลสำเร็จในการย้ายจากรูปแบบจิฟ (gif) เป็นพีเอ็นจี (PNG) ได้ และเมื่อไม่นานมานี้ล็อคคิสกำลังพัฒนาตัวแปลง (converter) รูปแบบ ซึ่งจะอำนวยความสะดวกในการย้ายรูปแบบในวงที่กว้างกว่าเดิม และเพื่อพัฒนากระบวนการนี้ ล็อคคิสกำลังวางแผนเพื่อออกมาตรฐานของรูปแบบที่สมบูรณ์ และสามารถดึงส่วนที่เป็นข้อมูลทางบรรณานุกรมเมทาดาทาออกมา

*เรียบเรียงจาก Prudlo, Marion.”E-Archiving: an overview of some repository management software tools.” ARIADNE, issue 43 (April 2005). Available: http://www.ariadne.ac.uk/issue43/prudlo/ 7/15/2005 6:30.

Tags: Knowledge | Library | LOCKSS | Repository | คลังเก็บเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ | ล็อคคิส (LOCKSS)Knowledge | ล็อคคิส (LOCKSS)ล็อคคิส

Last Updated on Monday, 24 January 2011 10:44  

ฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาและให้บริการความรู้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย
ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป

film izle film izle pornosikis sikiselim pembedelik