Order Sildenafil

Folksonomies

E-mail Print

การแบ่งหมวดหมู่ และจัดระบบให้กับสารสนเทศมีมาเป็นเวลานานหลายพันปี ดังจะเห็นได้จากตัวอย่างที่มีอยู่เป็นจำนวนมากของการจัดทำบัญชีรายการวัตถุ โบราณที่ถูกจัดเก็บ รวมถึงรายการที่มีอยู่ในห้องสมุด Alexandria ประเทศอียิปต์ และมีพัฒนาการกันอย่างต่อเนื่อง มีการใช้รายการคำศัพท์ (Term list) การจัดหมวดหมู่และทำรายการสารสนเทศ หัวเรื่อง (Subject headings) และกลุ่มความสัมพันธ์ (Relationship group) หรือ ศัพท์สัมพันธ์ เพื่อเป็นตัวแทนของสารสนเทศ เหล่านี้ ล้วนเป็นการกำหนดคำศัพท์ควบคุมที่ใช้ในการอธิบายเนื้อหาของทรัพยากรสารสนเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงทรัพยากรสารสนเทศ

ในโลกสารสนเทศ ดิจิทัล Folksonomies ได้ปรากฏขึ้นมาเป็นทางเลือกสำหรับการแบ่งหมวดหมู่แบบดั้งเดิม Folksonomies คือ อนุกรมวิธาน (Taxonomy) ที่ผู้ใช้สร้างขึ้นเพื่อใช้ในการจัดหมวดหมู่ เป็นการร่วมกันจัดทำป้ายข้อความที่แบ่งเป็นหมวดหมู่ตามเนื้อหา เช่น เว็บเพจ รูปภาพ และการเชื่อมโยงเว็บต่างๆ ป้ายนั้นจะเรียกว่า “Tags” และยังสามารถทำให้ search engine สืบค้นเนื้อหาได้

จุดสำคัญของ Folksonomies คือการสร้างคำศัพท์โดยผู้ใช้ ซึ่งเป็นคำที่ไม่ได้มาจากคำศัพท์ที่ผู้เชี่ยวชาญสร้างขึ้น เพราะบางครั้งการจัดหมวดหมู่ที่เป็นแบบแผน ไม่ได้ช่วยให้ผู้ใช้ ใช้คำศัพท์นั้นในการค้นหาทรัพยากรสารสนเทศ การออกแบบ/หรือการสร้าง Folksonomiesจึงเป็นจุดเริ่มต้นของความเป็นผู้เชี่ยวชาญในกำหนดคำศัพท์ควบ คุม โดยที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาต่างๆ แต่สามารถมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นในการจัดหมวดหมู่ได้ พร้อมกับสร้างกระบวนการเรียนรู้ใหม่ให้เกิดขึ้นจากการมีส่วนร่วมในการแสดง ความคิดร่วมกัน เกิดเป็นจุดสำคัญในการให้ผู้ใช้เข้าถึงทรัพยากรสารสนเทศได้ถึง 90% อย่างรวดเร็ว และช่วยสร้างความหลากหลายในการค้นหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Folksonomies ช่วยจัดกลุ่มผู้ใช้อย่างเป็นระบบ เนื่องจากผู้ใช้มีการสร้างคำศัพท์ตามกลุ่ม/สาขาวิชาของตนอยู่ตลอดเวลา และผู้ใช้ที่ทำงานในกลุ่ม/สาขาวิชาเดียวกันหรือในองค์กร/หน่วยงานที่ทำงาน ใกล้เคียงกันจะมีการติดต่อสื่อสารถึงกันตลอดผ่านทางการสร้าง Tags ซึ่งการติดต่อสื่อสารจะสังเกตได้จากจำนวนของ Tags ที่เพิ่มขึ้นในแต่ละกลุ่ม/สาขาวิขา
ลักษณะของ Folksonomies

ขออธิบายลักษณะของFolksonomies ผ่าน WH's questions ดังนี้

What คืออะไร

ประเภทของการจัดระบบทรัพยากรสารสนเทศรูปแบบหนึ่ง

Why ใช้ทำไม

1. เพราะการจัดระบบรูปแบบอื่นๆ เช่น Taxonomies มีกฎ ระเบียบมากมาย ใช้งานยาก ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นจึงจะใช้งานได้

