Viagra Sale Buy

ห้องสมุด 3 ดี

E-mail Print

ห้องสมุด 3 ดี เป็นกิจกรรมหนึ่งเพื่อตอบสนองนโยบายสถานศึกษา 3 ดีของกระทรวงศึกษาธิการ โดยกิจกรรมห้องสมุด 3 ดีเริ่มดำเนินการตั้งแต่สมัย รมต.จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ โดยได้กำหนดนโยบายการพัฒนาห้องสมุดของสถานศึกษา ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ เป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าของนักเรียน ครู ผู้บริหาร ผู้ปกครอง และชุมชนได้อย่างสมบูรณ์ ที่เน้นการพัฒนาใน 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ หนังสือดี บรรยากาศดี บรรณารักษ์ดี

ทั้งนี้เนื่องจากห้องสมุดในสถานศึกษา ซึ่งเปรียบเสมือนขุมทรัพย์ทางปัญญา ห้องสมุดเป็นแหล่งรวมความรู้ทุกแขนง ทุกศาสตร์ และห้องสมุดยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนส่งเสริมให้นักเรียนมีนิสัยรักการอ่าน ห้องสมุดจึงเปรียบเสมือนโลกใบใหญ่แห่งการเรียนรู้ เป็นแหล่งบันเทิงประเทืองปัญญา สนองความต้องการของผู้ใช้ บรรณารักษ์เป็นมิตรกับผู้ใช้ วัสดุอุปกรณ์ ครุภัณฑ์ทันสมัย น่าสนใจใคร่เรียนรู้ สถานที่ และบรรยากาศเอื้อต่อการเรียนรู้ มีหนังสือและสื่อหลากหลายประเภทอย่างเพียงพอ และตรงกับความต้องการ

 

ดังที่คุณหญิง ดร.กษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ให้คำนิยามไว้ว่า

“ห้องสมุดในดวงใจต้องสะดวก สบาย หลากหลาย มีสีสัน และไม่สับสนวุ่นวาย”

ดังนั้น ห้องสมุดจึงไม่ใช่เพียงห้องเก็บรวบรวมหนังสือและสื่อจำนวนมาก แล้วให้คนมานั่งอ่านหนังสืออยู่เงียบๆ อย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว แต่ห้องสมุดต้องมีอะไรมากกว่านั้น เพราะห้องสมุดต้องตอบสนองความต้องการด้านการอ่าน และการเรียนรู้ของผู้ใช้บริการทั้งนักเรียน ครู ผู้บริหาร รวมทั้งผู้ปกครอง และคนในชุมชนอีกด้วย ห้องสมุดนอกจากจะเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญแล้ว ห้องสมุดยังส่งผลให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพราะห้องสมุดต่างจากห้องเรียนตรงที่ห้องสมุดสามารถเข้าใช้บริการได้ทุกเพศทุกวัย

ห้องสมุดในสถานศึกษาต่างๆ จึงควรมีการจัดองค์ประกอบหรือสัดส่วนหนังสือและสื่อการเรียนรู้ต่างๆ ไว้ให้บริการ เช่น หนังสืออ้างอิง หนังสือเด็ก ของเล่นเด็ก หนังสือ/สื่อค้นคว้าอ้างอิงของครู หนังสือพระราชนิพนธ์ พระนิพนธ์ นิพนธ์ และสารานุกรม การสืบค้นข้อมูลผ่านเครือข่าย มุม ICT มุมแสดงผลงานนักเรียน-ครู/นิทรรศการหนังสือใหม่ มุมจัดกิจกรรมห้องสมุด/กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน มุมดูหนังฟังเพลง หนังสืออ้างอิงสำหรับคนในชุมชน เป็นต้น

การที่ครูบรรณารักษ์หรือผู้ที่ทำหน้าที่ดูแลห้องสมุด โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ได้จบการศึกษาด้านบรรณารักษศาสตร์หรือจบมานานแล้ว จะบริหารจัดการงานห้องสมุดไปได้อย่างมีคุณภาพและสามารถพัฒนาให้เป็นห้องสมุดยุคใหม่ในฝันของนักเรียน จึงจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาความรู้ทั้งด้านการบริหารจัดการห้องสมุดยุคใหม่ การใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ มีทักษะและเข้าใจหลักการสืบค้นข้อมูลออนไลน์ สื่อเทคโนโลยียุคใหม่ การใช้งานเว็บไซต์ รวมถึงการจัดกิจกรรมที่หลากหลาย และเคลื่อนไหวตลอดเวลา

