ในปัจจุบัน การจัดการความรู้ได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับองค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน แต่ทำไมถึงต้องมีการจัดความรู้ และองค์กรของคุณ สามารถดำเนินกิจกรรมการจัดการความรู้ไปได้ดีมากน้อยเพียงใด มีการใช้เทคโนโลยีหรือเครื่องมือที่เหมาะสมกับการจัดความรู้หรือไม่ บทความนี้ กล่าวถึง การนำวิกิมาใช้เป็นเครื่องมือในการจัดการความรู้
สภาพขององค์กร
การที่ต้องนำการจัดการความรู้เข้ามาใช้ในองค์กร เป็นเพราะอะไร ลองสำรวจดูว่า คุณหรือองค์กรของคุณ เคยอยู่ในสภาพแบบนี้หรือไม่?
- เกิดผลกระทบกับงาน เมื่อมีบุคลากรเกษียณอายุหรือลาออก ไม่สามารถทำงานงานต่อไปได้ หรือไม่มีความสามารถทำงานได้เทียบเท่า ส่งผลให้ต้องเรียนรู้งานใหม่
- เมื่อมีปัญหาในการทำงาน ไม่ทราบว่าจะไปถามใคร ไม่ทราบว่า ใครเป็นผู้รู้ หรือเป็นผู้ที่จะตอบหรือแก้ปัญหาให้ได้
- เมื่อต้องการค้นหาข้อมูลที่ต้องการ ใช้เวลามาก และส่วนใหญ่หาไม่ค่อยพบ หรือถ้าพบ ก็ไม่ทันสมัย ไม่สมบูรณ์และไม่ตรงกับความต้องการ
- บุคลากรมีความรู้มากมาย แต่ไม่มีความสนใจในการเพิ่มพูนหรือแบ่งปันความรู้ ไม่มีวัฒนธรรมหรือสภาพแวดล้อมขององค์กรแห่งการเรียนรู้
- มีการสร้างองค์ความรู้ในองค์กร แต่ไม่มีระบบในการนำไปใช้
- เมื่อเกิดปัญหา ไม่สามารถใช้ความรู้ที่ดีที่สุดที่มีอยู่ภายในองค์กรมาช่วยแก้ปัญหา หรือใช้เป็นบทเรียนได้
- มีการจัดเก็บองค์ความรู้มากมาย แต่ไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง และไม่มีการแลกเปลี่ยนต่อยอดความรู้ใหม่ๆ
การนำการจัดการความรู้มาใช้ในองค์กร
จากสภาวะที่เกิดขึ้นดังกล่าว การจัดการความรู้จึงถูกนำมาใช้ เพื่อ
- พัฒนาคน ทำให้บุคลากรมีการเรียนรู้ มีความคล่องตัวในการทำงาน ลดความสูญเสียทรัพย์สินทางปัญญาที่บุคลากรลาออกหรือเกษียณอายุ
- พัฒนา กระบวนการทำงาน ก่อให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงาน มีความผิดพลาดในการทำงานน้อยลง โดยเรียนรู้จากบทเรียนหรือแนวปฏิบัติที่ดี หรือประสบการณ์ที่มีการถ่ายทอดไว้ ทำให้มีการปรับปรุง พัฒนากระบวนการการทำงาน ทำให้หน่วยงานหรือองค์กรมีการพัฒนาผลผลิต และลดต้นทุนในการทำงาน รวมทั้งบุคลากรในองค์กรมีการพัฒนาทางความคิด เกิดแนวความคิดใหม่
- พัฒนาองค์กร บุคลากรในองค์การสามารถปฏิบัติงานได้บรรลุเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้
ปัจจัยที่ส่งผลให้หน่วยงานจัดการความรู้ไม่ได้ผล
- ผู้บริหารไม่ให้การสนับสนุน ขาดทั้งอุปกรณ์ เทคโนโลยีและบุคลากร
- บุคลากรยังไม่มีความรู้ หรือไม่มีความเข้าใจที่ตรงกันเกี่ยวกับการจัดการความรู้
- องค์กรและบุคลากรไม่มีเป้าหมายที่จะนำการจัดการความรู้ไปใช้
- ไม่มีบรรยากาศ และกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ
- บุคลากรไม่ใฝ่เรียนรู้และพัฒนา หรือยังมีความหวงความรู้
- องค์กรขาดความต่อเนื่องในการสนับสนุนให้เกิดการจัดการความรู้และสร้างการมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง
- องค์กรให้ความสำคัญกับระบบเทคโนโลยีที่จะนำมาสนับสนุนมากเกินไป ระบบมีความซับซ้อน ใช้งานยาก
- กิจกรรมการจัดการความรู้ถูกมองว่าเป็นภาระ เนื่องจากยังไม่สามารถนำการจัดการความรู้ไปใช้ได้อย่างแนบเนียนไปกับเนื้องาน
- องค์กรไม่เข้าใจวัฒนธรรมของคน และลักษณะต่างๆ ของหน่วยงาน
- องค์กรมุ่งจัดการความรู้ เพียงมุ่งให้ผ่านตัวชี้วัดเท่านั้น มิได้มุ่งหวังให้เกิดเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้อย่างแท้จริง
| เทคโนโลยี | คำอธิบาย |
| เทคโนโลยี AI | ระบบผู้เชี่ยวชาญ ระบบการเรียนรู้ |
| การสื่อสารและระบบความร่วมมือ | อี เมล การประชุมทางไกล วิดีโอคอนเฟอร์เรนซ แชต ฟอรัม ไอเอ็ม ลิสเซิร์ฟ กรุ๊ปแวร์ บล็อค ระบบการจัดการกระแสงาน ระบบการสนับสนุนการตัดสินใจแบบกลุ่ม (group decision support system) |
| ระบบการจัดการเอกสาร | การจัดการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ระบบการสืบค้น การแก้ไข การค้นคืน การเก็บถาวรและการจัดการอื่นๆ ที่ครบวงจรเอกสาร |
| ระบบการจัดการเนื้อหา | การจัดการเนื้อหาอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งแฟ้มข้อมูลมัลติมีเดีย |
| อินทราเน็ต | เครือข่ายภายในองค์กร ถูกใช้เพื่อแลกเปลี่ยนสารสนเทศระหว่างบุคลากรด้วยกัน และอำนวยความสะดวกในการทำงานเป็นกลุ่ม |
| เสิร์ชเอ็นจิ้น | เครื่องมือในการสืบค้นเนื้อหาบนเว็บ |
| ระบบการเรียนรู้ | การเรียนทางไกล อี-เลิร์นนิง และการฝึกอบรมโดยคอมพิวเตอร์เป็นฐาน |
| เครื่องมือการทำแผนที่ความรู้ | สารสนเทศที่ระบุคนกับความรู้ที่เกี่ยวข้อง เป็นสมุดหน้าเหลืองขององค์กร ระบบสำรวจความชำนาญของบุคลากรในองค์กร |
ตารางที่ 1 ตัวอย่างของเครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับการจัดการความรู้
เครื่องมือสนับสนุนการจัดการความรู้ยุคใหม่
Web 2.0
ด้วยเทคโนโลยีเว็บ 2.0 ที่ มีลักษณะของความเป็นเครือข่ายทางสังคม การมีส่วนร่วมของผู้ใช้ ที่เข้ามาร่วมแบ่งปัน แลกเปลี่ยน ความคิด ความรู้ กิจกรรมต่างๆ ผู้ใช้เป็นเจ้าของเนื้อหาโดยตรง มีการกำหนด Tag กำกับเนื้อหาที่ส่งเข้าไปในเครือข่ายทางสังคมนั้นๆ เว็บ 2.0 จึง ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการจัดการความรู้ ที่นิยมใช้กันมาก ได้แก่ บล็อก วิกิ ในที่นี้จะกล่าวถึงการนำวิกิมาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการจัดการความรู้
ข้อดีของวิกิ : ใช้งานง่ายมาก x ความมีประโยชน์ = ความมีส่วนร่วมสูง
วิกิ เป็นตัวอย่างของเครื่องมือทางเครือข่ายสังคม ที่มีพื้นฐานการใช้งานบนเว็บและมีรูปแบบอิสระ เนื่องจากวิกิ เป็นเว็บที่มีความเชื่อมโยงเว็บเพจภายใน แต่ละเพจประกอบด้วยแนวความคิด (ชื่อ) และมีคำอธิบายแนวความคิดนั้น (บทความ) ผู้ ใช้ได้รับอนุญาตให้เข้าไปปรับปรุงเนื้อหาของบทความและสร้างบทความใหม่ ตัวอย่างของวิกิที่เป็นที่รู้จักกันอย่างดี ก็คือ วิกิพีเดีย สารานุกรมออนไลน์นี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 2001 และมีบทความเพิ่มขึ้นมากกว่า 1 ล้าน บทความ (ภาษาอังกฤษ) คุณภาพของสารสนเทศในวิกิพีเดียคล้ายกับสารานุกรมบริเทนนิกา ความที่ใช้งานง่าย จึงมีส่วนทำให้คนเข้ามาร่วมเขียนบทความสูงมาก