2. เพื่อเป็นการเพิ่มทรัพยากรสารสนเทศบนอินเทอร์เน็ตและเพื่อให้การสร้างงานอิเล็กทรอนิกส์กระทำได้ง่ายขึ้น และกระทำโดยใครก็ได้

3. การเกิดเทคโนโลยีเว็บ 2.0 เปิดโอกาสให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมีส่วนร่วมในการสร้าง จัดการ และใช้ทรัพยากรสารสนเทศบนอินเทอร์เน็ตหรือเว็บไซต์ได้สะดวกขึ้น

Where ใช้ที่ไหน

ใช้ในการจัดระบบทรัพยากรสารสนเทศบนเว็บไซต์

Who ใครเป็นผู้ใช้

ใครก็ได้

When ใช้เมื่อไร

1. ใช้บอกหรืออธิบายถึงทรัพยากรสารสนเทศรายการหนึ่งๆ ว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร

2. ใช้อธิบายและจัดระบบทรัพยากรสารสนเทศของตนเอง เพื่อเป้าหมายในการค้นคืนส่วนบุคคลและเพื่อให้ผู้อื่นสามารถค้นทรัพยากรดังกล่าวพบได้ด้วย

How ใช้อย่างไร

ผู้ใช้สามารถกำหนดคำที่คิดว่าตรงกับเนื้อหาของทรัพยากรสารสนเทศนั้นๆ ได้เอง แล้วใส่กำกับลงไปกับทรัพยากรสารสนเทศรายการนั้น ซึ่งเรียกว่า Tags

ตารางที่ 1 แสดงลักษณะของ Folksonomies ผ่าน WH' questions
 
การใส่ tags ในระบบFolksonomies ผู้ใช้สามารถใส่ tags ได้อย่างอิสระ โดยใช้คำ หรือ วลีจากภาษาธรรมชาติ โดย tags จะเป็นตัวแทนของเนื้อหาของทรัพยากรนั้นๆ เว็บไซต์ที่เป็นที่รู้จักและมีพื้นฐานของระบบ Folksonomies ได้แก่
ลักษณะเด่น/จุดอ่อน/ข้อบกพร่องของ Folksonomies
จากลักษณะของ Folksonomies พบว่า มีจุดเด่นที่สำคัญ คือ
  • ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว ใช้ง่าย ใช้คำที่ผู้ใช้คิดขึ้นได้เลย
  • ใครจะเป็นผู้ใช้หรือผู้ให้ tags ก็ได้
ซึ่งจากลักษณะเด่นของ Folksonomies นี้เอง ทำให้เกิดจุดอ่อนหรือข้อบกพร่องของ Folksonomies ดังนี้

ลักษณะเด่น

จุดอ่อนหรือข้อด้อยที่ตามมา

 

 

 

 

 

ไม่มีกฎเกณฑ์ที่ตายตัว ใช้ง่าย ใช้คำที่ผู้ใช้คิดขึ้นได้เลย

คำที่คิดมีความหลากหลาย เช่น ภาพผลไม้ เช่น ส้ม อาจมีการให้ tags ได้หลากหลายมาก เช่น ส้ม ผลไม้ ของกิน Orange oranges kiwi (เหตุผลในการให้ tags คือ มีวิตามินซีสูงเหมือนกัน) ธนาธร (ชื่อสวนส้ม) ของชอบ (ชอบทานส้ม) เป็นต้น

 

การให้คำใน tags ตามใจชอบแบบนี้ ในบาง tags อาจเป็นสิ่งที่คนทั่วไปสามารถเข้าใจได้และเป็นคำที่มีการใช้โดยทั่วไป เช่น ผลไม้ ของกิน ส้ม orange oranges แต่ในบาง tags ที่ผู้ใช้ให้ อาจเป็นสิ่งที่ผู้ใช้สามารถเข้าใจได้คนเดียว เช่น ของชอบ (คนอื่นไม่สามารถรู้ได้ว่าของชอบคืออะไร) และหากเห็นแค่คำว่าของชอบก็ไม่สามารถสื่อไปถึงส้มได้ หรือกำหนด tag ว่า 20090214 หมายถึง วันที่ถ่ายรูป