เพื่อให้ห้องสมุดเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สมบูรณ์และทันสมัย กระทรวงศึกษาธิการจึงได้จัดทำกิจกรรม "ห้องสมุด 3ดี" นี้ขึ้นเพื่อพัฒนาและยกระดับคุณภาพห้องสมุดในสถานศึกษาให้เป็นห้องสมุดที่มีมาตรฐาน ส่งผลให้เด็กไทยรักการอ่านและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน และยังเป็นห้องสมุดที่เอื้อประโยชน์ต่อนักเรียน ครูในโรงเรียน และโรงเรียนใกล้เคียง รวมถึงคนในชุมชนอีกด้วย

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อยกระดับคุณภาพห้องสมุดในสถานศึกษาทุกแห่ง
  2. เพื่อจัดให้มีหนังสือและสื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและเพียงพอต่อความต้องการและเหมาะสมกับนักเรียน ครู ผู้บริหาร และคนในชุมชน
  3. เพื่อพัฒนาสภาพแวดล้อม และจัดบรรยากาศในห้องสมุดที่เอื้อต่อการอ่านและการเรียนรู้
  4. เพื่อพัฒนาและจัดให้มีครูบรรณารักษ์ หรือผู้ที่ทำหน้าที่บรรณารักษ์ในสถานศึกษาทุกแห่ง

แนวคิดหลักในการพัฒนาห้องสมุดสถานศึกษายึดหลัก 3 ดี ได้แก่

  • หนังสือและสื่อการเรียนรู้ดี คือ ทุกห้องสมุดต้องมีจำนวนหนังสือ อย่างน้อย 5 เล่ม ต่อ นักเรียน 1 คน กลุ่มหนังสือที่ห้องสมุดต้องมี ได้แก่
    • กลุ่มหนังสือส่งเสริมการเรียนการสอนทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้สำหรับ นักเรียน ครู
    • กลุ่มหนังสืออ้างอิง เช่น หนังสือพระราชนิพนธ์ สารานุกรม พจนานุกรม ฯลฯ
    • กลุ่มหนังสือดีที่ควรอ่านหรือหนังสือแนะนำ เช่น หนังสือชนะการประกวด หนังสือดีเด่น หนังสือที่ผ่านการคัดเลือกจากองค์กร/หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในรูปของวรรณกรรม เช่น นิทาน การ์ตูน สารคดี เรื่องสั้น หนังสือภาพ ฯลฯ
    • ของเล่นเด็ก สร้างสรรค์ เช่น บล็อกไม้ ตัวต่อภาพ (จิ๊กซอว์) รูปทรงเรขาคณิต เลโก้ ตุ๊กตาคน – สัตว์ ดินน้ำมัน วาดภาพ – ระบายสี เกมส์ ฯลฯ
  • บรรยากาศและสถานที่ดี คือ ทุกสถานศึกษาต้องมีห้องสมุดอย่างน้อยขนาด 1 ห้องเรียนขึ้นไป มีการจัดมุมหรือองค์ประกอบแบ่งเป็น ส่วนที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าอ้างอิง ส่วนอ่านเพื่อการพักผ่อน หรือดูหนัง ฟังเพลง ส่วนการสืบค้นข้อมูลผ่านเครือข่าย ฯลฯ
  • ครูบรรณารักษ์และกิจกรรมดี คือ ทุกสถานศึกษาต้องมีครูบรรณารักษ์หรือผู้ที่ทำหน้าที่บรรณารักษ์ อย่างน้อย 1 คน สำหรับการให้บริการอย่างน้อยต้องให้บริการได้ในช่วงเวลาเช้าก่อนเข้าห้องเรียน พักกลางวัน และหลังเลิกเรียน และมีการจัดกิจกรรมห้องสมุดและกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

  1. สถานศึกษาทุกแห่งที่ยังไม่มีห้องสมุด ได้รับการพัฒนาให้มีห้องสมุดที่มีความพร้อมทั้งด้านหนังสือ สื่อการเรียนรู้ สื่อ ICT ที่ทันสมัย สอดคล้องกับความต้องการของนักเรียน ครู ผู้บริหาร ผู้ปกครองและชุมชน
  2. สถานศึกษาทุกแห่งที่มีห้องสมุดจะได้รับการปรับปรุงให้มีความทันสมัยทั้งด้านอาคารสถานที่ และบรรยากาศที่เอื้อต่อการอ่านและการเรียนรู้
  3. สถานศึกษาทุกแห่งที่มีห้องสมุดระดับมาตรฐาน ได้รับการพัฒนาเป็นห้องสมุดสมัยใหม่
  4. สถานศึกษาทุกแห่งมีครูบรรณารักษ์ หรือผู้ที่ทำหน้าที่บรรณารักษ์ที่มีคุณภาพ สามารถบริหารจัดการห้องสมุดแนวใหม่ และมีความรู้ความสามารถในการจัดกิจกรรมห้องสมุดและกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน
  5. มีองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนที่เห็นความสำคัญของห้องสมุดและการส่งเสริมการอ่าน เข้ามามีบทบาทในการพัฒนาโรงเรียน การประสานการทำงานกับหน่วยงานอื่น

