Cheap Microsoft Outlook 2013 OEM
Viagra Australia
Windows Xp Home Price
Buy Civil 3D Cheap
Buy Access 2007
Discount Software
Photoshop Cs6 Mac Upgrade
Buy Autocad 2009
Adobe Photoshop Cs5 Download
Cheap Microsoft Excel 2013
Download Swift 3D for Mac OEM
Buy Adobe Flash Professional CS6 for Mac
Discount Adobe InDesign CS6 for Mac

KM กรณี ธนาคาร Negara Malaysia

E-mail Print

จากวิกฤตเศรษฐกิจในปี ค.ศ. 1997 ส่งผลให้เกิดการถดถอยทางการเงินไปทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ประเทศในเอเชียตะวันออกซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากเหตุการณ์ดังกล่าว ปัญหานี้ทำให้เกิดการปรับปรุงกลยุทธ์ต่างๆ ในประเทศมาเลเซีย หนึ่งในนั้นคือการสร้างสรรค์องค์กรที่มีความสามารถรอบตัว ตัวอย่างกรณี ธนาคาร  Negara Malaysia ที่ตระหนักดีว่าความสามารถในการคาดการณ์ล่วงหน้า ความฉลาดเฉลียว และการจัดการความเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นสิ่งสำคัญ แต่ที่ว่ามานั้นจะเพิ่มขึ้นได้ต้องอาศัยระบบการจัดการความรู้ เพื่อก้าวขึ้นสู่การเป็นองค์กรแห่งความรู้

 

ธนาคาร Negara Malaysia ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1959 ด้วยภารกิจการก้าวสู่ความเป็นเลิศในการโปรโมทระบบการเงินที่มั่นคงและการสนับสนุนความก้าวหน้าของภาคการเงินเพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ด้วยการ

  1. การโปรโมทวัฒนธรรมการทำงานซึ่งเน้นมาตรฐานระดับสูงสุด ในเรื่องความเชี่ยวชาญ ความซื่อสัตย์ ความรอบคอบ การทำงานเป็นทีม และการสร้างสรรค์นวัตกรรม
  2. การพัฒนาและการดูแลทีมงานซึ่งมีสมรรถภาพ การทำงานเชิงรุก และการพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรม
  3. การประยุกต์วิธีการแก้ไขปัญหาแบบมีส่วนร่วม
  4. การโปรโมทการใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพและการทำงานที่ดีขึ้นเพื่อเพิ่มพูนความสามารถในการแข่งขันของสถาบันการเงินท้องถิ่นให้สามารถแข่งขันในระดับสากล
  5. การเป็นแหล่งทรัพยากรทางการเงินที่จำเป็นเพื่อการจัดการทางการเงินที่มั่นคง

ปัจจุบันธนาคารมีพนักงานทั้งสิ้น 2,000 คน แบ่งเป็นระดับผู้บริหาร 24% ระดับกลาง 45% และระดับล่าง 31% ซึ่งกลุ่มหลังนี้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อก้าวขึ้นสู่ระดับที่สูงกว่า นอกจากนี้กว่า 63% ของพนักงานมีอายุต่ำกว่า 40 ปี

