Canada Viagra Buy
หน้าแรก คลังความรู้ การจัดการความรู้ วิกิ เครื่องมือการจัดการความรู้

วิกิ เครื่องมือการจัดการความรู้

E-mail Print

ในปัจจุบัน การจัดการความรู้ได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับองค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน แต่ทำไมถึงต้องมีการจัดความรู้ และองค์กรของคุณ สามารถดำเนินกิจกรรมการจัดการความรู้ไปได้ดีมากน้อยเพียงใด มีการใช้เทคโนโลยีหรือเครื่องมือที่เหมาะสมกับการจัดความรู้หรือไม่ บทความนี้ กล่าวถึง การนำวิกิมาใช้เป็นเครื่องมือในการจัดการความรู้

สภาพขององค์กร
การที่ต้องนำการจัดการความรู้เข้ามาใช้ในองค์กร เป็นเพราะอะไร ลองสำรวจดูว่า คุณหรือองค์กรของคุณ เคยอยู่ในสภาพแบบนี้หรือไม่?

  1. เกิดผลกระทบกับงาน เมื่อมีบุคลากรเกษียณอายุหรือลาออก ไม่สามารถทำงานงานต่อไปได้ หรือไม่มีความสามารถทำงานได้เทียบเท่า ส่งผลให้ต้องเรียนรู้งานใหม่
  2. เมื่อมีปัญหาในการทำงาน ไม่ทราบว่าจะไปถามใคร ไม่ทราบว่า ใครเป็นผู้รู้ หรือเป็นผู้ที่จะตอบหรือแก้ปัญหาให้ได้
  3. เมื่อต้องการค้นหาข้อมูลที่ต้องการ ใช้เวลามาก และส่วนใหญ่หาไม่ค่อยพบ หรือถ้าพบ ก็ไม่ทันสมัย ไม่สมบูรณ์และไม่ตรงกับความต้องการ
  4. บุคลากรมีความรู้มากมาย แต่ไม่มีความสนใจในการเพิ่มพูนหรือแบ่งปันความรู้ ไม่มีวัฒนธรรมหรือสภาพแวดล้อมขององค์กรแห่งการเรียนรู้
  5. มีการสร้างองค์ความรู้ในองค์กร แต่ไม่มีระบบในการนำไปใช้
  6. เมื่อเกิดปัญหา ไม่สามารถใช้ความรู้ที่ดีที่สุดที่มีอยู่ภายในองค์กรมาช่วยแก้ปัญหา หรือใช้เป็นบทเรียนได้
  7. มีการจัดเก็บองค์ความรู้มากมาย แต่ไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง และไม่มีการแลกเปลี่ยนต่อยอดความรู้ใหม่ๆ

การนำการจัดการความรู้มาใช้ในองค์กร
จากสภาวะที่เกิดขึ้นดังกล่าว การจัดการความรู้จึงถูกนำมาใช้ เพื่อ

  1. พัฒนาคน ทำให้บุคลากรมีการเรียนรู้ มีความคล่องตัวในการทำงาน ลดความสูญเสียทรัพย์สินทางปัญญาที่บุคลากรลาออกหรือเกษียณอายุ
  2. พัฒนา กระบวนการทำงาน ก่อให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงาน มีความผิดพลาดในการทำงานน้อยลง โดยเรียนรู้จากบทเรียนหรือแนวปฏิบัติที่ดี หรือประสบการณ์ที่มีการถ่ายทอดไว้ ทำให้มีการปรับปรุง พัฒนากระบวนการการทำงาน ทำให้หน่วยงานหรือองค์กรมีการพัฒนาผลผลิต และลดต้นทุนในการทำงาน รวมทั้งบุคลากรในองค์กรมีการพัฒนาทางความคิด เกิดแนวความคิดใหม่
  3. พัฒนาองค์กร บุคลากรในองค์การสามารถปฏิบัติงานได้บรรลุเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้