วิกิ = ระบบการจัดการเนื้อหา + กรุ๊ปแวร์
วิกิเป็นเครื่องมือในการจัดการความรู้ โดยการรวมเครื่องมือ 2 ประเภทอยู่ด้วยกัน กล่าวคือ เป็นระบบการจัดการเนื้อหา วิกิถูกใช้ในการจัดการเว็บเพจ (บทความ) และ เอกสารอื่นๆ สารสนเทศในวิกิ ถูกจัดเก็บเป็นหมวดหมู่และสามารถค้นคืนได้ อีกประการหนึ่ง เป็นลักษณะของกรุ๊ปแวร์ วิกิถูกใช้ในการเพิ่มความสามารถในการสื่อสารและความร่วมมือ เมื่อหน้าวิกิถูกปรับเปลี่ยนโดยใครก็ตาม คนอื่นๆ ก็สามารถการสร้างเอกสารเว็บได้ การรวมกันระหว่างระบบการจัดการเนื้อหาและระบบความร่วมมือเป็นระบบเดียวกัน นั้น มีทั้งความสำคัญและความแตกต่าง เป็นเครื่องมือสำหรับการสร้างความรู้ (ด้วยความร่วมมือกัน) และ เครื่องมือสำหรับการแลกเปลี่ยนความรู้ภายใน (การจัดการเนื้อหา) รวมเข้าเป็นหนึ่งเดียว
การใช้วิกิในองค์กร: แพร่กระจายเหมือนไวรัส
คนในองค์กรขยายวงการใช้วิกิจากการจัดการเนื้อหาเพียงอย่างเดียว ไปเป็นการรวมจากสอง และกลายเป็นกลุ่ม วิกิถูกใช้กันอย่างอิสระ แผ่ขยายการใช้งานไปทั่วทั้งองค์กร ด้วยความตระหนักในความสำคัญของการใช้วิกิ โดยใช้วิกิ เพื่อ
| การนำไปใช้ | ลักษณะของการใช้งาน |
| การผลิตเอกสาร: | เอกสาร ในรูปแบบต่างๆ เช่น เวิร์ด เอ็กเซล พีดีเอฟ เป็นต้น สามารถถูกแนบเข้าไปในวิกิ เนื้อหาของเอกสารสามารถถูกทำให้สืบค้นได้ วิกิจึงเหมือนทำหน้าที่เป็นระบบพื้นฐานของการจัดการเอกสาร |
| การจัดการโครงการ: |
วิกิสามารถติดตามสถานภาพของโครงการได้ อย่างง่ายๆ ทั้ง วาระการประชุม สถานภาพของรายงาน รายงานความก้าวหน้า มาตรฐานและแนวปฏิบัติสามารถถูกสร้างได้ในวิกิ วิกิบางโปรแกรมมีโปรแกรมการจัดการโครงการติดไว้ด้วย |
| การทำงานร่วมกัน: | วิกิเป็นเสมือนพื้นที่ในการทำงานร่วมกัน เอกสารถูกนำขึ้นและปรับปรุงผ่านเว็บ โดยอนุญาตให้หลายๆ คนเห็นและเปลี่ยนเอกสารโดยที่ไม่ต้องอัพโหลด ดาวน์โหลด หรือต้องอีเมล ผู้ใช้สามารถทำงานร่วมกันเหมือนเป็นร่างเอกสาร รายชื่อ และรายงาน โดยไม่ต้องส่งเอกสารกลับไป-มา การแก้ไขทั้งหมดสามารถดูได้และเปลี่ยนกลับไป-มาได้ |
| การสื่อสารระหว่างกลุ่มคนที่อยู่คนละภูมิภาค: | เนื่องจากวิกิสามารถเข้าถึงผ่านเว็บ สารสนเทศจึงสามารถถูกแลกเปลี่ยนได้อย่างง่ายท่ามกลางผู้ใช้ที่อยู่คนละซีกโลก |
| อีเมลกลุ่ม: | หน้าของวิกิสามารถส่งไปยังกลุ่มของผู้ใช้ ผู้ใช้สามารถดู เพิ่มเอกสาร และเปลี่ยนแปลงเอกสารบนเพจด้วยตนเอง ข้อความที่เพิ่มหรือเปลี่ยนแปลงจะถูกส่งไปกลุ่มผู้ใช้ทั้งหมดได้ทันที |
| การสร้างความรู้ส่วนตัว/เผยแพร่ภายนอก: | ด้วยระบบของวิกิ แต่ละหน้าสามารถมีระบบความปลอดภัยติดอยู่ ดังนั้นผู้ใช้สามารถที่จะสร้างเอกสารส่วนตัวได้ บางแห่งใช้วิกิในการสร้างความรู้ทั้งภายในและเผยแพร่ภายนอกองค์กรด้วย |
