Viagra Usa

IR ในประเทศอินเดีย

E-mail Print

ประเทศอินเดีย ถือว่าเป็นประเทศหนึ่งที่มีความเคลื่อนไหวในเรื่องการเข้าถึงสารสนเทศอย่าง เสรี (Open access) อย่างมาก มีการริเริ่มโครงการต่างๆ มากมาย ถ้าจะนับโครงการที่อยู่ในข่ายของการเป็น Institutional Repository แล้ว มีถึง 19 แห่ง ใช้โปรแกรม DSpace 15 แห่ง โปรแกรม EPrints 4 แห่ง ขณะที่ประเทศไทยมีเพียง 3 แห่ง คือ สถาบันวิทยบริการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีปทุม และศูนย์บริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ โดยใช้โปรแกรม DSpace ทั้ง 3 แห่ง

ลักษณะของการเป็น Institutional Repository หรือ IR ก็คือ

  1. เนื้อหาที่เป็นดิจิทัล (Digital content)
  2. การเน้นงานที่สร้างโดยสมาชิกของหน่วยงาน (Institutionally-defined)
  3. การเน้นเนื้อหาทางวิชาการ (Scholarly content) เพื่อให้ตรงกับวัตถุประสงค์ของการเป็นคลังเก็บสารสนเทศระดับสถาบันในการรวบ รวม การสงวนรักษา และการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ ซึ่งผลงานเหล่านี้อาจหมายรวมถึง ผลงานก่อนตีพิมพ์ และผลงานที่อยู่ในระหว่างการดำเนินงาน บทความที่อยู่ในระหว่างการพิจารณา หนังสือ สื่อการสอน ชุดข้อมูล บทความเสนอการประชุม วิทยานิพนธ์อิเล็กทรอนิกส์ และวรรณกรรมไม่ตีพิมพ์ เป็นต้น
  4. การสะสมเพิ่มพูน และความยั่งยืน (Cumulative and prepetual) ในส่วนของการเป็นคลังเก็บจะต้องมีการสะสมผลงาน ผลงานเมื่อมีการนำเข้าคลังเก็บแล้ว ไม่ควรมีการถอดถอนออกจากคลัง ยกเว้นแต่มีเหตุจำเป็น เช่น งานนั้นมีการละเมิดลิขสิทธิ์ เป็นต้น การเป็นคลังเก็บจึงต้องพัฒนาเกณฑ์และนโยบาย รวมทั้งนำระบบการจัดการสิทธิ์ (right management) มาประยุกต์ใช้ ในการอนุญาตให้เข้าถึงเนื้อหาในคลังเก็บทั้งจากหน่วยงานภายในและหน่วยงานภาย นอก รวมทั้งต้องมีระบบการสงวนรักษาผลงาน และสามารถให้เข้าถึงได้ในระยะยาวได้
  5. การทำงานร่วมกันได้และการเข้าถึงแบบเปิด/แบบเสรี (Interoperable and open access) คุณลักษณะที่สำคัญประการหนึ่งของการเป็นคลังเก็บสารสนเทศระดับสถาบัน คือ การสามารถให้มีการเข้าถึงได้แบบเปิด/แบบเสรี หรือมีปัญหาในการเข้าถึงให้น้อยที่สุด (เช่น การต้องลงทะเบียนในการเข้าใช้) ในส่วนของการเป็นระบบที่สามารถทำงานร่วมกันได้นั้น เป็นเรื่องทางเทคนิคที่มีการนำเก็บถาวรแบบเปิด หรือ Open Archives Initiative (OAI) มาใช้เพื่อเป็นแนวทางการกำหนดมาตรฐานสำหรับการเก็บรักษาในเชิงบันทึกถาวร และสามารถเชื่อมโยง แลกเปลี่ยนเมทาดาทาทำให้สามารถสืบค้น และเรียกใช้ข้อมูลข้ามระบบกันได้


เพราะฉะนั้น ทรัพยากรสารสนเทศที่เก็บไว้ในคลังทั้ง 19 แห่ง จึงเป็นผลงานดิจิทัลของสมาชิกในองค์กรนั้นๆ แต่อาจจะออกมาในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป ประเภทของเอกสารที่รวบรวมได้จากคลังทั้ง 19 แห่งของอินเดีย คือ Theses, Dissertations, Conference papers, Journal articles, Preprints, Technical reports, Conference proceedings, Case studies, Unpublished documents, Research reports, Books, Learning materials, Workshop proceedings, Patents, Presentations, Monographs, Book chapters, Workshop materials, Training modules, Media articles, Project documents, News clippings, Research publications, Convocation addresses

ทั้งโปรแกรม DSpace และ EPrints ต่างมี OAI-PMH (Open Archive Initiative-Protocol Metadata Harvesting) ซึ่งเป็นโปรโตคอลที่สามารถเก็บเกี่ยวเมทาดาทา ทำให้สามารถรวบรวมเมทาดาทาจากแหล่ง OAI-Repositories หลายๆแห่งมาจัดเก็บ Search engine อย่าง Google ซึ่งมีความร่วมมือกับ OAI-PMH Data Provider ในการใช้ OAI-PMH Repositories จากทะเบียนต่างๆ  จึงสามารถสืบค้นข้อมูลจากคลังต่างๆ ที่มี OAI-PMH ได้

 

 










 

Last Updated on Monday, 24 January 2011 10:55  

ฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาและให้บริการความรู้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย
ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป

film izle film izle pornosikis sikiselim pembedelik