ตัวขับเคลื่อนที่สำคัญในการประยุกต์ใช้ KM
ตัวขับเคลื่อนสำคัญในการประยุกต์ใช้ KM ภายใน  ธนาคาร Negara Malaysia คือ การที่ธนาคารต้องการเป็นองค์กรที่อยู่บนฐานความรู้ หรือ องค์กรแห่งความรู้ (Knowledge-based organization : KBO) หลังเกิดวิกฤตเศรษฐกิจในปี ค.ศ. 1997 จากการไหลของเงินทุนในภาคเอกชนที่เข้าสู่ประเทศกำลังพัฒนาช่วงปี ค.ศ. 1990 ทำให้เกิดการถดถอยของการไหลของเงินทุนในแม็กซิโกในปี ค.ศ. 1994 เป็นเหตุให้เกิดการสั่นสะเทือนทางเศรษฐกิจของโลกขึ้นเป็นครั้งแรก นำไปสู่การลดค่าเงินและการตกต่ำของวงการธุรกิจในอาร์เจนตินา ขณะที่เอเชียตะวันออกก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยวิกฤตทางการเงินในประเทศไทยได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วสู่ประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และเกาหลีใต้ ซึ่งส่งผลไปยังเศรษฐกิจทั่วโลก ปัญหาดังกล่าวทำให้เกิดการปรับปรุงกลยุทธ์ต่างๆ ในประเทศมาเลเซีย หนึ่งในนั้นคือการสร้างสรรค์องค์กรที่มีความสามารถรอบตัว สำหรับ ธนาคาร  Negara Malaysia ตระหนักดีว่าความสามารถในการคาดการณ์ล่วงหน้า ความฉลาดเฉลียว และการจัดการความเปลี่ยนแปลงนั้นจะเพิ่มขึ้นได้ต้องอาศัยระบบการจัดการความรู้และสารสนเทศ ดังนั้นธนาคารจึงได้เริ่มกลยุทธ์สู่การเป็นองค์กรแห่งความรู้

การเดินทางสู่การเป็นองค์กรแห่งความรู้
ในปี ค.ศ. 1999 ธนาคารเริ่มดำเนินการก้าวไปสู่การเป็นองค์กรแห่งความรู้ (Knowledge-based organization : KBO) และเริ่มมีการแนะนำภายในองค์กรในเดือน ก.ค. ค.ศ. 2000 ปีเดียวกันนี้ได้มีการนำเสนอ “KM Roadmap 2001-2005”เริ่มตั้งแต่การจัดการทรัพยากรมนุษย์ การจัดการฝึกอบรม การจัดการสารสนเทศ การจัดการความรู้ และเทคโนโลยีการสื่อสาร รวมถึงการจัดตั้งคณะกรรมการ KM  Knowledge Management Officer (KMO) และ Chief Knowledge Officer (CKO)

KM Roadmap 2001-2005

  • ระยะที่ 1 ช่วงเริ่มต้น
    • กลยุทธ์ KM
    • โครงสร้างพื้นฐาน KM
    • กระบวนการดำเนินงาน
    • คลังควมรู้
  • ระยะที่ 2 ช่วงความตระหนัก
    • นโยบายความรู้
    • วัฒนธรรมการแบ่งปันความรู้
  • ระยะที่ 3 ช่วงการนำกลับมาใช้
    • วัฒนธรรมความรู้
    • องค์กรแห่งการเรียนรู้
  • ระยะที่ 4 ช่วงการปฏิบัติจนเป็นที่ยอมรับ
    • การแพร่กระจายความรู้
    • การประเมินทรัพย์สินทางปัญญา

โดยระหว่างปี ค.ศ. 2000-2002 ได้มีการดำเนินกิจกรรมและโปรแกรมที่หลากหลายที่เกี่ยวข้องกับ KM ในธนาคาร เช่น

  • การเพิ่มเรื่องเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ
  • การแนะนำนโยบายการจัดการทรัพยากรมนุษย์
  • การลดความยุ่งยากและการสร้างควมตระหนักในการสื่อสารผ่านคณะกรรมการ KM
  • Re-design บรรยากาศของห้องสมุด ทั้งในแง่กายภาพ รวมถึงระบบห้องสมุดในลักษณะ Portal เพื่อสร้างความเป็นมิตรสำหรับผู้ใช้บริการยิ่งขึ้น

ปี ค.ศ. 2002-2003 นโยบายและแนวทางในการจัดการความรู้ในองค์กรได้เริ่มต้นขึ้น เพื่อให้สามารถรวบรวมความรู้ทั้งภายใน (tacit knowledge) และภายนอก (explicit knowledge)  นอกจากนี้ยังมีการดำเนินงานเรื่องการทำงานร่วมกันแบบข้ามฟังก์ชั่น และ Benchmarking เป็นต้น พร้อมกับที่คณะกรรมการก็ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องในการโปรโมทการใช้อีเมล Virtual Discussion Room (VDR) และ การเผยแพร่ความรู้ผ่านเว็บไซต์แผนก ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารผ่านโปรแกรมต่างๆ ทำให้มีความต้องการทีมงานที่มีความรู้ทางเทคนิคเพื่อสนับสนุนการวางระบบ ธนาคารจึงได้มีการสรรหาบุคลากรที่มีความรู้เรื่องดังกล่าวเพิ่มเติม