| การผลิตสารสนเทศและผลิตเอกสาร: | บางองค์กรใช้วิกิในการเก็บ สารสนเทศและเอกสารที่ผลิตขึ้นเอง เพจของวิกิ สามารถแก้ไขได้อย่างรวดเร็วและง่าย โดยการเลือกผู้ใช้และจัดการระบบให้สามารถใช้ได้ทั้งลูกค้าและหุ้นส่วน |
| การตลาด/การรับผิดชอบต่อสังคม: | วิกิถูกใช้สำหรับการติดตามแนวโน้มของตลาด การรวบรวมข้อมูล ข้อมูลการขายแต่ละวัน ข้อมูลลูกค้าและหุ้นส่วน การสื่อสารกับลูกค้า |
| การพัฒนาซอฟต์แวร์ และการสนับสนุนเทคโนโลยีสารสนเทศ: | เกือบทุกอย่างที่เกี่ยวกับการพัฒนาซอฟต์แวร์ได้รับการสนับสนุนโดยการใช้วิกิ กล่าวคือ เอกสารการติดตามเรื่อง การใช้งานภายใน การออกบบคุณภาพและกระบวนการ เอกสารอ้างอิง การตั้งค่าระบบ การเขียนคุณลักษณะของโปรแกรม คู่มือการติดตั้งโปรแกรม ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ ใช้วิกิในลักษณะงานดังกล่าว ในการติดตามเอกสารและบันทึกเกี่ยวกับการติดตั้งและบักที่เกิดขึ้น และใช้ในการบันทึกแนวปฏิบัติที่ดี ข้อมูลที่ต้องสนับสนุนผู้ใช้ ระบบที่ถูกร้องขอสำหรับฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ คู่มือการติดตั้งและการดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ |
| สมุดหน้าเหลืองของบริษัท: | วิกิสามารถบันทึกข้อมูลของผู้ใช้และความเกี่ยวข้องกับโครงการต่างๆ หรือขุมความรู้ของคนในบริษัท |
| การเป็นเวทีของลูกค้า: | วิกิถูกใช้เป็นพื้นที่ให้ลูกค้าแสดงความคิดเห็นหรืออภิปรายได้ |
| การจัดการข้อมูลส่วนตัว: | วิกิถูกใช้เพื่อการจัดการข้อมูล ส่วนตัว โดยการบันทึกง่ายๆ รายการที่ต้องทำ วิธีการทำ ตารางการไปเที่ยว รูปภาพ สมุดที่อยู่ ปฏิทินและบล็อก ภายนอกบริษัท ผู้ใช้ใช้ในการติดตามหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลกับสมาชิกและเพื่อนๆ |
| ชุมชนนักปฏิบัติ: | มีหลายตัวอย่างที่วิกิถูกนำไปใช้ในการแลกเปลี่ยนสารสนเทศระหว่างชุมชนนักปฏิบัติด้วยกันหรือกลุ่มอื่นๆ |
| การสร้างสรรค์แนวความคิด: | วิกิถูกใช้เป็นพื้นที่ในการระดมสมอง การอภิปรายแนวความคิดต่างๆ |
ตารางที่ 2 ตัวอย่างของการนำวิกิไปใช้ในองค์กร
สรุป
การ เลือกใช้เครื่องมือ เพื่อวัตถุประสงค์ในการดำเนินงานใดๆ ก็ตาม ต้องเข้าใจถึงกิจกรรมอย่างถ่องแท้ รู้จักเลือกใช้เครื่องมือหรือเทคโนโลยีที่เหมาะสม จึงจะนำพาให้การดำเนินงานนั้นๆ บรรลุวัตถุประสงค์ได้ เสมือนกับการนำวิกิ เป็นเครื่องมือในการจัดการความรู้ จำเป็นต้องทราบคุณลักษณะของวิกิ และการนำไปใช้อย่างเหมาะสม รวมทั้ง บุคลากรในองค์กรที่สามารถเรียนรู้การใช้งาน และเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ของการนำไปใช้อย่างแท้จริง
บรรณานุกรม
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ. 2552. การจัดการความรู้. กรุงเทพฯ : สำนักงาน.
Cooney, Laura. 2006. Wiki as a Knowledge Management Tool. [Online]. Available: http://cooney.wikidot.com/ Accessed: 14-11-2009.