ปัจจัยที่ส่งผลให้หน่วยงานจัดการความรู้ไม่ได้ผล

  1. ผู้บริหารไม่ให้การสนับสนุน ขาดทั้งอุปกรณ์ เทคโนโลยีและบุคลากร
  2. บุคลากรยังไม่มีความรู้ หรือไม่มีความเข้าใจที่ตรงกันเกี่ยวกับการจัดการความรู้
  3. องค์กรและบุคลากรไม่มีเป้าหมายที่จะนำการจัดการความรู้ไปใช้
  4. ไม่มีบรรยากาศ และกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ
  5. บุคลากรไม่ใฝ่เรียนรู้และพัฒนา หรือยังมีความหวงความรู้
  6. องค์กรขาดความต่อเนื่องในการสนับสนุนให้เกิดการจัดการความรู้และสร้างการมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง
  7. องค์กรให้ความสำคัญกับระบบเทคโนโลยีที่จะนำมาสนับสนุนมากเกินไป ระบบมีความซับซ้อน ใช้งานยาก
  8. กิจกรรมการจัดการความรู้ถูกมองว่าเป็นภาระ เนื่องจากยังไม่สามารถนำการจัดการความรู้ไปใช้ได้อย่างแนบเนียนไปกับเนื้องาน
  9. องค์กรไม่เข้าใจวัฒนธรรมของคน และลักษณะต่างๆ ของหน่วยงาน
  10. องค์กรมุ่งจัดการความรู้ เพียงมุ่งให้ผ่านตัวชี้วัดเท่านั้น มิได้มุ่งหวังให้เกิดเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้อย่างแท้จริง
เทคโนโลยี     คำอธิบาย
เทคโนโลยี AI ระบบผู้เชี่ยวชาญ ระบบการเรียนรู้
การสื่อสารและระบบความร่วมมือ อี เมล การประชุมทางไกล วิดีโอคอนเฟอร์เรนซ แชต ฟอรัม ไอเอ็ม ลิสเซิร์ฟ กรุ๊ปแวร์ บล็อค ระบบการจัดการกระแสงาน ระบบการสนับสนุนการตัดสินใจแบบกลุ่ม (group decision support system)
ระบบการจัดการเอกสาร การจัดการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ระบบการสืบค้น การแก้ไข การค้นคืน การเก็บถาวรและการจัดการอื่นๆ ที่ครบวงจรเอกสาร
ระบบการจัดการเนื้อหา การจัดการเนื้อหาอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งแฟ้มข้อมูลมัลติมีเดีย
อินทราเน็ต เครือข่ายภายในองค์กร ถูกใช้เพื่อแลกเปลี่ยนสารสนเทศระหว่างบุคลากรด้วยกัน และอำนวยความสะดวกในการทำงานเป็นกลุ่ม
เสิร์ชเอ็นจิ้น เครื่องมือในการสืบค้นเนื้อหาบนเว็บ
ระบบการเรียนรู้  การเรียนทางไกล อี-เลิร์นนิง และการฝึกอบรมโดยคอมพิวเตอร์เป็นฐาน
เครื่องมือการทำแผนที่ความรู้ สารสนเทศที่ระบุคนกับความรู้ที่เกี่ยวข้อง เป็นสมุดหน้าเหลืองขององค์กร ระบบสำรวจความชำนาญของบุคลากรในองค์กร

ตารางที่ 1 ตัวอย่างของเครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับการจัดการความรู้

 

เครื่องมือสนับสนุนการจัดการความรู้ยุคใหม่

Web 2.0

ด้วยเทคโนโลยีเว็บ 2.0 ที่ มีลักษณะของความเป็นเครือข่ายทางสังคม การมีส่วนร่วมของผู้ใช้ ที่เข้ามาร่วมแบ่งปัน แลกเปลี่ยน ความคิด ความรู้ กิจกรรมต่างๆ ผู้ใช้เป็นเจ้าของเนื้อหาโดยตรง มีการกำหนด Tag กำกับเนื้อหาที่ส่งเข้าไปในเครือข่ายทางสังคมนั้นๆ เว็บ 2.0 จึง ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการจัดการความรู้ ที่นิยมใช้กันมาก ได้แก่ บล็อก วิกิ ในที่นี้จะกล่าวถึงการนำวิกิมาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการจัดการความรู้

ข้อดีของวิกิ : ใช้งานง่ายมาก x ความมีประโยชน์ = ความมีส่วนร่วมสูง

วิกิ เป็นตัวอย่างของเครื่องมือทางเครือข่ายสังคม ที่มีพื้นฐานการใช้งานบนเว็บและมีรูปแบบอิสระ เนื่องจากวิกิ เป็นเว็บที่มีความเชื่อมโยงเว็บเพจภายใน แต่ละเพจประกอบด้วยแนวความคิด (ชื่อ) และมีคำอธิบายแนวความคิดนั้น (บทความ) ผู้ ใช้ได้รับอนุญาตให้เข้าไปปรับปรุงเนื้อหาของบทความและสร้างบทความใหม่ ตัวอย่างของวิกิที่เป็นที่รู้จักกันอย่างดี ก็คือ วิกิพีเดีย สารานุกรมออนไลน์นี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 2001 และมีบทความเพิ่มขึ้นมากกว่า 1 ล้าน บทความ (ภาษาอังกฤษ) คุณภาพของสารสนเทศในวิกิพีเดียคล้ายกับสารานุกรมบริเทนนิกา ความที่ใช้งานง่าย จึงมีส่วนทำให้คนเข้ามาร่วมเขียนบทความสูงมาก