 

Tags ที่ผู้ใช้สามารถเข้าใจได้เพียงคนเดียว และไม่มีการใช้โดยทั่วไป คือ จุดอ่อนของ Folksonomies ทำให้การค้นหาทรัพยากรสารสนเทศที่มีการถูก tags ด้วยคำที่มีลักษณะดังกล่าวไม่สามารถค้นได้พบ

 

 

 

 

 

 

 

ใครจะเป็นผู้ใช้หรือ

ผู้ให้ tags ก็ได้

มีการให้ tags หลากหลายภาษา เช่น ส้ม orange Mikan (ภาษาญี่ปุ่น) เป็นต้น ทำให้การค้นหาอาจทำไม่ได้ หากมีการให้ tags ในภาษาใดภาษาหนึ่งที่ผู้ใช้ไม่คุ้นเคย

 

ผู้ใช้ tags มาจากหลากหลายระดับการศึกษา หลากหลายวัฒนธรรม ทำให้อาจมีผู้สะกดคำผิดได้ เช่น orang ส่ม ผลไม๊ เป็นต้น ซึ่งจะทำให้การค้นหาจาก tags ไม่สามารถหาได้พบ หากป้อนคำค้นที่ถูกต้อง

 

มีรูปแบบในการให้ tags ที่หลากหลาย เช่น ผลไม้-ส้ม, ผลไม้_ส้ม, ส้ม/ผลไม้, ผลไม้ส้ม, Orange (เอกพจน์), Oranges (พหูพจน์) ซึ่งหากป้อนคำค้นไม่ตรงตามนี้ ก็จะไม่สามารถค้นหาทรัพยากรสารสนเทศนี้ได้

ตารางที่ 2 แสดงลักษณะเด่นและข้อบกพร่องที่ตามมาของ Folksonomies

ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่า จากลักษณะของ Folksonomies ที่มีความหลากหลายในการใช้คำในการกำหนด tags ทำให้เกิดปัญหาหรือมีข้อบกพร่องในการค้นหาทรัพยากรสารสนเทศที่ถูกกำหนด tags โดยผู้ใช้

ข้อผิดพลาดในการให้ tags โดยผู้ใช้ ซึ่งจะส่งผลต่อการค้าหาทรัพยากรสารสนเทศ สามารถสรุปได้ดังนี้

  1. การสะกดคำผิด (ส่ม Orang)
  2. การผสมคำ (ผลไม้ส้ม ผลไม้-ส้ม FreshOrange)
  3. การใช้คำพหูพจน์และเอกพจน์ (Orange / Oranges)
  4. การใช้ tags ที่ผู้ใช้เข้าใจเพียงคนเดียว (ของชอบ Delicious ส้มของเรา)
  5. การใช้ tags ที่มีการใช้ไม่แพร่หลาย หรือเป็น tags ที่จะปรากฏขึ้นเพียงครั้งเดียว (20090214 ที่เป็นวันที่ถ่ายภาพ)

การสำรวจปัญหาและวิธีการจัดระเบียบ Tags

 

มีการสำรวจการใช้ tags จากเว็บไซต์ที่มีการใช้ Folksonomies หรือ Tagging จำนวน 2 เว็บไซต์ คือ del.icio.us และ Flickr

ลักษณะโดยทั่วไปของทั้ง 2 เว็บไซต์

 Del.icio.us

Flickr

 

Delicious หรือ Del.icio.us เป็นเว็บไซต์สำหรับเก็บเว็บบุกมาร์กเชื่อมโยงกันในลักษณะเครือข่ายชุมชน (Social networking) ภายในระบุคำสำคัญ/จัดกลุ่มคำสำคัญเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ร่วมกัน

