25mg Viagra

Open Source Software สำหรับการพัฒนา Open Access

E-mail Print

OAในการพัฒนาระบบต่างๆ บนฐานของ Open Access สามารถเลือกใช้ซอฟต์แวร์ในกลุ่ม Open Source ได้หลายโปรแกรม โดยสามารถแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้สามกลุ่มคือ

1) Open Source Software for Self-Archives  

2) Open Source Software for Journal

3) Open Source Software for Harvesting

Open Source Software for Self-Archive ประกอบด้วยกลุ่มย่อยคือกลุ่มพัฒนาเว็บ และกลุ่มคลังเก็บเอกสาร ซึ่งมีซอฟต์แวร์ให้เลือกหลายตัวดังนี้

  • กลุ่มพัฒนาเว็บ เช่น Joomla, Drupal, Wordpress อย่างไรก็ดีการพัฒนาเว็บที่รองรับ Open Access ยังต้องมีการเพิ่มคุณสมบัติให้กับซอฟต์แวร์กลุ่มพัฒนาเว็บด้วย ไม่ใช่ติดตั้งซอฟต์แวร์ก็ได้ความสามารถนี้ทันที 
  • กลุ่มคลังเก็บเอกสาร เช่น Drupal + Biblo module, DSpace, Greenstone, Omeka 

Open Source Software for Journal เป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยในการบริหารจัดการวารสารเพื่อให้สามารถเข้าถึงแบบเปิดได้สะดวก โดยมีซอฟต์แวร์ที่น่าสนคือ OJS: Open Journal System, DPubS: Digital Publishing System

Open Source Software for Harvesting นับเป็นซอฟต์แวร์ที่มาแรงอีกกลุ่ม ทำหน้าที่เก็บเกี่ยวบรรณานุกรมเพื่อบริการสืบค้นจากระบบที่พัฒนาตามมาตรฐาน OAI-PMH เสมือนเป็นช่องสืบค้นช่องเดียว ซอฟต์แวร์ที่น่าสนใจคือ DSpace, PKP Harvester

Last Updated on Sunday, 09 June 2013 19:44
 

เฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี Derwent World Patent Idex, DWPI

E-mail Print

ผู้ที่สนใจในสารสนเทศสิทธิบัตร คงจะเคยได้ยินชื่อฐานข้อมูล Derwent World Patent Index, DWPI มาบ้างไม่มากก็น้อย DWPI ถือเป็นฐานข้อมูลสิทธิบัตรยอดเยี่ยมที่สุดด้วยมีคุณลักษณะที่แตกต่างไปจากฐานข้อมูลสิทธิบัตรเชิงพาณิชย์หรือแบบเสรีอื่นๆ  แผนก Intellectual & Science Business ของบริษัท Thomson Reuters, TR เจ้าของฐานข้อมูล DWPI ได้ประกาศเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2013  ณ เมือง Seville ประเทศสเปน และ เมือง Alexandria รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา  เรื่องการครบรอบ 50 ปี ของฐานข้อมูล DWPI

DWPI เป็นฐานข้อมูลสิทธิบัตรที่มีการยอมรับและน่าเชื่อถือสูงสุดในกลุ่มผู้ตรวจสอบการพิจารณาอนุมัติให้สิทธิบัตรในสำนักงานสิทธิบัตรทั่วโลก (The world's most trusted source of patent information)  การประกาศครั้งนี้ถือเป็นโอกาสหรือ เป็นวาระของเหตุการณ์สำคัญที่เป็นการให้เกียรติแก่ฐานข้อมูล DWPI ที่มีการให้บริการมาอย่างยาวนาน รวมถึงเป็นปีที่ DWPI มีการเพิ่มข้อมูลสิทธิบัตรประเทศอินโดนีเซียเป็นครั้งแรก  (ขณะนี้ DWPI มีเนื้อหาสิทธิบัตรของแถบเอเชียแปซิฟิกในภาษาอังกฤษเกือบครบถ้วน)

การฉลองครบรอบเหตุการณ์สำคัญนี้ DWPI เป็นสัญญลักษณ์ที่แสดงว่า DWPI ยังคงดำเนินการให้บริการอย่างมืออาชีพต่อเนื่อง โดยที่จุดเริ่มต้นของ DWPI เกิดขึ้นในปี 1963

Last Updated on Monday, 29 April 2013 21:10 Read more...
 