ประเด็นหนึ่งที่สำคัญสำหรับการจัดการความรู้ คือ การนิยามความเป็นเจ้าของในเนื้อหาสำหรับการจัดการทรัพยากร หากไม่มีการนิยามที่ชัดเจนอาจทำให้การแบ่งปันความรู้เกิดปัญหาขึ้นได้ เช่น ความซ้ำซ้อนและยุ่งยาก ดังนั้น KMC จึงได้วางนโยบายการสื่อสารเรื่องดังกล่าว

สำหรับห้องสมุดนั้นบรรณารักษ์ก็ได้เข้ามามีบทบาทยิ่งขึ้นในฐานะการเป็นผู้เชี่ยวชาญสารสนเทศ โดยมีหน้าที่ในการเป็น KM audit การกำหนด Taxonomy และการจัดการมาตรฐานที่มีประสิทธภาพสำหรับการจัดการสารสนเทศผ่าน Portal ของห้องสมุด

ปี ค.ศ. 2003 ธนาคารได้จัดทำแบบสำรวจเพื่อประเมินผลการดำเนินงาน KM ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ผลปรากฏว่ามีการพัฒนาในหลายด้าน ทั้งในแง่ความเป็นผู้นำ การจัดการองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ การสื่อสาร การพัฒนาสายงาน รวมถึงรางวัลและการตอบแทน ในปีเดียวกันนี้ธนาคารได้เริ่มดำเนินงานวางพิมพ์เขียวเทคโนโลยีของ ICT-KM ซึ่งกรอบการดำเนินงานนั้นเน้นเรื่องโครงสร้างพื้นฐานทาง ICT และ KM ที่จำเป็นสำหรับการบูรณาการสารสนเทศและเทคโนโลยี ไม่เพียงการเชื่อมโยงเรื่อง ICT เท่านั้น ยังได้เน้นการเชื่อมโยงบุคลากรเข้าด้วยกันและการเชื่อมโยงข้อมูล สารสนเทศ เพื่อการเข้าถึงที่สะดวกและรวดเร็ว อันจะเป็นประโยชน์ต่อการวิเคราะห์และการตัดสินใจแก้ไขปัญหาต่างๆ สำหรับ Virtual Discussion Room หรือ VDR การเผยแพร่ความรู้ผ่านเว็บไซต์แผนก บริการช่องทางการสื่อสารและการมีส่วนร่วมอื่นๆ ได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อนำมาประยุกต์ใช้ ทั้งนี้ในปี ค.ศ. 2003 ได้มีช่องทางใหม่ คือ Kijang.Net ซึ่งเป็นเว็บ Portal ที่ออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกในการสื่อสารผ่านการเข้าถึงบริการสารสนเทศออนไลน์และระบบ Single window

ความสามารถที่สำคัญสำหรับการจัดการความรู้
ธนาคารเชื่อมั่นว่าความสามารถที่สำคัญสำหรับ KM ขึ้นกับหลายปัจจัย เช่น บทบาทความเป็นผู้นำ โครงสร้างองค์กร ทรัพยากรมนุษย์ และโครงสร้างทางเทคโนโลยีสารสนเทศ

  • ความเป็นผู้นำในหน่วยงาน คือ การแสดงบทบาทที่สำคัญด้วยการทำตนเป็นตัวอย่างแก่พนักงาน
  • โครงสร้างองค์กร ต้องมีความยืดหยุ่น ส่งเสริมการทำงานร่วมแผนกเพื่อการแลกเปลี่ยนมุมมอง
  • ทรัพยากรมนุษย์ ต้องมีการส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่ดีและต่อเนื่อง
  • โครงสร้างทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ช่วยให้เกิดการแบ่งปันความรู้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งขึ้นในแง่ความสะดวกและรวดเร็วในการนำเสนอ รวบรวม เข้าถึงและค้นคืน            สารสนเทศ