Flickr (ฟลิคเกอร์) เป็นเว็บไซต์สำหรับเก็บรูปภาพแบบดิจิทัลโดยอัปโหลดจากผู้ใช้งาน และสามารถแบ่งปันให้ผู้อื่นดูได้ Flickrเป็นที่นิยมสำหรับผู้เขียนบล็อก เพราะนำรูปจาก Flickr มาใช้ในบล็อกได้โดยตรง สามารถเขียนคำอธิบายรูปพร้อมค้นหาตามชื่อที่เขียนโดยผู้ใช้งาน

 

Delicious เข้าถึงได้จาก http://del.icio.us/ เป็นผู้ริเริ่มการกำหนดบทบาทของบุกมาร์ก ที่ผู้ใช้สามารถกำหนดคำสำคัญ (tag) ลักษณะการทำงานของ Delicious คือ ผู้ใช้สามารถเก็บบุกมาร์กไว้บนอินเทอร์เน็ต เพื่อให้สามารถเรียกใช้ข้อมูลที่ไหนก็ได้ แตกต่างจากการเก็บบุกมาร์กธรรมดาที่เรียกใช้ได้เฉพาะเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นๆ และผู้ใช้สามารถเข้าสู่ระบบพร้อมใช้งานได้จะต้องมีการสมัครสมาชิก เพื่อให้ระบบของเราไปใช้งานร่วมกับผู้ใช้คนอื่นได้ และตอนเข้าสู่ระบบต้องใส่ User name และ Password ก่อนทุกครั้ง

 

 

Flickrเข้าถึงได้จาก http://www.flickr.com/ มีความสามารถแตกต่างจากเว็บไซต์โหลดภาพทั่วไป คือ 1.การกำหนด tags เพื่อสามารถเชื่อมโยงกับภาพอื่นได้ที่มีการกำหนดชื่อ tags เดียวกันทั้งในอัลบั้มของผู้ใช้เอง หรืออัลบั้มของผู้ใช้อื่นที่ใช้ชื่อ tags เดียวกัน 2. ความสามารถในการ organize จัดเก็บภาพไว้ในหมวดหมู่ต่างๆ รวมถึงการจัดภาพตามวันที่ การจัดภาพตาม tags และการจัดภาพตามเวลาที่ทำการถ่ายภาพ 3. ความสามารถในการเขียนข้อความไว้ในส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อความ เหนือภาพเมื่อผู้ใช้เคลื่อนเม้าส์ภายในภาพ ข้อความที่กำหนดจะแสดงออกมา 4. มี calendar สามารถเรียกดูรูปตามวันที่ที่มีการอัปโหลด หรือวันที่ถ่ายภาพ

คุณสมบัติเด่นของ Delicious คือ มีการเชื่อมโยงรายชื่อบุกมาร์กเข้ากับบุกมาร์กของผู้ใช้รายอื่นซึ่งทำให้ทราบว่าเว็บนั้นมีผู้ใช้กี่คนที่ทำบุกมาร์กไว้ การทำงานของระบบจะสร้างจาวาสคริปต์ไว้ที่แถบบุกมาร์กของผู้ใช้และเมื่อผู้ใช้ต้องการบันทึกหรือเรียกใช้บุกมาร์กเพียงกดปุ่มบุกมาร์กจะเซฟอัตโนมัติเข้าสู่อินเทอร์เน็ต นอกจากนี้ยังมีความสามารถในการtagsของแต่ละบุกมาร์กเพื่อเป็นการจัดหมวดหมู่อัตโนมัติ รวมถึงความสามารถในการฟีด ส่งข้อมูลบุกมาร์กล่าสุดเข้าสู่แหล่งข้อมูลอื่นเพื่อดูได้ว่าเว็บไหนกำลังเป็นที่นิยม

มีการจัดการรูปภาพอัปโหลดโดยคนๆเดียว

 

มีการกำหนด tags ตามหัวเรื่องที่น่าสนใจหรือกำหนดออกมาเป็นคำสำคัญ ซึ่ง tags ที่กำหนดต้องมีความสอดคล้องกับระบบ เช่น software, design, programming, music, politics, web, news, blog, css, linux, art, osx, java, mac, blogs, reference, fun, python, games, tech, photography, humor, tools, delicious, rss, firefox, toread, comics และมีการเขียนtagที่สามารถแสดงความคิดเห็นร่วมกันได้เกี่ยวกับการสร้าง tags นั้นๆ