ฐานข้อมูลบรรณานุกรมสารสนเทศ ASEAN

E-mail Print

สืบเนื่องจากความตื่นตัวเกี่ยวกับ ASEAN ทีม STKS ได้ดำเนินการพัฒนาฐานข้อมูลบรรณานุกรมสารสนเทศ ASEAN ซึ่งครอบคลุมสารสนเทศเกี่ยวกับอาเซียน ทั้งข้อมูลทางบรรณานุกรมของ หนังสือ วิทยานิพนธ์ งานวิจัย บทความ เอกสารจากการประชุมสัมมนา บทความที่เผยแพร่ทางเว็บไซต์ เว็บไซต์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เว็บไซต์ของสถานศึกษาที่เปิดการเรียนการสอนเกี่ยวกับอาเซียนศึกษา หรือเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ รายการโทรทัศน์ ทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ

ฐานข้อมูลนี้สามารถเข้าถึงได้ที่ http://nstda.or.th/asean/

http://nstda.or.th/asean/

Last Updated on Sunday, 03 March 2013 09:52
 

ห้องสมุดเตรียมพร้อมรับมืออาเซียนด้วย ICT

E-mail Print

 

ไม่กี่ปีข้างต้นประเทศต่างๆ ในกลุ่มอาเซียนก็จะรวมกันเป็นหนึ่งเดียวตามกรอบ AEC หรือประชาคมอาเซียนตามข้อตกลง ส่งผลให้ทุกภาคส่วนในประเทศไทยให้ความสำคัญกับคำว่า “AEC : ASEAN Economic Community ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” กันมากขึ้น มีการจัดกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ เพื่อสร้างความเข้าใจในบริบทต่างๆ อันเกี่ยวข้องกับ AEC กันอย่างแพร่หลาย และสม่ำเสมอ

ห้องสมุด อันเป็นองค์กรที่ทำหน้าที่ให้บริการด้านทรัพยากรสารสนเทศรูปแบบต่างๆ ช่วยเสริมสร้างภูมิปัญญาให้กับเด็ก เยาวชนอันเป็นกำลังสำคัญหลักของประเทศ ก็ย่อมหนีไม่พ้นบทบาทความเกี่ยวข้องกับอาเซียน โดยแต่ละห้องสมุดก็มีกิจกรรมที่อาจจะเหมือน หรือแตกต่างกันไปตามแต่ละสภาพของห้องสมุด อย่างไรก็ดีในประเด็นความเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารหรือไอซีที ก็ย่อมเป็นอีกหนึ่งมิติที่เกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน

“ห้องสมุด เตรียมพร้อมอย่างไรบ้างกับ AEC โดยเฉพาะประเด็นไอซีที” จึงเป็นประเด็นที่จะพูดคุยกันในบทความนี้ ก่อนอื่นก็คงมาดูภาพรวมกันก่อนว่า ห้องสมุดเกี่ยวข้องกับ AEC ในบริบทใดได้บ้าง หากพิจารณาจาก ASEAN Socio-Cultural Community – ASCC หรือประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ซึ่งเน้นความร่วมมือในด้านต่างๆ ได้แก่

  • การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Human Development)
  • การคุ้มครองและสวัสดิการสังคม (Social Welfare and Protection)
  • สิทธิและความยุติธรรมทางสังคม (Social Justice and Rights)
  • ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม (Ensuring Environmental Sustainability)
  • การสร้างอัตลักษณ์อาเซียน (Building ASEAN Identity)
  • การลดช่องว่างทางการพัฒนา (Narrowing the Development Gap)

และเน้นให้มีการส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักเขียน นักคิดและศิลปินในภูมิภาค ตลอดจนการเสริมสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับอาเซียนในภูมิภาคโดยเฉพาะในระดับประชาชน จะพบว่า “ห้องสมุด” เป็นกลไกสำคัญกลไกหนึ่งที่จะช่วยสนับสนุนกิจกรรมข้างต้นได้เป็นอย่างดี 