โครงสร้างองค์กรแห่งความรู้
โครงสร้างองค์กรแห่งความรู้ หรือ (Knowledge-based organization : KBO) นั้น ประกอบด้วย

  • Chief Knowledge Officer (CKO) ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา CEO
  • Knowledge Officers นำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ KM
  • Knowledge Management Committee เป็นที่ปรึกษาแก่ CKO
  • KM Center จัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกแก่ Knowledge Officers ในการดำเนินงาน KM

กลยุทธ์ของ KM Center วิสัยทัศน์ของ KM Center คือ เพื่อสร้างและเพิ่มพูนมูลค่าทางธุรกิจผ่านกลยุทธ์ทาง KM

  1. การจัดการสารสนเทศและความรู้ทั้งภายในและภายนอก
  2. การดำเนินงานอย่างต่อเนื่องในการเพิ่มพูน การสร้างความร่วมมือ การตรวจสอบและการประเมิน KM
  3. การจัดเตรียมสารสนเทศที่ถูกต้อง ถูกบริบท ถูกคน และถูกเวลา
  4. การสนับสนุนผู้มี่ส่วนได้ส่วนเสียด้วยการสร้างความเข้าใจและการประชุมหารือ เพื่อรับทราบความต้องการ

ตัวอย่างกิจกรรมอื่นๆ ที่มีการดำเนินการเกี่ยวกับ KM

  • Taxonomy
  • ระบบประเมินประสิทธิภาพการดำเนินงาน KM
  • KM Fair เพื่อสร้างความตระหนักแก่พนักงาน รวมถึงการเป็นช่องทางหนึ่งในการสื่อสาร
  • การบริหารจัดการพื้นที่ ทั้งเรื่องระบบสารสนเทศ และพื้นที่สำนักงานเพื่อให้ส่งเสริมและสนับสนุนการพบปะหารือของพนักงานเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์
  • การส่งเสริมการเรียนรู้และการฝึกอบรม

ผลลัพธ์และบทเรียน
ธนาคาร Negara Malaysia ได้เริ่มกิจกรรม KM นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1999 ซึ่งภาพรวมของการดำเนินงานพบว่ามีผลกระทบเชิงบวกสำหรับองค์กรในแง่การเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลแก่องค์กร ตัวอย่างตัวเลขที่น่าสนใจ เช่น จำนวนผู้เข้าใช้ KM Center ที่เพิ่มขึ้น 92% การเข้าใช้งานคลังความรู้เพิ่มขึ้น 25% ผู้เข้าใช้ห้องสมุดเพิ่มขึ้น 13% จาก 31,969 เป็น 35,990 หรือผู้เข้าใช้ฐานข้อมูลออนไลน์จาก 14,010 เป็น 15,440

ทั้งนี้บทเรียนที่พบ ได้แก่

  1. อย่าใช้เวลามากในการวางแผนโดยไม่เริ่มลงมือทำ
  2. เน้นการดำเนินงานจากจุดเล็กขยายไปยังจุดใหญ่
  3. เน้นคนและกระบวนการ KM
  4. อย่าเรียกทุกอย่างที่ทำว่า KM
  5. เน้นการสื่อสารแบบ 2 ทาง การแบ่งปันความรู้ เปลี่ยนมุมอง ความเป็นผู้นำ และการค้นหาศิลปะในการเจรจาประนีประนอม
     

ที่มาข้อมูล
Yasin, Ida. "Negara Malaysia Bank." Knowledge Management in Asia Experience and Lessons. Tokyo :  Asian Productivity Organization, 2008. : 131-136.

Last Updated on Tuesday, 08 February 2011 09:02  

ฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาและให้บริการความรู้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย
ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป

film izle film izle pornosikis sikiselim pembedelik