มีการกำหนด tags ของรูปภาพและกำหนดกลุ่มของหัวเรื่องตามรูปภาพต่างๆ เช่น cat, friend, dog, sky, sea, park, kids, garden, baby, building, flower, flowers signs, sculpture, city, vacation หรืออาจกำหนด tags ตามชื่อสถานที่ ชื่อเมือง ชื่อประเทศ และกำหนดตามสีต่างๆ เช่น สีเหลือง สีเขียว สีแดง สีฟ้า สีส้ม สีขาว สีชมพู เป็นต้น

 

จากการสำรวจ พบว่า

  1. ปัญหาที่พบมากที่สุดในการให้ tags และจะส่งผลต่อการสืบค้นได้ คือ การสะกดคำผิดและการผสมคำ (40% บน Flickr และ 28% บน del.icio.us) เช่น Orang (สะกดผิด) FreshOrange (ผสมคำ)
  2. การให้มีความหลากหลายมาก แปรผันไปตามสิ่งที่ผู้ใช้แต่ละคนคิด เช่น การบอกตำแหน่ง latitude และ longitude ของภาพโดยการ tags การใส่วันที่ เป็นคำที่ใช้ในการ tags หลากหลายรูปแบบ เช่น 17thJuly2009, 20090214, April11 เป็นต้น
  3. การใช้ภาษาที่หลากหลายนอกจากภาษาอังกฤษ
  4. การพยายามสร้างลำดับชั้นของ tags เช่น ผลไม้/ส้ม ผลไม้/กีวี เป็นต้น
  5. การกำหนด tags ที่มีความคลุมเครือ ไม่มีความชัดเจน เพราะผู้กำหนดมีความแตกต่างกันหลากหลายแนวทาง บาง tags ที่มีความขัดแย้งอาจอยู่ด้วยกัน ขณะที่บาง tags ที่มีความหมายใกล้เคียงกันไม่ได้อยู่ด้วยกัน ไม่มีการกำหนดแนวทาง หรือ scope notes
  6. การไม่มีระบบควบคุมคำศัพท์ที่มีความหมายเหมือน/คล้ายกัน
  7. ปัญหาคำศัพท์ที่มีความหมายเป็นเอกพจน์ และพหูพจน์

วิธีการจัดระเบียบ Tags
จากผลของการสำรวจข้างต้น ทำให้ทราบถึงปัญหาหรือข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อย จึงได้มีการเสนอแนะวิธีการจัดระเบียบ tags ดังนี้

  1. ให้มีระบบกรองการสะกดคำผิดในการใช้คำใน tags
  2. ให้มีระบบแนะนำคำที่มีความหมายเหมือนหรือเป็นคำที่ถูกใช้มากในการกำหนด tags เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเลือกคำที่จะใช้ tags เพิ่มเติมได้ เพื่อประโยชน์ในการค้นหาโดยผู้อื่น
  3. ให้มีการติดต่อสื่อสารกันระหว่างผู้ใช้ เพื่อแลกเปลี่ยนเหตุผลในการใช้คำในการกำหนด tags เพื่อให้เกิดขอตกลงร่วมในการกำหนด tags บนสังคมของเว็บไซต์แห่งนั้น
  4. การตั้งหลักเกณฑ์บางอย่าง เพื่อเป็นที่ตกลงร่วมกันในการกำหนด tags เช่น
4.1 ใช้คำในรูปเอกพจน์ เช่น orange ไม่ใช้ oranges
4.2 ใช้ตัวพิมพ์เล็กทั้งหมด เช่น orange ไม่ใช้ Orange
4.3 ใช้ “ _ “ คั่นระหว่างคำ ในการจัดกลุ่มคำ เช่น fresh_orange
4.4 ใช้คำที่มีผู้อื่นใช้มาก่อน หรือดูตัวอย่างจากผู้อื่น เช่น คนอื่นใช้คำว่า ส้ม ก็ใช้คำว่า ส้ม ด้วย
4.5 ใช้การเพิ่มคำที่มีความหมายเหมือนกันเข้าไปด้วยในการกำหนด tags เช่น orange ส้ม mikan (ทั้งสามคำ สื่อถึงส้มได้ทั้งหมด ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการสืบค้น)