นอกจากนี้แผนแม่บทไอซีทีของอาเซียน ก็ได้กล่าวถึงกิจกรรมหลายกิจกรรมที่ห้องสมุดต้องเข้าไปมีส่วนร่วม หรือมีส่วนร่วมได้ ดังเช่น

  • อำนวยความสะดวกเพื่อการแบ่งปันและแลกเปลี่ยนข้อมูลทางธุรกิจในกลุ่มประเทศอาเซียน
  • แบ่งปันความรู้ พัฒนาระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ และเนื้อหาสาระ รวมทั้งสนับสนุนและส่งเสริมการแลกเปลี่ยนดิจิทัลคอนเทนท์
  • กำหนดชนิดของบริการอิเล็กทรอนิกส์ที่สมควรจะให้สร้างโดยต้องคำนึงถึงต้นทุนและภาษาที่ใช้
  • เลือกสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ที่มีราคาที่ไม่แพง
  • รณรงค์สร้างความตระหนักในเรื่องความมั่นคงและปลอดภัย
  • ส่งเสริมให้เกิดการคุ้มครองสิทธ์ของทรัพย์สินทางปัญญาในระดับอาเซียนเพื่อปกป้องผลงานสร้างสรรค์
  • บริการบรอนแบนด์ทั่วทั้งอาเซียน ขยายการเชื่อมโยง และส่งผลให้เกิดการขยายตัวการพัฒนาด้านไอซีที
  • ให้เด็กๆ ทุกคนมีโอกาสเข้าถึงบริการบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต
  • สร้างระบบฐานข้อมูลของผู้ชำนาญการ และนักสร้างนวัตกรรมด้านไอซีที ภายในอาเซียน
  • พัฒนามาตรฐานด้านทักษะไอซีทีของอาเซียน พัฒนาแรงงานด้านไอซีทีที่มีศักยภาพ
  • จัดให้ไอซีทีเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรของโรงเรียนทั่วอาเซียน เพื่อส่งเสริมการเรียนไอซีทีในโรงเรียนให้เร็วขึ้น
  • จัดการฝึกอบรมให้ครูอาจารย์ด้านไอซีทีอย่างกว้างขวาง พร้อมทั้งสนับสนุนให้ใช้ไอซีทีเพื่อการเรียนการสอน จัดให้มีโครงการแลกเปลี่ยนด้านไอซีทีแก่ครูอาจารย์และนักเรียน

 

Read more...
 

นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการสร้าง Branding ของห้องสมุด

E-mail Print

 

การสร้างแบรนด์ขององค์กร มีมานานมากแล้ว แต่ในยุคไอซีที (ICT) อาจจะต้องมีการทบทวนความหมาย ลักษณะ และแนวปฏิบัติของแบรนด์กันบ้าง เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงอันเกี่ยวเนื่องจากพฤติกรรมผู้ใช้บริการหรือลูกค้า การเปลี่ยนแปลงจากช่องทางการสื่อสาร ภายใต้นิยามแบรนด์ (Brand) ที่เหมือนเดิม คือ “เครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ หรือสื่อที่ช่วยให้ทุกคนรู้ว่า “คุณคือใคร” และ “คุณนำเสนออะไร” และสามารถนำเสนอออกมาในรูปของ ชื่อ คำเฉพาะ รูปแบบ หรือ สัญลักษณ์”

ห้องสมุดก็นับเป็นองค์กรรูปแบบหนึ่ง ที่มีหน้าที่บริการด้านทรัพยากรสารสนเทศแก่ลูกค้า หรือผู้ใช้ห้องสมุด ดังนั้นห้องสมุดจึงต้องเกี่ยวข้องกับการสร้างแบรนด์เช่นเดียวกัน หรือที่เรียกว่า แบรนด์ห้องสมุด (Library Brand) ทั้งนี้ Stimson ได้กล่าวถึงคำว่า Library Brand ไว้ใน Library change as a branding opportunity: Connect, reflect, research, discover ว่า “แบรนด์ห้องสมุด คือ ทุกสิ่งที่กระทบถึงความรู้สึก สิ่งที่คาดหวังไว้ของผู้ใช้บริการ เมื่อได้ยินคำว่า “ห้องสมุด” และสิ่งที่ห้องสมุดต้องการให้ผู้ใช้รู้สึกถึง”