วิกิ = ระบบการจัดการเนื้อหา + กรุ๊ปแวร์

วิกิเป็นเครื่องมือในการจัดการความรู้ โดยการรวมเครื่องมือ 2 ประเภทอยู่ด้วยกัน กล่าวคือ เป็นระบบการจัดการเนื้อหา วิกิถูกใช้ในการจัดการเว็บเพจ (บทความ) และ เอกสารอื่นๆ  สารสนเทศในวิกิ ถูกจัดเก็บเป็นหมวดหมู่และสามารถค้นคืนได้ อีกประการหนึ่ง เป็นลักษณะของกรุ๊ปแวร์ วิกิถูกใช้ในการเพิ่มความสามารถในการสื่อสารและความร่วมมือ เมื่อหน้าวิกิถูกปรับเปลี่ยนโดยใครก็ตาม คนอื่นๆ ก็สามารถการสร้างเอกสารเว็บได้ การรวมกันระหว่างระบบการจัดการเนื้อหาและระบบความร่วมมือเป็นระบบเดียวกัน นั้น มีทั้งความสำคัญและความแตกต่าง เป็นเครื่องมือสำหรับการสร้างความรู้ (ด้วยความร่วมมือกัน) และ เครื่องมือสำหรับการแลกเปลี่ยนความรู้ภายใน (การจัดการเนื้อหา) รวมเข้าเป็นหนึ่งเดียว

การใช้วิกิในองค์กร: แพร่กระจายเหมือนไวรัส

คนในองค์กรขยายวงการใช้วิกิจากการจัดการเนื้อหาเพียงอย่างเดียว ไปเป็นการรวมจากสอง และกลายเป็นกลุ่ม วิกิถูกใช้กันอย่างอิสระ  แผ่ขยายการใช้งานไปทั่วทั้งองค์กร ด้วยความตระหนักในความสำคัญของการใช้วิกิ โดยใช้วิกิ เพื่อ

การนำไปใช้ ลักษณะของการใช้งาน
การผลิตเอกสาร: เอกสาร ในรูปแบบต่างๆ เช่น เวิร์ด เอ็กเซล พีดีเอฟ เป็นต้น สามารถถูกแนบเข้าไปในวิกิ เนื้อหาของเอกสารสามารถถูกทำให้สืบค้นได้ วิกิจึงเหมือนทำหน้าที่เป็นระบบพื้นฐานของการจัดการเอกสาร
การจัดการโครงการ: วิกิสามารถติดตามสถานภาพของโครงการได้ อย่างง่ายๆ ทั้ง วาระการประชุม สถานภาพของรายงาน รายงานความก้าวหน้า มาตรฐานและแนวปฏิบัติสามารถถูกสร้างได้ในวิกิ วิกิบางโปรแกรมมีโปรแกรมการจัดการโครงการติดไว้ด้วย
 