ข้อควรพิจารณา

เนื่องจากจุดเด่นของ Folksonomies คือ ความเปิดกว้าง ไม่มีกฎที่แน่นอน ทุกคนสามารถใช้คำที่ตนเองคิดขึ้นได้ในการกำหนด tags หรืออาจเรียกได้ว่ามีความอิสระมาก และความอิสระดังกล่าว เป็นที่มาของความหลากหลายของ tags

การจัดระเบียบ Folksonomies หรือ tags โดยการตั้งกฎเกณฑ์ในการให้คำเพื่อใช้ในการกำหนด tags หรือการกำหนด tags นั้น ต้องใช้คำที่กำหนดเอาไว้ก่อน (เช่น ถ้าเห็นรูปส้ม ให้ใช้ tags ว่า ส้ม เท่านั้น ห้ามใช้คำอื่น) จะกลายเป็นการทำลายลักษณะเด่นของ Folksonomies ในเรื่องของการใช้งานง่าย ไม่มีกฎเกณฑ์แน่นอน และเปิดกว้างทางความคิด และทำให้ Folksonomies กลายเป็น Taxonomies ที่มีกฎเกณฑ์และมีการบังคับใช้คำศัพท์ควบคุม

ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่า การที่ Folksonomies ถูกมองว่ามีข้อบกพร่องนั้น เป็นเพราะมีการมองในมุมของการสืบค้นเท่านั้น แต่หากมองในแง่อื่น อาจมองได้ว่า tags ที่หลากหลาย เป็นสิ่งที่มีค่า สามารถนำไปใช้ในบริบทอื่นๆ นอกเหนือจากการใช้เพื่อให้ทรัพยากรสารสนเทศถูกสืบค้นได้เท่านั้น การจัดระเบียบ Folksonomies จึงเป็นเรื่องที่ควรระวังและต้องคิดถึงประเด็นดังที่กล่าวไว้ข้างต้น

รายการอ้างอิง
 

Butterfield, Stewart. “Sylloge.” August 4, 2004. Available: http://www.sylloge.com/personal/2004/08/folksonomy-social-classification-great.html ] (Aug. 7, 2009)

 

Guy, Marieke. Folksonomies tidying up tags? D-Lib Magazine 12,1 (January, 2006) Available: http://www.dlib.org/dlib/january06/guy/01guy.html (Oct. 7, 2008)

 

Mathes, Adam. Folksonomies - cooperative classification and communication through shared metadata. Available: http://www.adammathes.com/academic/computer-mediated-communication/folksonomies.html (Oct. 7, 2008)


Merholz, Peter. “Metadata for the Masses.” October 19, 2004. Available: [ http://www.adaptivepath.com/publications/essays/archives/000361.php] (Aug. 7, 2009)

 

Noruzi, Alireza. Folksonomies: why do we need controlled vocabulary? Webology 4, 2 (June, 2007) Available: http://www.webology.ir/2007/v4n2/editorial12.html (Oct. 7, 2008)

 

Peterson, Elaine. Beneath the metadata some philosophical problems with folksonomy. D-Lib Magazine 12, 11 (Nov, 2006) Available: http://www.dlib.org/dlib/november06/peterson/11peterson.html (Oct. 7, 2008)


บทความโดย จิระวัฒน์ วินิจไพโรจน์, อรวรรณ เป้าจตุรัส, ชุติมาส บุญหนุน, วรธิดา วรทิศ และสุภาพร ชัยธัมมะปกรณ์

เอกสารรูปแบบ Flash

 

Tags: Folksonomies

Last Updated on Monday, 24 January 2011 10:50  

ฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาและให้บริการความรู้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย
ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป

film izle film izle pornosikis sikiselim pembedelik