ยิ่งในกระแสที่ไอซีทีครองโลก ผสานกับกระแสของผู้ใช้ยุค New Generation ที่ต่างพกพาอุปกรณ์เคลื่อนที่รูปแบบต่างๆ ทั้ง iPad, iPhone, Smart Phone สนุกกับ Social Networking อย่าง Facebook, Youtube อันส่งผลให้การเข้ามาใช้บริการต่างๆ ของห้องสมุด โดยเฉพาะทรัพยากรสารสนเทศอันเป็นหัวใจหลักของการบริการของห้องสมุดลดน้อยลง ห้องสมุดอาจจะถูกมองว่าเป็นเพียงที่นอนพักก่อนเข้าเรียน ที่นั่งฟังเพลง ที่พบปะเพื่อนฝูง ที่ที่เข้ามาเชื่อมสัญญาณอินเทอร์เน็ต ... ภาพดังกล่าวหากเด็กกลุ่มใหญ่ ซึ่งเป็นผู้ใช้กลุ่มใหญ่ของห้องสมุดมองเห็นพร้อมกัน ... ก็จะกลายเป็น “แบรนด์” ของห้องสมุดนั้นๆ ไปทันที ซึ่งคงเป็น

แบรนด์ที่ไม่น่าจะสร้างภาพลักษณ์ที่ดีเท่าไร

การใช้กระแส Social Networking และสื่อดิจิทัลมาสร้างแบรนด์รูปแบบใหม่ให้กับห้องสมุด จึงเป็นแนวปฏิบัติที่ห้องสมุดควรเร่งดำเนินการ เพื่อให้เกิดเป็น “ดิจิทัลแบรนด์ – Digital Brand” อันทรงคุณค่าของห้องสมุด โดยดิจิทัลแบรนด์ ได้แก่ การสร้างตราสินค้าให้มีชีวิตจิตใจภายใต้ลักษณะแบรนด์ที่ถ่ายทอดผ่านสื่อดิจิทัล โดยเฉพาะสื่อสังคม  (เช่น Facebook, Twitter) และเป็นช่องทางที่สามารถสร้างแบรนด์และการแบ่งปัน และการสร้างภาพลักษณ์ตราสินค้าที่ตรงกับกลุ่มลูกค้าในยุคปัจจุบัน

เริ่มต้นจากโลโก้และสีประจำห้องสมุด

ห้องสมุดหลายห้องสมุด มักจะมีแบรนด์พื้นฐานคือ สีประจำห้องสมุด หรือสีประจำองค์กร รวมทั้งโลโก้ ที่ถูกสร้างมาในยุคการวาด หรือการพิมพ์ แต่ในยุคโลกดิจิทัลคงไม่เพียงพอ ลองนึกกันดูนะครับว่า ห้องสมุดเรามีสีฟ้าเป็นสีประจำห้องสมุด เมื่อเราคลิกเลือกสีจากแผงควบคุมสีจากโปรแกรมกราฟิก ตกลงว่าตำแหน่งใดคือสี “ฟ้า” ที่ถูกต้อง

สีดิจิทัล

สีประจำห้องสมุดในยุคดิจิทัล ซึ่งเป็นดิจิทัลแบรนด์รูปแบบหนึ่ง จึงต้องปรับเปลี่ยนสภาพจากชื่อเรียก “สีฟ้า” เป็นรหัสสีทางคอมพิวเตอร์ โดยอาจจะประกอบด้วยรหัสสี 3 ชุดคือ 

  • รหัสสีสำหรับงานพิมพ์ หรือ C M Y K จากภาพตัวอย่างคือรหัสสีที่มีค่า 91 59 1 0 
    • Cyan สีฟ้า
    • Magenta สีบานเย็ฯ
    • Yellow สีเหลือง
    • blacK สีดำ
  • รหัสสีสำหรับการนำเสนอ หรือ R G B จากภาพตัวอย่างคือรหัสสีที่มีค่า 1 104 179
    • Red สีแดง
    • Green สีเขียว
    • Blue สีน้ำเงิน
  • รหัสสีสำหรับงานเว็บ จากภาพตัวอย่างคือรหัสสีที่มีค่า #0168b3

 

Read more...
 


Page 8 of 18

ฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาและให้บริการความรู้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย
ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป

film izle film izle pornosikis sikiselim pembedelik