การทำงานร่วมกัน: วิกิเป็นเสมือนพื้นที่ในการทำงานร่วมกัน เอกสารถูกนำขึ้นและปรับปรุงผ่านเว็บ โดยอนุญาตให้หลายๆ คนเห็นและเปลี่ยนเอกสารโดยที่ไม่ต้องอัพโหลด ดาวน์โหลด หรือต้องอีเมล ผู้ใช้สามารถทำงานร่วมกันเหมือนเป็นร่างเอกสาร รายชื่อ และรายงาน โดยไม่ต้องส่งเอกสารกลับไป-มา การแก้ไขทั้งหมดสามารถดูได้และเปลี่ยนกลับไป-มาได้
การสื่อสารระหว่างกลุ่มคนที่อยู่คนละภูมิภาค: เนื่องจากวิกิสามารถเข้าถึงผ่านเว็บ สารสนเทศจึงสามารถถูกแลกเปลี่ยนได้อย่างง่ายท่ามกลางผู้ใช้ที่อยู่คนละซีกโลก
อีเมลกลุ่ม: หน้าของวิกิสามารถส่งไปยังกลุ่มของผู้ใช้ ผู้ใช้สามารถดู เพิ่มเอกสาร และเปลี่ยนแปลงเอกสารบนเพจด้วยตนเอง ข้อความที่เพิ่มหรือเปลี่ยนแปลงจะถูกส่งไปกลุ่มผู้ใช้ทั้งหมดได้ทันที
การสร้างความรู้ส่วนตัว/เผยแพร่ภายนอก: ด้วยระบบของวิกิ แต่ละหน้าสามารถมีระบบความปลอดภัยติดอยู่ ดังนั้นผู้ใช้สามารถที่จะสร้างเอกสารส่วนตัวได้ บางแห่งใช้วิกิในการสร้างความรู้ทั้งภายในและเผยแพร่ภายนอกองค์กรด้วย
การผลิตสารสนเทศและผลิตเอกสาร: บางองค์กรใช้วิกิในการเก็บ สารสนเทศและเอกสารที่ผลิตขึ้นเอง เพจของวิกิ สามารถแก้ไขได้อย่างรวดเร็วและง่าย โดยการเลือกผู้ใช้และจัดการระบบให้สามารถใช้ได้ทั้งลูกค้าและหุ้นส่วน
การตลาด/การรับผิดชอบต่อสังคม: วิกิถูกใช้สำหรับการติดตามแนวโน้มของตลาด การรวบรวมข้อมูล ข้อมูลการขายแต่ละวัน ข้อมูลลูกค้าและหุ้นส่วน การสื่อสารกับลูกค้า
การพัฒนาซอฟต์แวร์ และการสนับสนุนเทคโนโลยีสารสนเทศ:    เกือบทุกอย่างที่เกี่ยวกับการพัฒนาซอฟต์แวร์ได้รับการสนับสนุนโดยการใช้วิกิ กล่าวคือ เอกสารการติดตามเรื่อง การใช้งานภายใน การออกบบคุณภาพและกระบวนการ เอกสารอ้างอิง การตั้งค่าระบบ การเขียนคุณลักษณะของโปรแกรม คู่มือการติดตั้งโปรแกรม ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ ใช้วิกิในลักษณะงานดังกล่าว ในการติดตามเอกสารและบันทึกเกี่ยวกับการติดตั้งและบักที่เกิดขึ้น และใช้ในการบันทึกแนวปฏิบัติที่ดี ข้อมูลที่ต้องสนับสนุนผู้ใช้ ระบบที่ถูกร้องขอสำหรับฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ คู่มือการติดตั้งและการดาวน์โหลดซอฟต์แวร์
สมุดหน้าเหลืองของบริษัท: วิกิสามารถบันทึกข้อมูลของผู้ใช้และความเกี่ยวข้องกับโครงการต่างๆ หรือขุมความรู้ของคนในบริษัท
การเป็นเวทีของลูกค้า: วิกิถูกใช้เป็นพื้นที่ให้ลูกค้าแสดงความคิดเห็นหรืออภิปรายได้
การจัดการข้อมูลส่วนตัว: วิกิถูกใช้เพื่อการจัดการข้อมูล ส่วนตัว โดยการบันทึกง่ายๆ รายการที่ต้องทำ วิธีการทำ ตารางการไปเที่ยว รูปภาพ สมุดที่อยู่ ปฏิทินและบล็อก ภายนอกบริษัท ผู้ใช้ใช้ในการติดตามหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลกับสมาชิกและเพื่อนๆ
ชุมชนนักปฏิบัติ: มีหลายตัวอย่างที่วิกิถูกนำไปใช้ในการแลกเปลี่ยนสารสนเทศระหว่างชุมชนนักปฏิบัติด้วยกันหรือกลุ่มอื่นๆ
การสร้างสรรค์แนวความคิด: วิกิถูกใช้เป็นพื้นที่ในการระดมสมอง การอภิปรายแนวความคิดต่างๆ

ตารางที่ 2 ตัวอย่างของการนำวิกิไปใช้ในองค์กร

 

สรุป

การ เลือกใช้เครื่องมือ เพื่อวัตถุประสงค์ในการดำเนินงานใดๆ ก็ตาม ต้องเข้าใจถึงกิจกรรมอย่างถ่องแท้ รู้จักเลือกใช้เครื่องมือหรือเทคโนโลยีที่เหมาะสม จึงจะนำพาให้การดำเนินงานนั้นๆ บรรลุวัตถุประสงค์ได้ เสมือนกับการนำวิกิ เป็นเครื่องมือในการจัดการความรู้ จำเป็นต้องทราบคุณลักษณะของวิกิ และการนำไปใช้อย่างเหมาะสม รวมทั้ง บุคลากรในองค์กรที่สามารถเรียนรู้การใช้งาน และเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ของการนำไปใช้อย่างแท้จริง

บรรณานุกรม


สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ. 2552. การจัดการความรู้. กรุงเทพฯ : สำนักงาน.

Cooney, Laura. 2006. Wiki as a Knowledge Management Tool. [Online]. Available: http://cooney.wikidot.com/ Accessed: 14-11-2009.

 

Last Updated on Wednesday, 19 January 2011 16:49  

ฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาและให้บริการความรู้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย
ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป

film izle film izle pornosikis sikiselim pembedelik