กิจกรรมในโครงการ

  • หนังสือและสื่อการเรียนรู้ดี
    • วิเคราะห์ จัดหา รวบรวมรายชื่อหนังสือที่ต้องมี เช่น หนังสือพระราช-นิพนธ์ พระนิพนธ์ สารานุกรม พจนานุกรม ฯลฯ
    • วิเคราะห์ จัดหา รวบรวมรายชื่อหนังสือดีมีคุณภาพ จากหน่วยงาน/สำนักพิมพ์ต่าง ๆ (หนังสือส่งเสริมการอ่าน) ที่คัดเลือกโดยกระทรวงศึกษาธิการและร่วมมือกับองค์กรอื่น ๆ
    • วิเคราะห์ จัดทำ จัดหา รวบรวมรายชื่อสื่อมัลติมีเดียเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้
    • จัดทำ พัฒนา ตรวจสอบคุณภาพหนังสือ/สื่อการเรียนรู้
    • จัดทำ พัฒนา จัดหาสื่อการเรียนการสอนประเภทหนังสืออิเล็คทรอนิกส์ (E-book) และสื่อมัลติมีเดีย
    • จัดประกวดเพื่อคัดเลือกหนังสือดีเด่นทั้งของสำนักพิมพ์เอกชน และของครู/นักเรียน 1.7 ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนส่งเสริมให้มีการจัดทำ/จัดให้มี/พัฒนาหนังสือดีมีคุณภาพ
  • บรรยากาศและสถานที่ดี
    • จัดทำแบบแปลนการจัดห้องสมุดยุคใหม่ในรูปแบบต่าง ตามขนาด/ประเภทนักเรียน และพื้นที่ใช้สอย ทั้งแบบอาคารอเนกประสงค์ แบบใช้อาคารเรียนทั้งชั้น หรือบางส่วน เช่น 1 ห้องเรียน 2 ห้องเรียน อาคารเอกเทศ ฯลฯ
    • จัดทำรายการมาตรฐานวัสดุ ครุภัณฑ์ที่ใช้ในห้องสมุดประเภทต่าง ๆ
    • จัดทำคู่มือการจัดห้องสมุดและการบริหารจัดการในรูปของหนังสือและ สื่อมัลติมีเดีย
    • ปรับปรุง ซ่อมแซม ตกแต่งห้องสมุดให้มีบรรยากาศที่เอื้อต่อการอ่านและการเรียนรู้ และเหมาะสมกับวัยของผู้ใช้บริการ
    • จัดพื้นที่เพื่อทำห้องสมุดในโรงเรียนขนาดเล็กหรือโรงเรียนที่ยังไม่มีห้องสมุดเป็นสัดส่วน
    • สรรหา ส่งเสริม สนับสนุนด้านความร่วมมือกับหน่วยงานและองค์กรทั้งภาครัฐ และเอกชนเพื่อร่วมพัฒนาห้องสมุดในโรงเรียนให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณภาพ
  • บรรณารักษ์และกิจกรรมดี
    • จัดให้มีครูบรรณารักษ์ หรือผู้ที่ทำหน้าที่บรรณารักษ์ทุกโรงเรียน (ส่วนหนึ่งได้จากโครงการคืนครูให้นักเรียน)
    • ดำเนินการเอง และร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เช่น สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย ฯลฯ อบรมให้ความรู้กับครูบรรณารักษ์ และครูที่ทำหน้าที่บรรณารักษ์ในด้านการบริหารจัดการห้องสมุดยุคใหม่ การจัดบรรยากาศ การจัดกิจกรรมห้องสมุด และกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน
    • จัดทำคู่มือ/แนวทางการคัดเลือกหนังสือ การจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน การดูแลรักษาหนังสือ และสื่อการเรียนรู้ประเภทต่าง ๆ การใช้ห้องสมุดในการจัดการเรียนรู้ทุกกลุ่มสาระ
    • สรรหา ส่งเสริม สนับสนุนให้หน่วยงานและองค์กรภาครัฐและเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา

เอกสารอ้างอิง

  1. กระทรวงศึกษาธิการ. ยุทธศาสตร์ตามนโยบายสถานศึกษา 3 ดี (3D) [Internet]. [cited 2011 Dec 18];Available from: http://www.moe.go.th/webemisc/3d/index.php
  2. กระทรวงศึกษาธิการ. โครงการพัฒนาห้องสมุดในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานงบประมาณปี 2553.

Tags: กระทรวงศึกษาธิการ | สถานศึกษา | หนังสือ | ห้องสมุด | ห้องสมุด 3 ดี | ห้องสมุด 3D | ห้องสมุดมีชีวิต | ห้องสมุดในฝัน | โรงเรียน

Last Updated on Monday, 19 December 2011 05:11  

ฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาและให้บริการความรู้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย
ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป

film izle film izle pornosikis sikiselim pembedelik